ข่าว

ก้าวต่อไปของไทยหลังการเลือกตั้งสหรัฐ

ก้าวต่อไปของไทยหลังการเลือกตั้งสหรัฐ

05 พ.ย. 2555

คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : ก้าวต่อไปของไทยหลังการเลือกตั้งสหรัฐ : โดย...นันทิดา พวงทอง

          ศึกชิงประธานาธิบดีสหรัฐระหว่างนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ในฐานะตัวแทนจากพรรคเดโมแครต กับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ลงสมัครจากพรรครีพับลิกัน ที่ขับเคี่ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิง จนมาถึงโค้งสุดท้าย เป็นที่จับตามองในนโยบายการหาเสียงที่แตกต่าง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนายโอบามา ชูแนวนโยบายเสรีนิยม ใช้มาตรการผ่อนปรน ประสานประโยชน์การค้า ขณะที่นายรอมนีย์ เน้นแนวนโยบายอนุรักษนิยม พร้อมประกาศตอบโต้การค้ากับจีนทุกรูปแบบ สิ่งนี้ทำให้น่าคิดว่าหลังการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อแนวนโยบายประเทศไทยด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระหว่างประเทศในอนาคตหรือไม่และอย่างไร

 

          กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง “ก้าวต่อไปของไทยและภูมิภาค ภายหลังการเลือกตั้งสหรัฐ” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสหรัฐในทุกมิติ ร่วมแสดงความคิดเห็น และประเมินสถานการณ์แนวโน้มสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากเลือกตั้ง เพื่อเตรียมตัวที่จะปรับนโยบายของไทยให้สอดรับกับสหรัฐ ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ได้ประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งสหรัฐว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่านายโอบามา หรือนายรอมนีย์ จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ก็จะกระทบเศรษฐกิจ ความมั่นคงของไทยไม่มาก เพราะนโยบายสหรัฐไม่ต่างไปจากเดิมแบบพลิกฝ่ามือ 

          ประธานสภาพัฒนาการเมือง มองว่า ในการหาเสียงทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพลับริกัน ไม่มีการเอ่ยถึงกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียงการพูดถึงจีนในด้านเศรษฐกิจและการค้าที่กำลังรุกคืบและแผ่อิทธิพลขยายมายังเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น ขณะที่สหรัฐก็จะไม่มีนโยบายต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนเป็นการเฉพาะ แต่จะเห็นว่าสหรัฐ มุ่งที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์และเข้ามามีบทบาทในอาเซียน หวังจะสกัดกั้นอำนาจของจีน ทั้งนี้ ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศพันธมิตรกับสหรัฐ กับจีน ที่ยาวนาน ประกอบกับขณะนี้ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-จีน จึงต้องแสดงบทบาทนำและเป็นตัวหลักในการประสานท่าทีให้จีน อาเซียน และสหรัฐอยู่ร่วมกันได้

          ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ชี้ว่า การดำเนินนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐ มุ่งภาพรวมต่ออาเซียน ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่มียาวนานและต่อเนื่อง มากกว่าขึ้นกับว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าฝ่ายใดชนะการเลือกตั้งก็ยังคงให้การสนับสนุนไทยตลอดมา อย่างไรก็ตาม นโยบายการหาเสียงของนายโอบามา และนายมิตต์ รอมนีย์ มีความสำคัญมาก เพราะโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมหาอำนาจทางตะวันตกมาสู่มหาอำนาจทางตะวันออก ดังนั้นนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐย่อมมีความสำคัญต่อทั่วโลก รวมถึงไทย เชื่อว่าคงจะไม่มีผลทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายการต่างประเทศของไทยต่อสหรัฐ แต่สำคัญที่ไทยจะประสานความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-สหรัฐ โดยเฉพาะการต่อยอดในเรื่องการศึกษา และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอเอ็มอี) ให้เกิดการพัฒนาและมีความต่อเนื่องต่อไป

 

          สำหรับประเทศไทยซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามายาวนาน อาจไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง หรือสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งโดยตรง หากแต่รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดท่าทีและนโยบายต่างประเทศของไทยในมิติเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ต่อสหรัฐได้อย่างชาญฉลาด และสำคัญที่ไทยต้องรักษาความสมดุลของมหาอำนาจทั้งสหรัฐและจีน ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยให้มากที่สุด

 

 

--------------------

(คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : ก้าวต่อไปของไทยหลังการเลือกตั้งสหรัฐ : โดย...นันทิดา พวงทอง)