
ผบช.9เผยดับ2นายกเล็กใต้จุดชนวนการเมืองระอุ
ผบช.ภ.9เผยสังหาร 2 นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห-เขาหัวช้าง จุดชนวนการเมืองระดับท้องถิ่นระอุสั่งคุมเลือกตั้ง 2จังหวัดเข้ม พร้อมเดินหน้าผนึกความร่วมมือตำรวจภาค 8 ตั้งชุดเฉพาะกิจเปิดปฎิบัติการกวาดล้างซุ้มมือปืน-อาวุธสงครามล่าคนร้ายทั่วภาคใต้
วันนี้( 26 พ.ค.) พล.ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับชุดสืบสวนสอบสวนในการติดตามความคืบหน้า 2 คดีสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งการลอบยิงนายอภิชาติ สังขาชาติ นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห อ.หาดใหญ่จ.สงขลา และ คดีลอบยิงถล่มนายสถาพร ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเขาหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เสียชีวิตพร้อมเพื่อนรวม 5 ศพ
โดยทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นคดีสะเทือนขวัญและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกันแถมยังเป็นนักการเมืองท้องถิ่นทั้งคู่ การเป็นการจุดชนวนบรรกาศการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ถูกจับตามองไปด้วย โดยเฉพาะทั้ง 2 พื้นที่ ที่ต้องประกาศเลือกตั้งนายกฯแทนตำแหน่งที่ว่างลง นอกจากนี้ยังมีประเด็นการติดตามหาอาวุธปืนสงครามที่ถูกมาใช้ก่อเหตุบ่อยขึ้น
"แม้ว่าประเด็นการสังหารทั้ง 2 คดี จะเกี่ยวข้องเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ก็ตาม แต่ด้วยฐานะทางสังคมที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับผู้บริการด้วยกันทั้งคู่ ทำให้กลายเป็นการจุดประเด็นให้สนามการเมืองระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคใต้ถูกจับตามองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้กำชับตำรวจทุกพื้นที่เร่งหาข้อมูลเตรียมพร้อมรับสถานการณ์" พล.ต.ท.ธานี กล่าว
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวอีกว่า สำหรับการติดตามจับกุมคนร้ายนั้นได้มีการแบ่งชุดคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบงานต่างๆไปหมดแล้ว โดยขณะนี้ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ในการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะงานด้านการกวาดล้างอาวุธสงคราม และซุ้มมือปืนในพื้นที่ภาคใต้อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นเรื่องที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับเป็นกรณีพิเศษ
โดยเบื้องต้นได้แต่งตั้งชุดคลี่คลายคดีจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เข้ามาเสริมงานกวาดล้างซุ้มมือปืน และมือปืนรับจ้างที่มีหมายจับ รวมถึงอาวุธปืนสงคราม เนื่องจากช่วงระยะหลังคนร้ายมีการนำอาวุธปืนสงครามมาใช้ก่อเหตุกันมากขึ้น
"ชุดคลี่คลายคดีการกวาดล้างซุ้มมือปืนและอาวุธสงคราม ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อติดตามกวาดล้างเครือข่ายคนร้ายในพื้นที่ภาคใต้พร้อมๆกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากที่ผ่านการกวาดล้างที่ต่างคนต่างทำนั้นทำให้เครือข่ายคนร้ายหลบหนีกบดานข้ามไป-มาระหว่างพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 เบื้องต้น จึงใช้โอกาสที่คนร้ายก่อเหตุอุกฉกรรจ์ทั้ง 2 ครั้งต่อเนื่องกันนี้ เป็นการเปิดยุทธการกวาดล้างซุ้มมือปืนและอาวุธสงครามในพื้นที่ภาคใต้พร้อมกัน " พล.ต.ท.ธานี กล่าว
จับ “สห.ทร.”ลอบขนอาวุธให้โจรใต้
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 พ.ค.52 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหากลุ่มคนมีสีซึ่งลักลอบขนอาวุธและลำเลียงยาเสพติดส่งให้เครือข่ายผู้ร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงรีบรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สน.นพวงษ์
จากการสอบถาม พ.ต.อ. ชัยพงษ์ เจริญชัยเนาว์ รอง ผบก.รฟ. เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวมีอยู่จริงสืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาขณะที่ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอยู่ในสถานีรถไฟกรุงเทพฯ(หัวลำโพง) ก็ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ ว่า พบผู้ต้องสงสัยหอบหิ้วสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้สีแดงใบใหญ่และมีน้ำหนักมากผิดปกติบริเวณที่นั่งหมายเลข 34 ของรถไฟขบวนด่วนพิเศษขบวนที่ 37 ซึ่งวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-สุไหงโกลก จึงรีบเดินทางขึ้นไปตรวจสอบพบเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวชื่อนายสยาม เจ๊ะสานิ อยู่บ้านเลขที่ 132/2 หมู่ที่ 8 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส มีอาการตาลอยและกระสับกระส่ายคล้ายกับคนมีอาการเมายาจึงขอแสดงตัวเพื่อตรวจค้น
พ.ต.อ.ชัยพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบกระเป๋าเป้ใบดังกล่าวพบของกลางเป็นอาวุธสงครามและยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืนขนาดเอ็ม 16 รุ่น 101 ไม่มีเครื่องหมายและหมายเลขทะเบียนบอกว่ามาจากที่ใด อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ยี่ห้อบราวน์นิ่ง หมายเลขทะเบียนถูกขูดลบออกไป 1 กระบอก อาวุธปืนลูกโม่ขนาด.22 ยี่ห้อสมิธ แอนด์ เวสสัน 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 ซอง เครื่องกระสุนปืนขนาดเอ็ม 16 จำนวน 20 นัด ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 35 นัด ขนาด.22 จำนวน 6 นัด ขนาด .357 จำนวน 6 นัด และขนาด .38 อีกจำนวน 30 นัด ส่วนยาเสพติดที่พบคือ โซแรมบรรจุในขวด 995 เม็ด โดยสารเสพติดชนิดนี้มักใช้ผสมกับใบกระท่อมบดและดี.ดี.ที. ผลิตเป็นยาเป็นยาเสพติดประเภท 4 คูณ 100 ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาทำการสอบสวนขยายผลที่ สน.นพวงษ์
พ.ต.อ.ชัยพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบสวน นายสยาม ให้การว่ากำลังจะนำของกลางทั้งหมดไปส่งให้แก่ลูกค้าชื่อ นายสมชาย มูดอ อายุ 29 ปี ที่จ.นราธิวาส เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตุว่านำอาวุธปืนจำนวนมากมาจากไหน ผู้ต้องหาจึงแสดงตัวว่าเป็น “จ่าเอก” สารวัตรทหาร สังกัดกองสารวัตรทหาร กรมอู่ทหารเรือซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับอาวุธปืนและสามารถซ่อมและประกอบอาวุธปืน



