
"ปัตตานี"ให้เอกชนเช่าที่นาน 20 ปี พัฒนาท่าเรือสากล-หนุนศก.ยางยั่งยืน
ปัตตานี - อบจ.ปัตตานีไฟเขียวเอกชนเช่าที่ดิน 20 ปี พัฒนาเป็นท่าเรือเอกชนขนส่งสินค้าตลาดต่างประเทศ หนุนยกระดับปัตตานีศูนย์กลางยางมะตอยจังหวัดชายแดนใต้หวังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจพัฒนาพื้นที่เจริญแบบยั่งยืน
นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี (อบจ.) เปิดเผยว่า ได้เซ็นสัญญาอนุมัติให้บริษัท เอส.บี.มารีนโปรดักส์ (ป.น. 2001) จำกัด เข้ามาดำเนินการเช่าพื้นที่ของอบจ. เพื่อนำไปพัฒนาให้เป็นท่าเรือหลักของจังหวัดปัตตานีในการส่งออกสินค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศที่เป็นคู่ค้าหลัก เช่น จีน เวียดนาม ไต้หวัน โดยไม่ต้องผ่านรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่าย
สำหรับพื้นที่ให้เช่านั้นเดิมอบจ.ปัตตานีได้เช่าต่อจากกรมเจ้าท่าปีละ 1.2 แสนบาท เพื่อนำมาใช้ประโยชน์แต่ระยะหลังประสบปัญหาความไม่สงบทำให้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ จึงมีแนวคิดที่จะนำมาจัดสรรให้เอกชนเช่าต่ออีกทอดหนึ่ง
"เบื้องต้นได้ทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 20 ปี เพื่อให้เอกชนเองดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คือผลักดันให้ปัตตานีเป็นศูนย์กลางการนำเข้ายางมะตอยของ 3 จังหวัดภาคใต้เพื่อกระจายไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กระตุ้นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้รับเหมาธุรกิจก่อสร้างที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าจากท่าเรือแหลมฉะบัง จ.ระยอง" นายเศรษฐ์ กล่าว
นายก อบจ.ปัตตานี กล่าวอีกว่า การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ เนื่องจากได้รับเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจในพื้นที่เรื่องข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าทั้งทางบกที่ปลายทางขนส่งสิ้นสุดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนทางเรือแม้จะขนส่งจากท่าเรือแหลมฉะบัง ถึงปลายทางปัตตานีได้จริง แต่ต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าปกติ 20-30% เพราะต้องบวกค่าความเสี่ยงไปด้วย ทำให้ในพื้นที่ชายแดนใต้สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปโดยปริยาย
นอกจากนี้ยังพบว่าแผนการพัฒนาท่าเรือที่เอกชนเสนอเข้ามานั้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของ อบจ.ปัตตานีที่ต้องการสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ ประกอบกับได้รับการผลักดันจากส่วนราชการจังหวัดปัตตานีที่ต้องการยกระดับให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับภาค เพื่อส่งเสริมแนวทางการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญยั่งยืน



