ข่าว

อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปฮาลาล

อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปฮาลาล

06 พ.ย. 2555

อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปฮาลาลซอฟต์แวร์การพัฒนาชายแดนภาคใต้? : แลกคนละหมัด โดยชินสัคค สุวรรณอัจฉริย [email protected]

              สังคมบ้านเรามักจะเชื่อสิ่งที่ไม่เคยพิสูจน์ บางครั้งสิ่งที่กล่าวอ้างนั้นเมื่อได้พูดคุยนานเข้าก็กลายเป็นเรื่องจริงและตำนานของตนเองในที่สุด อย่างในเรื่องอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่พูดกันมาหลายปีและใช้งบไปหลายร้อยหลายพันล้านบาท และมักจะบอกว่าเข้าใจคนภาคใต้ได้ดีกว่าคนในพรรคอื่นๆ ความจริงแล้วเรื่องแบบนี้หากใช้หลักวิชาการง่ายๆ มาตอบซึ่งก็ไม่ได้มีความซับซ้อนมาก เพราะมีคำถามมากมายของผู้ที่ดูแลด้านนโยบายอย่างหัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาว่า “ทำไมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลต้องเป็นภาคใต้ โดยมีคำตอบเพียงว่ามีกลุ่มมุสลิมมากที่สุดซึ่งอยู่ในฐานะแรงงานและผู้บริโภค? หรือเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มชายแดนจังหวัดภาคใต้อย่างเดียวนั้น”
   
              ซึ่งคำตอบเหล่านี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอเนื่องจากที่อื่นๆ ก็สามารถทำได้ และหากจังหวัดอื่นๆ มีมุสลิมและมีความสนใจในการผลิตทักษะเกิดขึ้น คาดว่าแนวคิดฮาลาลในภาคใต้คงหมดเสน่ห์ลงไป เพราะไม่มีปัญหาที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เนื่องจากอุตสาหกรรมฮาลาลที่คุยนักคุยหนายังขาดวัตถุดิบในการผลิตโดยเฉพาะเนื้อแพะเนื้อแกะ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดเลย พรรคการเมืองเก่าแก่ก็เคยฝันว่าจะมีแพะ 3 แสนตัว ตกลงผลเป็นอย่างไร มีแพะกี่ตัวและอยู่ตรงไหน? ปัญหานี้ก็คงเหมือนเดิมคือทำไปทำมาก็กลายเป็นวาทกรรมของการกรรโชกงบประมาณไป เพราะใส่งบประมาณลงไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองและที่สำคัญยังเป็นปัญหาที่ค้างคาอยู่
   
              ความจริงแล้วถ้าไม่สามารถมีวัตถุดิบก็น่าที่จะศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำสินค้ามาจากพื้นที่อื่นๆ แต่จะต้องดูการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตและผู้บริโภคว่าจะมีความร่วมมือกันได้มากน้อยแค่ไหนในการสร้างการร่วมมือกันระยะยาวและค้นหาศักยภาพตลอดจนการจัดอันดับผู้ผลิตที่สามารถทำงานร่วมกันได้ นอกจากนั้นอาจต้องตอบคำถามเรื่องของต้นทุนการจัดซื้อและต้นทุนการขนส่งที่คุ้มค่าเพื่อจะหาคำตอบในเรื่องของผลตอบแทนการลงทุน เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้นธุรกิจจะไม่สามารถยืนอยู่ได้ เพราะทำไปทำมาที่เป็นอยู่ก็เพียงแค่ฮาลาลทางด้านอาหารทะเลแปรรูป และสัตว์ปีก แต่หากเป็นฮาลาล แพะ แกะหรือโคก็ยังคงไม่มี
   
              คำถามคือหากไปศึกษาค้นคว้าวิจัยและพบว่าสามารถผลิตหรือแปรรูปที่ภาคกลาง อย่างเช่นราชบุรี หรือฉะเชิงเทรา โดยมีความคุ้มค่ากว่าเมื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านหรือตะวันออกกลางคิดว่าโครงการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลจะไม่มีอนาคต โครงการก็อาจจะต้องยกเลิกไปเพราะไม่สามารถแข่งขันที่ต้นทุนได้แต่ถ้าเมื่อศึกษาแล้วพบว่ามีความเป็นไปในการลงทุนและเกิดความคุ้มค่าก็ควรจะต้องเร่งการทำงานไปในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะที่ผ่านมานั้นทั้งหลักวิชาการและหลักนโยบายการพัฒนาไม่มีพื้นฐานของเหตุผลและความน่าเชื่อถือ เนื่องจากว่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นคือการขาดแคลนวัตถุดิบ อีกทั้งยังมีการทดลองในหลายๆ รูปแบบ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แถมไม่มีใครตั้งข้อสงสัยอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
   
              คำถามคือ เราจะเชื่อใครในอนาคต คงจะเชื่อได้ยากหากไม่สามารถเห็นได้โดยตนเอง เพราะในความเป็นจริงอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลได้รับการสนับสนุนทางด้านงบประมาณและอะไรต่างๆ มากมาย แต่ผลลัพธ์กลับให้ความหมายแค่การบริโภคภายใน ซึ่งยังไม่มีความเป็นไปได้ในการส่งออก ก็ไม่รู้ว่าจะโทษใครเพราะนี่คือประเทศไทยที่ทุกคนชอบอ้างว่าเข้าใจ เข้าถึงปัญหาโดยเฉพาะแวดวงวิชาการนั้นต่อไปคงต้องถูกตรวจสอบมากยิ่งขึ้น เพราะถือว่าเป็นแสงสว่างให้แก่สังคม แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ความน่าเชื่อถือกลับมีให้เห็นน้อยมากเพราะนอกจากไม่สามารถตั้งโจทย์ใหม่ได้แล้วยังใช้วิธีการแบบเดิมๆ คือ ฉันจะเอาอย่างนี้
   
              แต่สุดท้ายแล้วหากจะทำโครงการอะไรก็แล้วแต่ ควรจะได้คำตอบว่าอะไรที่เป็นสินค้าเพราะมันจะได้ยุติปัญหาดังกล่าว ตกลงปัญหาในวันนี้ของชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาด้านการเมืองอย่างเดียว แต่ที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ภาครัฐยังขาดการใช้หลักการเหตุผลทางวิชาการและการหาคำตอบง่ายๆ ตามหลักการลงทุนด้านธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่พูดคุยกันแบบนี้อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารฮาลาลก็ยังคงกลายเป็นช่องทางหนึ่งของการขึ้นลิฟต์ทางสังคมของคนบางกลุ่ม อย่าโทษมาเลเซียเลย ต้องโทษตนเองก่อนว่าจิตใจที่ทำงานเพื่อการแสวงหาคำตอบนั้นเรามีให้น้อยกว่ามาเลเซียแข่งกี่ปีเราจะตามหลังเขาแน่นอน