ข่าว

ต้องเป็นนโยบายรัฐบาล

ต้องเป็นนโยบายรัฐบาล

06 พ.ย. 2555

ต้องเป็นนโยบายรัฐบาล : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

            โครงการ "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" ถูกบรรจุเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว
 
              พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. นำมาทดลองใช้ที่ สน.บางขุนนนท์ ครั้งที่เป็นผู้บังคับบัญชาอยู่
 
              ตำรวจในต่างประเทศโดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐ นำไปใช้เป็นยุทธวิธีปราบปรามเหล่าอาชญากรโดยใช้คนในชุมชนเป็นหูเป็นตาจนได้ผล สถิติอาชญากรรมลดลงเป็นอย่างมาก
 
              แนวคิดเรื่องนี้จึงเริ่มกระจายไปสู่เมืองใหญ่ที่มีปัญหาอาชญากรรมสูงทั่วโลก
 
              ต่อมา บช.ก.นำหนังสือที่เขียนอธิบายโครงการดังกล่าวมาแปลและปรับใช้ มีโครงการนำร่องตามมาอีกมากมาย
 
              กระทั่งพล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผบช.3 สมัยที่อยู่ บช.ก.เห็นถึงความสำเร็จและกำลังนำไปใช้ทั่วภาคอีสานตอนล่าง เพื่อลดยาเสพติด อาชญากรรม และรองรับประชาคมอาเซียน 
 
              เนื่องจาก บช.ภ.3 มีเขตติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 2 ประเทศ จึงต้องนำโครงการแบบนี้มาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตำรวจไทย
 
              แม้ "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" จะเป็นโครงการที่ไม่หวือหวา ต้องใช้ระยะเวลาพิสูจน์ให้ชาวบ้านได้เห็นจึงต้องค่อยๆ ทำ รวมถึงการจัดหางบประมาณมารองรับด้วย
 
              เรื่องนี้ในตอนแรก ผบช.ก. ไม่คิดว่าจะมีผู้ใหญ่ระดับประเทศให้ความสนใจ จึงทำไปตามกำลังพลที่มีอยู่ ทำตามงบประมาณที่มีจำกัด
 
              แต่ปรากฏว่า พล.อ.มนตรี ศุภาพร อดีตจเรทหารทั่วไป และประธานมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค ได้ติดตามโครงการดังกล่าวและยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเพื่อรองรับเออีซี 
 
              ในวันที่มีการประชุมของมูลนิธิดังกล่าวยังมี ศ.วิบูลย์ ตั้งกิตติภาภรณ์ เห็นด้วยกับเรื่องนี้พร้อมยกตัวอย่างจนเห็นภาพว่า "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" เปรียบเหมือนกับฟันต้องทำให้เหงือกแข็งแรงฟันถึงอยู่ได้ ไม่ใช่มาอุดฟันที่ผุไม่ได้ประโยชน์และอยากให้รัฐบาลให้การสนับสนุน
 
              หรือแม้แต่นายสุพจน์ จันทน์ขาว อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้เชื่อว่า จะทำให้ประเทศเข้มแข็ง
 
              ถ้ารัฐบาลลงมาศึกษาหรือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปอธิบาย ถ้าโครงการแบบนี้มีประโยชน์ก็ควรนำมาบรรจุเป็นนโยบายเพื่อผลักดันต่อไป