
เสนอเมืองเก่าภูเก็ตขึ้นทะเบียนมรดกร่วมปีนัง-มะละกา
กมธ.ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา ร่วมกับสมาคมอิโคโมสไทย สัมมนากฎบัตรการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทย พร้อมนำเสนอเมืองเก่าภูเก็ตขึ้นเป็นมรดกร่วมกับปีนัง-มะละกา
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการอนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “ กฎบัตรการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทย ครั้งที่ 3 ” ซึ่งคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับสมาคมอิโคโมสไทย จัดขึ้น โดยมีนายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ คณะอนุกรรมาธิการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมในเขตศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หน่วยงานราชการเกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้แทนจากกรมศิลปากร นักวิชาการท้องถิ่นด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติและผู้สนใจทั่วเข้าไป เข้าร่วม
ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ กล่าวว่า ปัจจุบันการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรมในประเทศไทย มีกรมศิลปากร เพียงหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบดูแลโบราณสถานและมรดกวัฒนธรรมไทยที่มีความสำคัญในระดับประเทศเป็นหลัก แต่ปัญหาในขณะนี้คือมีเจ้าหน้าที่และงบประมาณไม่เพียงพอต่อการดูแลบำรุงรักษาโบราณวัตถุและโบราณสถานที่มีอยู่ ส่วนมรดกวัฒนธรรมไทยอื่นๆ ที่มีอยู่หลากหลายและไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุซึ่งปรากฏอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยอีกจำนวนมากก็ยังขาดการดูแล และนับวันจะถูกเปลี่ยนแปลงทำลายมากขึ้น อันเป็นผลจากการพัฒนาสมัยใหม่ตามกระแสโลกาภิวัฒน์
ผู้คนส่วนใหญ่ในท้องถิ่น ขาดความเข้าใจในคุณค่าของรากเหง้ามรดกวัฒนธรรมไทย และขาดแนวทางการปรับใช้ที่เหมาะสม หรือถ้ามีก็ไม่เข้มแข็ง ขาดบุคลากรและทุนดำเนินงาน ประกอบกับการดำเนินงานด้านอนุรักษ์ในท้องถิ่น ยังขาดแนวทางที่เหมาะสม ในการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมของตนเอง รวมถึงการที่ประเทศไทยยังคงใช้กฎบัตรนานาชาติที่มีอยู่เดิม เป็นแนวทางในการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมจนถึงปัจจุบัน และไม่ครอบคลุมมรดกพื้นถิ่นที่มีความหลากหลาย ทำให้มรดกวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านกายภาพ ค่อยๆ หายไป
จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาทางสมาคมอิโคโมสไทยซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และพยายามจัดทำร่างกฎบัตรว่าด้วยการบริหารจัดการโบราณสถานและมรดกวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศิลปากรและคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้มีการจัดจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งการดำเนินการของกรรมาธิการการศาสนาฯ เป็นการสานต่อการทำกฎบัตรฯ ดังกล่าว โดยกำหนดจัดสัมมนาในทุกภาคของประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งกฎบัตรฯ ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง และใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและทัดเทียมกับนานาประเทศต่อไป
ในการสัมมนาครั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงธนิศร์ พิมลเสถียร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการนำเสนอกรณีศึกษา การบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมในความดูแลของกรมศิลปากรในพื้นที่ โอกาสในการขอเป็นมรดกโลกร่วม ภูเก็ต-ปีนัง-มะละกา เนื่องจากขณะนี้ในส่วนของปีนัง-มะละกาซึ่งมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับภูเก็ตได้มีการประกาศเป็นมรดกโลกไปแล้ว ยังคงเหลือเฉพาะภูเก็ตโดยเฉพาะย่านเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งไม่ได้มีการนำเสนอ แต่จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่ามีความเป็นไปได้ โดยขอขึ้นเป็นมรดกร่วมกับ 2 เมืองดังกล่าว ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ของการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร



