
จับแก๊งลักรถข้ามชาติสวมสิทธิ์จดทะเบียน
จับแก๊งลักรถข้ามชาติ สวมสิทธิ์..จดทะเบียน : ตะลุยข่าว โดยบุญเลื่อน พรหมประทานกุล
แสงไฟกะพริบจากท่าเรือท่าโพธิ์ ต.ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนองซึ่งเป็นท่าเรือเอกชนรายหนึ่งใน จ.ระนอง..ส่องสัญญาณสื่อไปยังท่าเรือฝั่งตรงข้ามในฝั่ง จ.เกาะสอง หลังจากขบวนการค้ารถข้ามชาติที่มีชาวไทยและพม่า ขนรถยนต์ 2 คัน ที่จอดซุ่มไว้ตั้งแต่ช่วงบ่าย ขึ้นเรือ 2 ลำ ที่ดัดแปลงเป็นแพจอดรถสำเร็จพร้อมเตรียมล่องน้ำข้ามประเทศ!!
แต่ทว่าทุกความเคลื่อนไหวถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 และเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามศุลกากรระนอง ที่แฝงตัวเป็นชาวประมงพื้นบ้านลอยลำเรืออยู่บริเวณปากลำน้ำกระบุรีมาตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ตุลาคม จนกระทั่งใกล้ย่างเข้าสู่วันใหม่
ขณะที่เรือเป้าหมายที่บรรทุกรถยนต์ 2 คัน ล่องมายังกลางลำน้ำก่อนเข้าเขตร่องน้ำลึกและผ่านเข้ายังน่านน้ำประเทศพม่า เจ้าหน้าที่ทหารและศุลกากรก็แสดงตัวพร้อมนำเรือเข้าประกบเพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการค้ารถข้ามชาติได้พร้อมของกลาง โดยมีเรือโจมตีเร็ว "ชลแดน 2" พร้อมทหารและอาวุธครบมือคอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด
กระทั่งจับแก๊งโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติแก๊งนี้โดยละม่อม เป็นไทย 4 คน ชาวพม่าอีก 3 คน จากการสอบรถยนต์ทั้งสองคันที่ยึดได้ ประกอบด้วยรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน 4 ประตู ทะเบียน สร 6854 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด ชนิดแค็บ ทะเบียน บน 3563 ชุมพร
นายพัฒนศักดิ์ พวงอินทร์ อายุ 30 ปี เจ้าของเรือหางยาวลำดังกล่าว ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากผู้ชายคนหนึ่งที่นำรถยนต์มาส่งให้ในช่วงบ่าย โดยให้ค่าจ้างคันละ 3,000 บาท สองคัน 6,000 บาท เห็นว่าเป็นรายได้ดี อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งไม่เกิดปัญหาอะไร คราวนี้จึงรับข้อตกลง พร้อมหาลูกมือที่เป็นญาติและชาวพม่าช่วยกันขนรถลงเรือในช่วงค่ำเพื่อนำไปส่งยังฝั่งพม่า
นายซอนาย อายุ 32 ปี ชาวพม่าจากเมาะละแหม่ง กล่าวว่าตอนนี้ในฝั่งประเทศพม่ามีการใช้รถยนต์มากขึ้น โดยรถยนต์ส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย ยี่ห้อที่ชาวพม่าชอบและตลาดต้องการสูงคือ โตโยต้า กับอีซูซุ ประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคาซื้อขายรถสภาพกลางเก่ากลางใหม่ในพม่าหากเป็นชนิดแค็บราคาซื้อขายประมาณ 1.5-2 แสนบาท หากเป็นรถยนต์ 4 ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อราคาซื้อขายประมาณ 2-2.5 แสนบาท เหตุผลสำคัญที่ทำให้รถยนต์จากประเทศไทยทะลักเข้าไปยังพม่าเป็นจำนวนมาก นอกจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในวันที่ 1 มกราคม 2556 ทางสำนักงานจดทะเบียนยานพาหนะได้ออกประกาศแจ้งให้ประชาชนที่ครอบครองรถยนต์ให้นำไปแจ้งรายการทรัพย์สินที่ครอบครองและขอยื่นจดทะเบียนได้
พ.อ.อุทิศ อนันตนานนท์ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ยอมรับว่า วันที่ 1 มกราคม 2556 ทางการพม่าจะเปิดให้ประชาชนที่ครอบครองรถยนต์นำรถมาจดทะเบียนกับทางการพม่า เพื่อจัดทำทะเบียนและเป็นไปตามการจัดระเบียบการด้านคมนาคมขนส่งของทางการพม่า จึงอาจทำให้มีคำสั่งซื้อจากฝั่งประเทศพม่าเป็นจำนวนมาก และพบว่า ในส่วนของ จ.ระนอง บริเวณแนวพรมแดนไทย-พม่า ที่มีลำน้ำกระบุรีกั้นจาก อ.กระบุรี ถึง อ.เมืองระนอง ระยะทางประมาณ 64 กม. เป็นช่วงที่แคบทำให้การลักลอบสามารถทำได้ง่าย
ด้านแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทยก็ยอมรับ จากกรณีที่ทางการพม่าจะเปิดให้ผู้ครอบครองรถยนต์นำรถยนต์เข้ายื่นขอจดทะเบียนได้ในเดือนมกราคมปีหน้า ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเปิดปัญหาโจรกรรมรถยนต์ส่งข้ามแดนไปจำหน่ายยังประเทศพม่าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง ที่พบว่าขณะนี้เริ่มมีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาจากลูกค้าในพม่า โดยเฉพาะรถยนต์ที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาดในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงได้มีการประสานกับทหารและตำรวจในการเฝ้าระวังตามแนวพื้นที่ชายแดนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ารถยนต์จากไทยข้ามฟากไปยังประเทศพม่าโดยผิดกฎหมายแล้ว โดยเฉพาะท่าเรือสำคัญ 4 ท่า ซึ่งต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวโยงกับขบวนการลักลอบส่งรถยนต์จากฝั่งไทยไปยังพม่า ประกอบด้วยท่าเรือท่าโพธิ์ ตั้งอยู่ ต.ทรายแดง อ.เมืองระนอง, ท่าเรือท่าวังทู ตั้งอยู่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี, ท่าเรือท่าตาเจือ ตั้งอยู่บ้านหาดจิก ต.ปากจั่น อ.กระบุรี, ท่าเรือท่าตายิ้ม ตั้งอยู่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ส่วนท่าเรือในฝั่งประเทศพม่าที่เครือข่ายฝั่งพม่าคอยประสานงานในการรับเรือที่ขนจากฝั่งไทยเข้าไปส่งให้ลูกค้ายังจุดหมายต่างๆ คือ ท่าตลิ่งชัน ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านหินดาด ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า การเริ่มส่งออกรถยนต์จากฝั่งไทยด้าน จ.ระนอง ไปยัง จ.เกาะสอง ประเทศพม่า เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ขณะนี้คาดว่ามีรถยนต์จากฝั่งไทยที่ถูกลักลอบส่งออกไปยังฝั่งพม่าแล้วไม่ต่ำกว่า 50 คัน!!
......................
(หมายเหตุ : จับแก๊งลักรถข้ามชาติ สวมสิทธิ์..จดทะเบียน : ตะลุยข่าว โดยบุญเลื่อน พรหมประทานกุล)



