ข่าว

สั่งเพิ่มจนท.รองรับคลื่นคนรัก'ทักษิณ'

สั่งเพิ่มจนท.รองรับคลื่นคนรัก'ทักษิณ'

03 พ.ย. 2555

อำเภอแม่สายสั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่รองรับคนรักทักษิณทำบัตรผ่านแดนล่วงหน้าเดินทางข้ามไปท่าขี้เหล็ก พร้อมเปิดสะพานแห่งที่ 2 อำนวยความสะดวก กต. เตรียมร่วมประชุมเจบีซี ไทย - พม่า ครั้งที่ 7 ที่เนปิดอว์

              3พ.ย.2555  การเดินทางเยือนพม่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร   อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดจะเดินทางมาร่วมพบปะกับ ส.ส. และทำบุญที่เจดีย์ชเวดากองจำลองที่ จ.ท่าขี้เหล็กในวันที่ 9-10 พ.ย. นี้ ส่งผลให้บรรยากาศที่ อ.แม่สาย เริ่มคึกคัก โดยกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนจำนวนมากต่างเริ่มทยอยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวเพื่อเข้าพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

              นายโสภณ ชุ่มชูจันทร์ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า การทำบัตรผ่านแดนในช่วงนี้ยังคงมีขึ้นตามปกติ โดยในแต่ละวันจะมีผู้ที่เข้ามาทำบัตรผ่านแดนราว 2,000-6,000 คน ส่วนในช่วงใกล้วันที่ 9-10 พ.ย. ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนทำบัตรผ่านแดนมากขึ้น ทางอำเภอได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้รองรับโดยจะสามารถทำบัตรผ่านแดนได้วันละกว่า 10,000 คน

              ส่วนแผนรองรับผู้ที่จะเดินทางข้ามไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ทางอำเภอได้ประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพร้อมเตรียมเปิดสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 เพื่อระบายผู้ที่จะเดินทางข้ามไปอย่างสะดวก จากเดิมที่จะเปิดเพียงสะพานแห่งที่ 1 เท่านั้น โดยแผนรองรับทั้งหมดทั้งการทำบัตรผ่านแดนล่วงหน้าและการเปิดสะพานแห่งที่ 2 เชื่อว่าจะทำให้การเดินทางของคนไทยไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย


กต. เตรียมร่วมประชุมเจบีซี ไทย-พม่าครั้งที่7ที่เนปิดอว์

              แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า  นายวศิน ธีรเวชญาณ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee - JBC) ไทย - พม่า จะนำคณะฝ่ายไทยซึ่งประกอบด้วยข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมการปกครอง และกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย - พม่า ครั้งที่ 7 ที่กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2555 ตามคำเชิญของคณะกรรมการเขตแดนร่วมฝ่ายเมียนมาร์ ซึ่งมีนายซิน ญอ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาร์ เป็นประธาน

              แหล่งข่าวระบุด้วยว่า การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมฯ จะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การรับรองผลการสำรวจและเก็บรายละเอียดภูมิภาค (Detail survey) บริเวณจุดผ่านแดนบ้านน้ำพุร้อน จังหวัดกาญจนบุรี กับช่องทางทีกิ เพื่อการยกระดับจุดผ่านแดนดังกล่าวให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรและเพื่อรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในฝั่งเมียนมาร์ รวมถึงการซ่อมแซมหลักอ้างอิงเขตแดนบริเวณแม่น้ำสาย - แม่น้ำรวก ในเขตอำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การหารือแนวทางและหลักการในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นเขตแดนระหว่างประเทศ และการหารือความเป็นไปได้ในหลักการเพื่ออำนวยความสะดวกในการยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น

              อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการรื้อฟื้นการแก้ไขปัญหาเขตแดนระหว่างไทยและเมียนมาร์ นับตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมฯ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 48 ที่กรุงเทพมหานครฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เมียนมาร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งไทยได้หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และแสดงถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองประเทศในการร่วมมือแก้ไขปัญหาบริเวณเขตแดนอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการเขตแดนร่วมฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 36 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเจรจาแก้ไขปัญหาเขตแดนทางบกระหว่างไทย - เมียนมาร์ ซึ่งมีความยาวกว่า 2,510 กิโลเมตร