
ปชป.จับตาแม้วเยือนพม่า
"ปชป."จับตาทักษิณเยือนพม่า หวั่นซ่อนเจรจาผลประโยชน์ส่วนตัว เร่งรัฐบาลแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี หลังเลยมา 3 เดือนยังไร้วี่แวว ชี้อย่าคิดเบี้ยวการตรวจสอบ
วันที่ 4 พ.ย.55 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศพม่าว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ล้วนมีความสัมพันธ์กับการทำหน้าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศที่มีนัยยะสำคัญ เช่น เป็นการเดินทางในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันทั้งนี้แม้จะไม่สามารถทราบได้ชัดเจนว่าการเดินทางมาพม่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีสาเหตุใดที่แท้จริง แต่พ.ต.ท.ทักษิณมักจะมีพฤติกรรมในการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของตนเองและครอบครัว ดังนั้นรัฐบาลไทยต้องระวังอย่างสูงที่จะไม่ให้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ยิ่งในขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ดูแลงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง และงานด้านความมั่นคงได้เกี่ยวข้องกับงานด้านเรื่องการเมือง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะความสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ท่าทีที่สมดุลในเวทีโลกของไทย และกับประเทศพม่า ดังนั้นการเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงต้องระมัดระวัง ต้องชั่งน้ำหนักเศรษฐกิจ ผลประโยชน์ของชาติให้ดี ไม่ใช่แค่หวังผลแต่ผลประโยชน์ของครอบครัวและบริวาร แต่ต้องคำนึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
ปชป."เร่งรัฐบาลแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี หลังเลยมา 3 เดือนยังไร้วี่แวว
นายองอาจ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาในเดือนนี้ สภาจะมีภารกิจหลัก 3 เรื่องที่ต้องรีบดำเนินการ คือ 1.การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน 2.การขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติของสมาชิกวุฒิสภา และ3.การแถลงผลงานครบ 1 ปีของรัฐบาล โดยในสองภารกิจแรกนั้นมีการกำหนดวันเวลาชัดเจนแล้ว เหลือแต่การกำหนดวันแถลงผลงานของรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเร่งกำหนดวันที่เพื่อดำเนินการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีต่อรัฐสภาด้วย เพราะขณะนี้รัฐบาลทำงานครบ 1 ปีมา 3 เดือนแล้ว ทั้งนี้ตนขอตั้งขอสังเกตว่าสาเหตุที่รัฐบาลนิ่งเฉยเป็นเพราะไม่มีผลงานที่จะแถลง หรือเกรงว่าเมื่อแถลงผลงานแล้วจะเป็นช่องทางให้ฝ่ายค้านจะหาข้อบกพร่องเพื่อนำข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยพยายามหลีกเลี่ยง
นายองอาจ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในระหว่างการอภิปรายขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอย่าอ้างภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศ ในการหลบหลีกจนไม่สามารถเข้าร่วมฟังการอภิปราย เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ควรเห็นเรื่องอื่นใดสำคัญกว่าการตรวจสอบในกระบวนการรัฐสภา และแม้เป็นการอภิปรายรัฐมนตรี นายกฯก็ควรร่วมรับฟังด้วย เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น เพราะการเดินทางไปต่างประเทศนายกฯ สามารถที่จะปฏิเสธการเดินทางหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นเดินทางไปแทนได้
ส่วนกรณีที่ ส.ว.ขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 161 โดยไม่ลงมติ นายองอาจ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญเพราะทราบว่ารัฐบาลมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัดเพียง 1 วัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอได้ เนื่องจาก ส.ว.ได้ยื่นถึง 2 ญัตติ และยังมีสมาชิกร่วมลงชื่ออภิปรายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลเปิดโอกาสให้ ส.ว.ได้สามารถอภิปรายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมากกว่านี้ด้วย
นายองอาจ ยังกล่าวฝากไปถึง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งว่า ต้องให้ความสำคัญ และละเว้นการปฏิบัติใน 3 เรื่อง คือ1.ต้องละเว้นที่จะให้มีการทุจริตในทุกรูปแบบ ทั้งในเชิงนโยบาย การหักเปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิว เพราะที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี รัฐบาลมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อมีครม.ชุดใหม่แล้ว รัฐบาลต้องปรับปรุง ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากที่สุด 2.ต้องละเว้นการใช้อำนาจโดยมิชอบ อย่าแสดงพฤติกรรมลุแก่อำนาจ การพยายามผลักดันกฎหมายที่เพื่อประโยชน์แก่พวกพ้อง 3.การละเว้นการใช้ระบบอุปถัมภ์ในทุกกรณี แต่ต้องบริหารด้วยความเป็นธรรม ให้ความเท่าเทียมแก่คนทุกกลุ่ม ทั้งนี้หากรัฐบาลบริหารโดยละทิ้ง ไม่สนใจในข้อใดข้อหนึ่งและปล่อยให้มีการปฏิบัติ เชื่อว่าจะเกิดการต่อต้านรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่ถ้ารัฐบาลกำชับทั้ง 3 เรื่อง และทำงานอย่างตรงไปตรงมา สร้างความเป็นธรรมแก่คนทุกกลุ่ม ก็เชื่อว่าจะสามารถบริหารประเทศต่อไปได้
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ระบุว่าอาจจะมีการแฉกลับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายองอาจกล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่กังวลเรื่องจะถูกแฉกลับเพราะเรามุ่งอภิปรายการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ที่บกพร่องทุจริต ผิดกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งฝ่ายรัฐบาลทราบดีว่าเวทีไม่ใช่ไม่ใช่เวทีให้มาอภิปรายฝ่ายค้าน ตนคิดว่าประธานสภาผู้แทนราษฏรจะสามารถกำกับดูแลได้ดี อยากให้เปิดให้มีการใช้เวลาในสภาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพราะเป็นหน้าที่ปกติของการทำงานของฝ่ายค้านไม่ โดยจะไม่มีการอภิปรายเรื่องอื่นนอกจากเรื่องการทุจริต
เพื่อไทย” ยัน “ทักษิณ” เข้าพม่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ชี้ ส.ส. ไปพบเป็นสิทธิ์
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ว่า พรรคคงไม่ห้ามถือเป็นสิทธิในฐานะคนเคารพนับถือกัน ยืนยันว่า การเดินทางมาพม่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการเรื่องการเมืองหรือเจรจาผลประโยชน์ท่าเรือทวายอย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ส่วนภารกิจเข้าพบผู้นำก็เพื่อผลประโยชน์ประชาชน ฝ่ายค้านกล่าวหาเป็นเรื่องเดิม โหมโรงก่อนอภิปราย จินตนาการไปเอง น่าจะเอาเวลาไปเตรียมข้อมูลอภิปรายมากกว่ามาจินตนาการ ตนข้อท้าถ้ามีข้อมูลผลประโยชน์เรื่องดังกล่าวให้นำมาอภิปรายรัฐบาล



