ข่าว

'อภิสิทธิ์'จี้'ผบ.ตร.'จับ'แม้ว'ที่พม่า

'อภิสิทธิ์'จี้'ผบ.ตร.'จับ'แม้ว'ที่พม่า

05 พ.ย. 2555

'มาร์ค' จี้ 'ผบ.ตร.' จับ 'แม้ว' ที่พม่า เหน็บ 'โอ๊ค' ปูดข่าวลอบสังหารพ่อ ยัน 'ฝ่ายค้าน' เปิดซักฟอกรบ.ทำตามหน้าที่ แนะ 'ปู' ตอบด้วยตัวเอง จวก 'เต้น' ปลุกม็อบชนม็อบ

                         5 พ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมายังอำเภอ ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ว่า หากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ทราบแน่ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปที่ใด ก็มีหน้าที่แจ้งอัยการ เพื่อให้อัยการทำเรื่องขอตัวในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกรณีนี้จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานของผบ.ตร.คนนี้ และรองนายกฯ หรือนายกฯ เองก็ควรทำแบบเดียวกัน หวังว่าจะไม่มีเรื่องของประโยชน์ทับซ้อน เพราะมีประวัติศาสตร์อยู่ทั้งที่พม่าและอีกหลายประเทศ ซึ่งจะไม่เป็นผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรมาเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐของรัฐบาล

                         เมื่อถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า มีกระบวนการรอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาปฏิเสธไปแล้ว

                         เมื่อถามว่า แม้จะไม่มีคนแจ้งไป แต่อัยการ กระทรวงการต่างประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นที่รับรู้ของสาธารณะแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปที่ใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายก็ควรดำเนินการตามหน้าที่ของตัวเอง และหากไม่มีการดำเนินการก็สุ่มเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตัวคิดว่าระบบกฎหมายไทยไม่ได้ล้มเหลว แต่ที่ไม่ทำงานก็เฉพาะในส่วนที่มีผลประโยชน์กับคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลไม่ควรทำเช่นนี้เพราะจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวรัฐบาลเอง

 

'อภิสิทธิ์'ยัน'ฝ่ายค้าน'เปิดซักฟอกทำตามหน้าที่

                         นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านกับการชุมนุมเป็นกระบวนการเดียวกันที่จะล้มรัฐบาลว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ผู้ชุมนุมก็ประกาศชัดในเป้าหมาย ส่วนเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านก็ทำตามหน้าที่ ทำตามปกติ เพราะได้พูดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เพียงแต่ที่ผ่านมาก็เปิดโอกาสรอให้รัฐบาลแถลงผลงาน 1 ปี ก็เลยมายื่นญัตติในช่วงนี้ ส่วนที่รัฐบาลกล่าวหาว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นหนึ่งในกระบวนการล้มรัฐบาลนั้น รัฐบาลไม่ควรหวั่นไหวเกิดเหตุ อีกอย่างรัฐบาลก็มีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว จึงมีหน้าที่ชี้แจง เพราะตรงนี้เป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นนายกฯและพรรคเพื่อไทยก็ควรทำตามระบบ อย่าพยายามดิสเครดิต และนายกฯก็ควรได้รับการตรวจสอบและมาชี้แจงด้วยตัวเอง ตามที่ผลสำรวจของประชาชนคาดหวัง แต่ถ้านายกฯ ไม่ให้ความสำคัญกับสภาฯ ก็ป่วยการที่จะไปเรียกร้องให้คนอื่น ให้ความสำคัญต่อสภา

                         "อยากย้ำว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ชอบอ้างระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการทำงานในสภาฯ เป็นกลไกในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่ควรให้กลไกนี้ถูกดิสเครดิต หรือถูกมองไปในทางที่ไม่ดี คนเป็นนักประชาธิปไตยต้องยอมรับการตรวจสอบ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                         เมื่อถามว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เริ่มปลุกคนเสื้อแดงให้เตรียมพร้อม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการบ่งบอกถึงจิตใจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ยอมรับการตรวจสอบ และยืนยันว่า การชุมนุมต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้รัฐบาลเองต้องไปทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมต่างๆ ส่วนที่มีการวิตกว่า อาจจะเกิดเหตุมวลชนปะทะมวลชนนั้น ตนคิดว่ารัฐบาลต้องพยายามขอร้องไม่ให้มีความสุ่มเสี่ยงและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่หน้ากองปราบเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อดูแลไม่ให้มวลชนทั้งสองฝ่ายมาปะทะกัน

                         "นักการเมืองต้องตระหนักว่า ขณะนี้เกิดกระแสความไม่พอใจการกระทำของนักการเมือง จึงอยากให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง และอย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของระบบ อยากฝากถึงคนที่บอกว่าจะไม่ให้มีนักการเมือง 5 ปีว่าในทางปฏิบัติหนีการเมืองไปไม่พ้น เพียงแต่กลุ่มบุคคลจะแตกต่างกันไปเท่านั้น และนึกไม่ออกที่บอกว่าไม่ให้นักการเมืองในขณะนี้เข้ามาทำหน้าที่ แล้วจะให้ใครมาทำงานที่จะรับผิดชอบต่อประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างไร จึงอยากให้สังคมอดทน เพราะประชาธิปไตยไม่ได้เป็นหลักประกันว่าต้องได้รัฐบาลที่ดีเสมอไป ซึ่งต้องมีระบบตรวจสอบ และถ้าไม่ดีก็เปลี่ยนแปลงได้ ตามระบอบประชาธิปไตย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'อภิสิทธิ์'จ่อประจานนโยบายประชานิยม ทำศก.ล่ม

                         นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปฮ่องกง เพื่อบรรยาย ในหัวข้อ “How Welfare Populism Destroys Prosperity: The Populist Challenge to Economic Freedom” ที่โรงแรม Crowne Plaza Hong Kong Kowloon East ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ว่า ตนจะบรรยายเกี่ยวกับอันตรายของประชานิยม ต่อเศรษฐกิจการเมือง ซึ่งจะชี้ว่าการใช้นโยบายประชานิยม นอกจากจะไม่ยั่งยืน ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแล้วยังนำสู่ความขัดแย้งทางการเมือง จนถึงขั้นสูญเสียประชาธิปไตยด้วยในหลายกรณี ดังนั้นทุกคนควรตระหนักถึงอันตรายและควรวิเคราะห์ว่านโยบายต่างๆ มีความยั่งยืนอย่างไร ช่วยประชาชนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเครื่องมือในทางการเมืองสำหรับผู้ที่ฉกฉวยทางการเมืองมากกว่า

                         เมื่อถามว่าประชานิยมของรัฐบาลในขณะนี้จะมีจุดจบอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวนโยบายในที่สุดก็ต้องจบไป เราหวังว่า จะสามารถป้องกันไม่ให้ลุกลามกระจายออกไป อยากให้เรียนรู้โดยเร็ว โดยไม่ต้องรอให้ความเสียหายลุกลามออกไป แต่ที่เป็นห่วงคือ ในหลายประเทศประชานิยม จบลงที่การรัฐประหารบ้าง การสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจต้องให้ไอเอ็มเอฟ หรือประเทศอื่นเข้ามาดูแลเศรษฐกิจ และนำสู่ความล่มสลายในตัวระบบเศรษฐกิจเอง

 

'ปชป.' เรียกร้องรัฐบาลแก้ 4 ปัญหาจำนำข้าว

                         นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว ใน 4 ประเด็น คือ 1.แก้ปัญหากรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมีการรับจำนำข้าว เกินโควตา 14 ล้านตัน หลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดทำให้ชาวนา เร่งปลูกข้าวมากขึ้น และยังเกิดปัญหาการเวียนเทียนข้าวเพื่อรับประโยชน์จากโครงการรับจำนำ ตันละ 15,000 บาท และยังเปิดช่องให้โรงสีรับจำนำข้าวจากเกษตรกร เพียง 80 เปอร์เซ็นต์ ทีเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นการรับจำนำแบบกดราคาเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว

                         2.แก้ปัญหาไม่มีสต๊อกหรือโกดังเก็บข้าวเพียงพออย่างไร 3.แก้ปัญหาการทุจริต เช่น การเวียนเทียน สวมสิทธิ์ ออกใบประทวนปลอมอย่างไร และ 4.แก้ปัญหาการโกหกของกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องการส่งออกข้าวอย่างไร เพราะในตลาดโลกไม่พบการส่งออกข้าวไทยแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ตามที่กล่าวอ้างเลย ถ้ารัฐบาลไม่แก้ปัญหา จะถูกกล่าวอ้างได้ว่ามีส่วนร่วมและรู้เห็นการโกงงบประมาณในครั้งนี้

 

'ชวนนท์' แนะ 'พท.' เตรียมข้อมูลแจงศึกซักฟอก

                         นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ ระบุว่า ประชาชน 87.4 เปอร์เซ็นต์ อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า แสดงว่าประชาชนต้องการเห็นนายกฯ ให้ความร่วมมือกับสภาฯ จึงขอให้รัฐบาลเลิกสร้างเรื่องราวกลบเกลื่อน เบี่ยงเบนประเด็นของสังคม และดิสเครดิตการทำงานของฝ่ายค้าน แต่ควรเอาเวลาไปเตรียมตัว และข้อมูลที่จะชี้แจงกับสภาฯ เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยสร้างเรื่องกลบปัญหาการทำงานของรัฐบาล

                         เช่น ปล่อยข่าวจ้างมวลชน หัวละ 1,500 บาท เข้ามาชุมนุมช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่าไร้สาระ ปัญญาอ่อน เพราะประชาชนที่เข้ามาชุมนุมเดือดร้อนจริงๆ แทนที่รัฐบาลจะหาแนวทางแก้ไข กลับเอาปัญหาของประชาชนมาเป็นเงื่อนไข ขอยืนยันว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังการจัดม็อบมาชุมนุม เพื่อขับไล่รัฐบาล จึงขอเรียกร้องไปยังโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้เลิกสร้างเรื่องราวปัญญาอ่อน เพราะหากมีใครจ้างวานมวลชนให้ทำเรื่องผิดกฎหมาย รัฐบาลพรรคเพื่อไทยซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือก็ต้องดำเนินอย่างเด็ดขาด

 

'ชวนนท์' ปูดงบป้องกันน้ำท่วม 1.2 แสนล้าน

                         โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการติดตามการเบิกจ่ายการงบประมาณตามพ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน 3.5 แสนล้านบาท พบว่า มีการเบิกจ่ายไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ โดยในพื้นที่ภาคอีสาน ที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่า มีคะแนนนิยมสูง แต่กลับได้รับการปฏิบัติแบบลูกเมียน้อย เพราะมีการจัดแบ่งงบประมาณดังกล่าวไปให้ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งที่ภาคอีสานเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และขณะนี้ได้เกิดปัญหาภัยแล้ง 12 จังหวัด แต่รัฐบาลไม่มีแนวคิดหรือโครงการใดๆ จัดสรรเงินไปช่วยเหลือคนอีสาน ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลบอกว่า เป็นรัฐบาลของคนอีสาน ถือเป็นเพียงลมปาก ใช้คนอีสานเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจ โดยไม่สนใจปัญหาชีวิตและความเป็นอยู่เลย

                         นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนอยากถามความคืบหน้ากรณีที่อดีตเลขาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ระบุมีการทุจริตการใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาทว่า มีการหาผู้กระทำผิดหรือไม่ หรือการย้ายอดีตเลขาปปท. ออกไปเป็นเพียงเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามเท่านั้น โดยไม่มีการหาผู้กระทำผิดแต่อย่างใด