
'จารุพงศ์'ไม่เชื่อน้ำจะคว่ำเรือ
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 'เราหวังว่าจะให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาให้ได้ภายในรัฐบาลนี้' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี, เสถียร วิริยะพรรณพงศา
ในที่สุด "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" ก็ก้าวสู่ตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" และ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย" แทน "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ตามคาด ทำให้หลายคนจับตาว่าบทบาทของเขาจะเป็นอย่างไร จะเป็นหัวหน้าพรรคแต่ในนามหรือไม่ เขาได้เปิดใจต่อ ทีมข่าวเครือเนชั่น ทุกคำถาม รวมถึงเรื่องนโยบายประชานิยม โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว ว่ารัฐบาลจะไม่ยกเลิกแน่นอน
รับหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยหนักใจเรื่องอะไรมากที่สุด
ไม่มีอะไรที่หนักใจ เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เป็นเลขาธิการพรรค เป็นรองหัวหน้าพรรคมาแล้ว รวมๆ ก็เกือบ 2 ปี 2 ตำแหน่งละ วันนี้ได้เป็นหัวหน้าพรรคก็จะรับไม้ต่อจากท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ และสานต่องานจากท่าน ซึ่งในวันที่ผมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคก็ยังเดินลงจากเวทีเพื่อไปบอกท่านด้วยว่า ท่านต้องเป็นที่ปรึกษาให้ผมด้วยนะ
สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเอาแค่คนที่รับคำสั่งจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ก็พอ
คุณสมบัติพิเศษของคนที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ แต่ต้องหัน 360 องศา ฟังทั้งส.ส.และผู้สมัครส.ส.ที่สอบตก กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค ต้องรับฟังเหตุและผล รวมทั้งต้องทำตัวให้โปร่งใสรอบด้าน
ถ้าคนที่อยู่เมืองนอกสั่งมาเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนน่ารังเกียจอย่างนั้นหรือ เป็นคนที่ไม่ควรเชื่อ ไม่ควรรับฟังความเห็นอย่างนั้นหรือ ผมเป็นคนที่รับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง นักข่าวโทรมาก็รับสายเอง เมื่อผมรับฟังทุกคนแล้วทำไมจะรับฟังพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ 2 สมัย 6 ปีเศษก่อนจะถูกรัฐประหาร คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดที่ท่านได้รับคือ 19 ล้านเสียง มรดกที่ท่านทำไว้ก็เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และยังส่งผลมาถึงพรรคพลังประชาชนจนมาถึงพรรคเพื่อไทยด้วย จนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมาแล้ว 4 ครั้ง แม้ว่าจะถูกยุบพรรคไปถึง 2 ครั้งก็ตาม และทีมที่ต่อสู้อยู่ในขณะนี้ถ้าเป็นฟุตบอลก็คือทีมซี แต่ก็ยังสู้จนชนะ
คนวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยเดินได้เพราะคนคนเดียว
พรรคนี้เดินได้เพราะประชาชน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน เรามีการทำวิจัยตลอดว่า ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนคือความยากจนและความด้อยโอกาส แต่เมื่อเราทำนโยบายเพื่อคนเหล่านี้ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นประชานิยม ก็ถ้าไม่ประชานิยมแล้วจะชนะการเลือกตั้งได้หรือ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าประชานิยมแจกประชาชนจนประเทศอาจจะล้มละลาย เช่น เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ถ้ารัฐบาลจะรับจำนำในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาทนั้นมันผิดตรงไหน คนที่ออกมาดิ้นเวลานี้คือพวกที่ทำนาบนหลังควายจนเคยตัว กลัวว่าถ้านโยบายนี้สำเร็จจะยิ่งกว่าความสำเร็จของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เราจะได้เป็นรัฐบาลยาว ขณะที่อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายค้านถาวร วันนี้ประเทศจะเจริญได้ชนชั้นกลางต้องลืมตาอ้าปากได้ พวกที่เสพยา คนชรา ผู้พิการ คนเหล่านี้เราต้องดึงเขาขึ้นมาเพื่อให้เขาได้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันด้วย ชนชั้นแรงงานวันนี้ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเห็นไหมว่าตอนนี้เราขาดแรงงานอยู่ตั้งเท่าไหร่
มั่นใจในนโยบายรับจำนำข้าวและจะไม่ยกเลิกอย่างแน่นอน
เปลี่ยนไม่ได้หรอก เพราะเราจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ขอบเหวก็คือชาวนา เพื่อให้เขาเหล่านี้ได้ยกระดับกลายมาเป็นชนชั้นกลาง วันนี้มีคนที่มีศักยภาพเสียภาษีอยู่ในสัดส่วนแค่ 5-7% ซึ่งถ้าให้ชนชั้นกลางมีรายได้และฐานะที่ดีขึ้นสัดส่วนตรงนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น เราก็จะมีเงินที่จะไปพัฒนาประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย ประเทศก็จะรุ่งเรืองมากขึ้น
นายขวัญชัย ไพรพนา บอกว่า ภายใน 4 ปีหากพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาไม่ได้ คนเสื้อแดงจะไม่สนใจพรรคเพื่อไทย
การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัยไปต่างประเทศเป็นเพราะเรื่องทางการเมือง ท่านสร้างมิติใหม่ทางการเมืองคือ การดึงกลุ่มคนรากหญ้าขึ้นมาเพื่อให้เท่าเทียมกับชนชั้นกลางให้ได้ แต่เราจะเอาทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กลับมาได้รับความเป็นธรรม และไม่มีสองมาตรฐานด้วย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ก็อยู่ในนั้นอยู่แล้ว เราต้องทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่การทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เพื่อคนเพียงคนเดียว แต่เพื่อไม่ให้บ้านเมืองต้องเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกต่อไป ความปรองดองนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ความยุติธรรมที่ไม่ใช่สองมาตรฐาน
ภายในอายุรัฐบาลนี้พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะได้กลับมา
เราก็หวังว่าจะให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาให้ได้ภายในรัฐบาลนี้ แต่ก็คงอยู่ที่แรงเสียดทานด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเองก็ยังบอกว่า ถ้าหากท่านเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจริงๆ ท่านยังไม่เดินทางกลับมาก็ได้ ท่านเสียสละก็ได้ และที่ผ่านมานายกฯ ก็ไม่เคยพูดเลยว่าจะต้องเอาพี่ชายกลับมา การทำงานของรัฐบาลในวันนี้ไม่ใช่เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา แต่เป็นการทำให้คนรากหญ้าได้มีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกันกับคนทั้งประเทศ และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ให้ได้ ผมยังนึกเสียดายอาจารย์นิด้า ไม่เคยคิดว่านักวิชาการจะเป็นทาสได้ แต่วันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่านักวิชาการบางท่านก็เป็นทาส
ตำแหน่งรมว.มหาดไทยถูกมองว่าจะถูกใช้เพื่อขยายฐานเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย
ผมเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และก็เป็นรมว.มหาดไทย คิดว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ฝ่ายบริหารคือผู้ว่าฯ นายอำเภอ และฝ่ายนิติบัญญัติคือ ส.ส. ได้มารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จะให้ฝ่ายบริหารสะท้อนมาว่ามีอะไรที่ต้องการจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติไปออกเป็นกฎหมายบ้าง ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัตินั้นก็จะไปรับทราบความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่มาเพื่อที่จะนำไปบอกกับฝ่ายบริหาร เพื่อที่จะได้เกิดการแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านอย่างบูรณาการ
อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเพื่อขยายฐานเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย
ถ้าหากการทำงานของรัฐบาลทำให้ประชาชนได้ประโยชน์และได้รับโอกาสมากขึ้น ประชาชนก็จะเลือกพรรคนั้นให้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นความงอกงามของระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราทำถูกต้อง ทำเต็มความสามารถในอำนาจหน้าที่ของเรา ประชาชนเขาก็จะเลือกเราเอง ดังนั้นเราจะเอาประชาชนเป็นสำคัญ
คนเสื้อแดงไม่พอใจที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี อาจจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรค ในฐานะหัวหน้าพรรคจะจัดการอย่างไร
การตั้งคณะรัฐมนตรีนั้นอำนาจอยู่ที่นายกฯ ซึ่งท่านจะมองทุกทิศทุกทาง สมาชิกพรรคเพื่อไทยก็มีคนมาก มีคนที่มีความรู้ความสามารถเยอะ ซึ่งปกติก็มีการสับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเฉลี่ย 6 เดือนต่อครั้งอยู่แล้ว เพื่อทำให้มีมิติในการทำงาน เนื่องจากแต่ละคนก็ย่อมมีมุมมองในการทำงานที่แตกต่างกันอยู่แล้ว
ได้พูดคุยกับนายจตุพรบ้างหรือไม่
ผมก็ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายจตุพรอยู่ และเชื่อว่านายจตุพรเองก็คงเข้าใจ และจะยังทำงานการเมืองต่อไป ไม่มีปัญหา
นางธิดา ถาวรเศรษฐ เปรียบพรรคเพื่อไทยเหมือนเรือ คนเสื้อแดงเหมือนน้ำ กลัวหรือไม่ว่าน้ำอาจจะคว่ำเรือได้
ก็เป็นปรัชญา พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องตระหนักว่าได้เป็นรัฐบาลเพราะกลุ่มมวลชนหลายกลุ่ม พรรคเป็นสถาบันการเมืองที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่คล้ายคลึงกันให้มาทำงานร่วมกัน กลุ่มนปช.ส่วนหนึ่งก็มาเป็นสมาชิกพรรค ขณะที่คนเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นแนวร่วมกัน เรียกว่าพรรคอยู่ได้ด้วยกลุ่มมวลชนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ผมไม่เชื่อว่าวันหนึ่งน้ำจะคว่ำเรือ เพราะว่าเรามีอุดมการณ์ร่วมกัน และไม่ใช่การเอาอยู่ แต่เพราะเราจะอยู่ด้วยกันแน่นอน
..................
(หมายเหตุ : จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 'เราหวังว่าจะให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาให้ได้ภายในรัฐบาลนี้' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี, เสถียร วิริยะพรรณพงศา)



