
ความสุขทั้งสี่ (1)
ความสุขทั้งสี่ (1) : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือ “สี่หน้าที่สตรีไทย” ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่หยิบมาจากวัดญาณเวศกวัน อ่านไปเรื่อยๆ จนถึง “ข้อธรรมทั่วไปเพื่อความดีงามของชีวิตครองเรือน” หัวข้อ “หลักพื้นฐาน” ว่าด้วยความสุขทั้งสี่
ในหนังสืออธิบายว่า “ความสุขทั้งสี่” คือ ความสุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนมี หรือความสุขที่ชาวบ้านควรพยายามทำให้เกิดขึ้นแก่ตนอยู่เสมอ เรียกสั้นๆ ว่า “สุขของคฤหัสถ์ ๔” ประกอบด้วย 1.อัตถิสุข สุขเกิดจากความมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มและอุ่นใจว่า ตนมีโภคทรัพย์ ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง ความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยทางชอบธรรม
2.โภคสุข สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจเอิบอิ่มใจว่า ตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงผู้ที่ควรเลี้ยง และบำเพ็ญคุณประโยชน์
3.อนณสุข สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือความภูมิใจ เอิบอิ่มใจว่า ตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร และ 4.อนวัชชสุข สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจว่า ตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ
ในหนังสือปิดท้ายสั้นๆ ว่า บรรดาสุข 4 อย่างนี้ อนวัชชสุข หรือสุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ มีค่ามากที่สุด
พออ่านจบแล้ว อดนึกถึงตอนเรียนหนังสือไม่ได้ ในแต่ละภาคเรียนมีวิชาให้เราลงทะเบียนหลายวิชา แต่ละวิชาก็มีความสำคัญแตกต่างกัน วิชาไหนสำคัญมากสำคัญน้อยก็บอกผ่านจำนวนของ “หน่วยกิต”
หน่วยกิตมากก็สำคัญมาก หน่วยกิตน้อยก็สำคัญน้อย
เคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เขาบอกว่า วิชาที่หน่วยกิตมากที่สุด ชื่อวิชา “Engineering Drawing” หรือวิชาเขียนแบบวิศวกรรม ที่มีความจุ 4 หน่วยกิต ส่วนตัวเองในฐานะคนเรียนบัญชี ก็ต้องบอกว่า ทุกวิชาที่เป็นบัญชีสำคัญเท่าๆ กันหมด หน่วยกิตก็เท่าๆ กันที่ 3 หน่วยกิต แต่วิชาโหดหินมากหน่อยนั้นใช้ชื่อว่า “การบัญชีพิสดาร” ซึ่งก็หมายถึงการบัญชีขั้นสูง
ความสำคัญของ “หน่วยกิต” ก็อยู่ตรงที่จะมีผลต่อเกรดเฉลี่ยสะสม เพราะถ้าเราทำเกรดเฉลี่ยได้สูงๆ ในวิชาที่ไม่สำคัญ หน่วยกิตน้อย แต่ดันไปทำคว้าเกรดต่ำๆ หรือสอบตกในวิชาที่หน่วยกิตมากๆ ก็ย่อมส่งผลให้เกรดเฉลี่ยตกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
นี่นึกเรื่องนี้ก็เพราะ “ความสุขทั้งสี่” หรือสุขของคฤหัสถ์ ๔ มีอยู่ถึง 4 ข้อ แต่ 3 ข้อแรกซึ่งเป็นเรื่องว่าด้วย “เงิน” กลับมีค่าน้อยกว่าข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียว นั่นคือ สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คล้ายกับถึงทำดีทำเด่นใน 3 ข้อแรก แต่ถ้าไม่มีความสุขจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ ทั้ง 3 ข้อก็แทบไม่มีความหมายอะไรเลย คล้ายกับเป็นวิชาที่หน่วยกิตน้อยอย่างไรอย่างนั้น
แต่ถึงจะเป็นวิชาที่ “หน่วยกิตน้อย” แต่ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับ “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” อยู่ดี
หลังจากอ่าน “ความสุขทั้งสี่” จบแล้ว ลองคลิกไปเว็บไซต์ของศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เจอกับ “ความสุขทั้งสาม” เข้าเต็มๆ
เริ่มจาก อัตถิสุข สุขเกิดจากความมีทรัพย์ นั่นคือ สุขจากการวางแผนออม ที่ต้องเปลี่ยนทัศนคติจาก “ใช้จ่ายก่อน ที่เหลือค่อยออม” มาเป็น “ออมก่อน ที่เหลือค่อยใช้จ่าย” ส่วนจะออมเดือนละเท่าไหร่ก็ตามใจ สูตรใครสูตรคนนั้น หากใครไม่อยากรู้สึกว่า การออมเป็นภาระจนเกินไปลองเริ่มแค่เดือนละ 10% ของรายได้ก่อน
แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบใช้จ่าย แก้ยังไงก็ไม่หาย ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีดัดนิสัยตัวเอง โดยทุกครั้งที่ใช้จ่าย ต้องเก็บเงินเพิ่มให้ได้ 10% ของเงินที่ใช้ไป เช่น ซื้อของ 2,000 บาท ก็ต้องออมเพิ่มขึ้นอีก 200 บาท ด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าจะใช้จ่ายมากแค่ไหน ก็จะได้เงินออมแถมมาครั้งละนิด ละหน่อยเสมอ
สุดท้าย ทาง TSI แนะนำให้ “แยกบัญชีเงินออมออกจากบัญชีทั่วไป” ที่ใช้บัตรเอทีเอ็มเบิกถอนอยู่เป็นประจำ ซึ่งสาเหตุที่ไม่ควรนำเงินทั้งหมดมากองรวมไว้ในบัญชีเดียวกัน ก็เพราะธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน เมื่อมีเงินอยู่ในมือก็มักจะมีเรื่องให้ใช้จ่ายได้ตลอดเวลา
หากใช้เพลิน ใช้แล้วยังเห็นว่ามีเงินเหลืออยู่ก็จะใช้อีก กลายเป็นใช้จนหมด
TSI ยังแนะนำเทคนิคเพิ่มเติมด้วยว่า ให้คุณแบ่งเงินออมเป็น “4 บัญชี” โดยแยกแต่ละบัญชีตามวัตถุประสงค์การออมให้ชัดเจน
บัญชีแรก “บัญชี S.O.S” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “บัญชีฉุกเฉิน” โดยควรมีเงินก้อนนี้ติดบัญชีไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่าย
บัญชีที่สอง “บัญชีเงินออม : ระยะสั้นถึงระยะกลาง” สำหรับสานฝัน ทั้งดาวน์บ้าน ดาวน์รถ ท่องเที่ยว หรือเก็บเงินไว้เป็นสินสอดทองหมั้นเพื่อแต่งงานกับคนรัก
บัญชีที่สาม “บัญชีเงินออม : ระยะยาว” เป็นบัญชีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ หรือไม่ก็เป็นค่าเล่าเรียนของลูก เงินก้อนนี้ต้องใช้ความตั้งใจและวินัยในการออมสูง จึงต้องกันเงินไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญเมื่อใส่เงินเข้าไปในบัญชีนี้แล้ว “จงลืมมัน” คิดเสียว่าเป็นตายร้ายดี ก็จะไม่ยอมถอนเงินก้อนนี้ไปใช้เด็ดขาด
บัญชีที่สี่ “บัญชีเพื่อการลงทุน” หากชีวิตนี้เคยแต่ฝากเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียว ลองแบ่งเงินมาเข้าบัญชีนี้ดูบ้าง เมื่อมีเงินเป็นกอบเป็นกำ ก็ถอนไปลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อให้เงินทำงาน สร้างเงินให้เรา
สุขจากการมีทรัพย์เป็นเช่นนี้ แต่ยังมีสุขอีกสอง นั่นคือ โภคสุข สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ และ อนณสุข สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ ที่ขออนุญาตโยกโย้และยักย้ายไป “สุข” ต่อในสัปดาห์หน้า
.................................................
(ความสุขทั้งสี่ (1) : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )



