ข่าว

นักการเมืองพันธุ์อึดบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว

นักการเมืองพันธุ์อึดบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว

04 พ.ย. 2555

นักการเมืองพันธุ์อึดบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

           อีกราวสามวันเท่านั้นหากยึดตามเวลาประเทศไทยก็จะได้รู้ว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จากพรรคเดโมแครต จะรักษาเก้าอี้ไว้อีกสมัยได้หรือไม่ หรือว่าจะพลาดท่าปราชัยให้ผู้ท้าชิง นายมิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับลิกัน ในศึกชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

           ผลการหยั่งเสียงในช่วงโค้งสัปดาห์ท้ายๆ ปรากฏว่า ทั้งคู่มีคะแนนนิยมสูสี ทั้งนายโอบามาและนายรอมนีย์ต้องเร่งตะลุยหาเสียงโดยเฉพาะในรัฐที่ไม่มีฐานเสียงของใครชัดเจนกันอย่างเต็มที่

          การนอนคืนละ 4 ชั่วโมงเป็นเวลาหลายวันติดกัน หรืออาจมีวันหยุดพักเพียง 4 วันตลอดสองเดือน ตระเวนเดินทางไปยังกว่า 10 รัฐในช่วงหนึ่งเดือน และอาจต้องอดหลับอดนอนถึงเช้า สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นเสมอสำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อการขับเคี่ยวดำเนินมาถึงโค้งสุดท้าย ยังไม่ต้องพูดถึงแรงกดดันจากการถูกเพ่งเล็งจับผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หรือจากการปรากฏตัวเพื่อสร้างความประทับใจต่อหน้าฝูงชน และมือเจ็บระบม จากการจับมือกับผู้สนับสนุนหลายพันคู่

        สำหรับบุคคลที่คิดลงชิงชัยก้าวสู่การเป็นผู้นำอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาแล้ว นอกเหนือจากมันสมองของผู้สมัครและทีมงาน ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพ และคุณสมบัตินานาที่ต้องแสดงออกมาให้เห็นแล้ว พวกเขายังต้องแสดงให้เห็นถึงความทรหดอดทนอีกด้วย

        หลังการประชันวิสัยทัศน์รอบสุดท้าย ประธานาธิบดีโอบามา ลุยหาเสียงมาราธอน 48 ชั่วโมงแบบไม่หลับไม่นอน ในสนามเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 6 รัฐ รวมถึงร่วมรายการทอล์กโชว์ในลอสแองเจลิส และบินไปชิคาโกเพื่อใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ขณะที่นายรอมนีย์ คู่แข่ง ตระเวนหาเสียงใน 4 รัฐที่อยู่ในเขตเวลาต่างกัน จากโคโลราโดไปเนวาดา และไอโอวา ก่อนขึ้นลงรถบัสอีกหลายจุดในรัฐโอไฮโอ หนึ่งในรัฐที่คาดเดาผลเลือกตั้งลำบาก กระทั่งเกิดวิกฤติพายุเฮอริเคนแซนดี้ พัดถล่มนิวยอร์กและหลายรัฐ ทำให้ต้องพักหาเสียงช่วงหนึ่ง

       หากลากเส้นแผนที่การเดินทางของผู้สมัครทั้งสอง จะได้เป็นภาพยุ่งๆ คล้ายเส้นสปาเกตตีไขว้กันไปมา

        "มันคือการวิ่งแข่งเต็มฝีเท้าจากจุดเริ่มต้นเพื่อแตะเส้นชัยในวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งพอถึงรัฐที่สามหรือรัฐที่สี่ ก็เริ่มจะจำไม่ได้แล้วว่ากำลังอยู่ที่ไหน"  ไพก์ เรฟฟ์  ผู้คร่ำหวอดกับการจัดวางตารางรณรงค์หาเสียง เคยร่วมงานกับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีพรรคเดโมแครต 4 คน ตั้งแต่แกรี ฮาร์ต ในปี 2527 จนถึงนายจอห์น แคร์รี เมื่อปี 2547

      ด้าน นายเจมส์ ฟัลโลวส์ เหยี่ยวข่าวแห่ง "ดิ แอตแลนติก" ที่ทำงานร่วมกับนายจิมมี คาร์เตอร์ จากพรรคเดโมแครต ระหว่างรณรงค์หาเสียงในปี 2519 กล่าวว่า คนที่ทำงานการเมืองทุกคนทราบดีว่า เหนื่อยและหนักแค่ไหน แต่ประเด็นเรื่องความแกร่งที่เป็นคุณสมบัติหนึ่ง มักถูกมองข้ามทั้งจากผู้สื่อข่าวและสาธารณชน

      ฟัลโลวส์ ซึ่งแม้ว่าอายุแค่ 20 ปีปลายๆ ในเวลานั้น เล่าว่า นับจากการประชันวิสัยทัศน์ หรือดีเบต ครั้งแรก จนถึงวันเลือกตั้ง ตนรู้สึกราวกับว่า แก่ลงหนึ่งปีในแต่ละวันที่ผ่านไป ไม่มีกลางวันหรือกลางคืน เวลากลางคืนอาจอยู่บนเครื่องบิน หรืออาจจะหมายถึงช่วงเวลาระหว่าง 01.00-04.00 น.ที่โรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง หากย้อนนึกถึงช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้ายของการหาเสียงในเวลานั้น จะออกมาเป็นภาพเบลอๆ 

      "นึกไม่ออกว่าจะมีงานชนิดใดที่เรียกร้องความทรหดกับร่างกายที่จะต้องเปิด-ปิดได้ตลอดเวลาเช่นนี้ งานที่พอจะเปรียบเทียบได้และใกล้เคียงสุด อาจเป็นนายพลในภาวะสงคราม" ฟัลโลว์กล่าว
      "มันคือการเดินทางอันเหลือเชื่อ" โลแกน วอลเทอร์ส อดีตบอดี้ แมน หรือคนสนิทที่ดูแลตารางกิจวัตรประจำวันให้จอร์จ ดับเบิลยู บุชนาน 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน จุดหยุดแวะและการนอน ติดสอยห้อยตามบุชตลอดการรณรงค์หาเสียง ขณะขับเคี่ยวกับรองประธานาธิบดีอัล กอร์ จากเดโมแครต ในศึกเลือกตั้ง 2543

       วอลเทอร์สที่เวลานั้นยังหนุ่มแน่นอายุ 25 ปี ยังยอมรับว่า เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็มีความตื่นเต้นมากพอจนทำให้ลืมเหนื่อย นอกจากนี้ ท่ามกลางความเข้มข้นของการตระเวนหาเสียง บางทีก็มีเรื่องขำๆระหว่างคนในทีมมาแลกเปลี่ยน ช่วยให้ช่วงเวลานั้นไม่หนักอึ้งจนเกินไป

      และด้วยความที่ชีวิตอยู่บนถนนแทบตลอดเวลา บางทีก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยให้คิดในแต่ละวัน อาทิ จะรับประทาน หรือจะซักผ้าที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร เพราะแวะแต่ละจุดไม่นานพอจะทำกิจกรรมเหล่านั้นได้

       สำหรับจอร์จ ดับเบิลยู บุช  ชอบรับประทานแซนวิชเนยถั่วและเยลลีรองท้อง เพื่อให้เดินหน้าต่อได้ ส่วนจอร์จ ผู้พ่อ รับประทานอาหารขบเคี้ยวหนังหมูทอด นายโอบามา ชอบดื่มชาเย็น และจอห์น แคร์รี อดีตผู้ท้าชิงเก้าอี้ทำเนียบจากจอร์จ บุช มักพึ่งไดเอ็ทโค้กเพิ่มพลัง 

        เรฟฟ์  ผู้คร่ำหวอดกับการจัดวางตารางรณรงค์หาเสียง กล่าวว่า สำหรับฝ่ายที่เป็นประธานาธิบดีที่ชิงชัยเพื่อรักษาเก้าอี้ จะสะดวกสบายกว่าเล็กน้อย ด้วยการเดินทางโดยเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซ วัน ที่หลับที่นอนและสถานที่ทำงานดีกว่าเครื่องบินทั่วไป อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้ยืดเส้นยืดสายและพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบง่ายๆ 

       อย่างไรก็ดี แม้ว่าความทุ่มเทในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ อาจจำเป็น เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะเอาอยู่ในทุกสถานการณ์หากขึ้นกุมบังเหียนทำเนียบขาว แต่ก็มีความเสี่ยงและอันตรายแฝงอยู่
        การอดหลับอดนอน และเหนื่อยล้า อาจนำไปสู่ความผิดพลาดและพลั้งพูดอะไรไม่เหมาะสมออกไป เช่น ตอนที่นายรอมนีย์ เคยแสดงความเห็นถึงความไม่พร้อมของอังกฤษในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก เพราะความเหนื่อยล้า

      ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีกหากผู้สมัครหลุดปากหรือพลาดช่วงใกล้วันชี้ชะตา ที่สมควรเป็นช่วงแก้ไขอะไรๆ ที่ผิดพลาดจากความเห็นไม่เข้าท่าก่อนหน้า

       ถ้อยแถลงไม่สมควรอันเป็นผลจากความอ่อนล้า อาจทำให้ความคืบหน้าตลอดหลายสัปดาห์หายวับทันตา ยิ่งหากเป็นศึกเลือกตั้งที่คะแนนนิยมสูสีแบบนายโอบามากับรอมนีย์ด้วยแล้ว ใครพลาดช่วงนี้ อาจเสียหายใหญ่หลวง

        เรฟฟ์ กล่าวว่า การทำตารางเวลาอย่างเหมาะสม ทั้งการกิน การนอนและการคิด เป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะทำให้ผู้สมัครเลือกตั้งทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ  แต่ก็ต้องยอมรับว่า พูดง่ายแต่ทำยาก บ่อยครั้ง มีความไม่ลงรอยเกิดขึ้นระหว่างสำนักงานใหญ่กับทีมหาเสียงในพื้นที่ ที่มักอยากให้อัดตารางหาเสียงให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อผู้สมัครประธานาธิบดีไปเยือนทั้งที

       การกำหนดตารางเวลา นอกจากเวลากิน เวลานอน ออกกำลังกายแล้ว ยังรวมถึงการโทรศัพท์ถึงคนทางบ้านด้วย

       “นี่คือความเป็นจริง คุณไม่มีสิทธิบงการชีวิตของคุณได้อีกต่อไป  แต่สำหรับคนที่ลงชิงชัยเพื่อตำแหน่งระดับสูงเช่นนี้ มักจะมีความเชื่อมั่นตนเอง และเคยชินกับการออกคำสั่งมากกว่าทำตาม  จึงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาเช่นกัน" 

        ผู้สมัครแต่ละคน มีนาฬิการ่างกายแตกต่างกันไป ความท้าทายของผู้จัดวางตารางคือจะต้องพยายามหาจุดแข็ง

         อาทิ บิล คลินตัน เป็นที่ทราบกันดีว่าบ้าพลัง ไม่ต้องการการนอนมากนัก อยู่ดึกได้ และเพิ่มความสดชื่นให้ตนเองด้วยการงีบหลับเพียง 20 นาทีระหว่างวัน ส่วน แกรี ฮาร์ต อดีตผู้สมัครจากพรรคเดียวกัน ไม่ชอบตื่นเช้า ขณะที่จอร์จ ดับเบิลยู บุช ขอนอนหัวค่ำและตื่นเช้า

        สำหรับวิธีรับมือกับความเครียดและรักษาความแกร่งของร่างกายคือ การออกกำลังกาย

         เป็นที่ทราบกันดีว่า รอมนีย์ชอบออกกำลังกายกับอุปกรณ์ออกกำลังกาย  ประธานาธิบดีโอบามาชอบเล่นบาสเกตบอล

         ฟัลโลวส์ กล่าวว่า การที่ทั้งคู่เป็นแบบอย่างการออกกำลังกายที่น่าประทับใจ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตนคิดว่าเราจะได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ดูดีเกินวัยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลว่าจะต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง

        ด้าน ไมเคิล ดูคาคิส ที่เคยท้าชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวจากประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ เมื่อปี 2531 กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่จะสมัครชิงประธานาธิบดี จะต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเพียงใด สมัยหาเสียง ตนนำแฮนด์เวจท์ติดตัวไปด้วย และเดินทางออกกำลังวันละสองถึงสามไมล์หลังเสร็จภารกิจประจำวัน

        นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช พยายามออกกำลังทุกวันเช่นกัน ทั้งวิ่งกลางแจ้งหรือวิ่งบนเครื่องออกกำลังกายแบบสายพานวิ่งในห้องพักโรงแรม

       แต่ไม่ว่าจะอึดแค่ไหน ก็ย่อมมีเวลาที่พ่ายแก่สังขารในช่วงใดช่วงหนึ่ง สัญญาณที่พบบ่อยคือ เสียงแหบ 

       ในกรณีบิล คลินตัน ถึงขั้นกล่องเสียงอักเสบระหว่างหาเสียงในปี 2535 และแพทย์แนะนำให้พักการใช้เสียง 

    ริชาร์ด เบน เครมเมอร์ ผู้เขียนหนังสือ  What it Takes: The Way to the White House กล่าวว่า ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยถึงกับฟุบ และจะต้องพักยาวนับสัปดาห์

    อาทิกรณีของริชาร์ด นิกสัน เมื่อครั้งรณรงค์หาเสียงในปี 2503  นิกสันให้สัญญาว่า จะไปให้ทั่วทั้ง 50 รัฐ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ฉลาดที่สัญญาอย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องยากเกินไป ต่อมา นิกสันหมดแรงและป่วย ประสบเหตุเข่าชนกับประตู ต้องเข้าโรงพยาบาลนานนับสัปดาห์ เนื่องจากเข่าเกิดอาการบวมมากระหว่างทางหาเสียง 

       ขณะที่ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า ความเคร่งครัดและความทรหดจากการตะลุยหาเสียง ถือเป็นบททดสอบที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่จะนั่งเก้าอี้ทำเนียบขาว กระบวนการหาเสียงอันหฤโหดได้คัดผู้ที่ไม่มีความแกร่งพอออกไปในระดับหนึ่ง

       แต่อีกส่วนไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่า มีเกณฑ์อื่นอีกมากมายที่สำคัญกว่าความทรหด และการตระเวนจับมือกับผู้คนเป็นพันเป็นหมื่น อาทิ มีใจเปิดกว้าง ทักษะการสร้างทีมงาน  ความสามารถในการปรับตัว ความสามารถในการให้แรงบันดาลใจและการสื่อสาร เหล่านี้เป็นเกณฑ์วัดคุณภาพที่มีประโยชน์มากกว่า

       สำหรับผู้มีประสบการณ์ตรงอย่างไมเคิล ดูคาคิส ซึ่งพ่ายเลือกตั้งประธานาธิบดี กล่าวว่า หากย้อนเวลากลับไปยังช่วงหาเสียงก็อยากจะลดการตระเวนหาเสียง จะให้เวลากับการคิดเรื่องกลยุทธ์และแนวทางมากขึ้น และลดการหาเสียงด้วยการไปปรากฏตัวให้น้อยลง ตระเวนหาเสียงครึ่งวันน่าจะเป็นการดี และประชุมกับคู่หูรองประธานาธิบดี ลอยด์ เบนต์เซน และทีมหาเสียง  เป็นประจำทุกเช้าวันจันทร์ ก็น่าจะเป็นประโยชน์เช่นกัน

      ประธานาธิบดีโอบามา และมิตต์ รอมนีย์ ล้าขนาดไหนระหว่างหาเสียงฝุ่นตลบและทุ่มพละกำลังทั้งหมดที่มี ขณะเร่งฝีเท้าเพื่อเข้าสู่เส้นชัย คงไม่ต้องจินตนาการ
     ใครก็ตามที่ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี จะต้องมีทั้งความทรหดอดทนและความแกร่งเป็นนิสัย พวกเขาไม่ธรรมดา คนที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดนี้มาได้ ต้องยกนิ้วให้

 

เห็นความผิดปกติจากภาพนี้หรือไม่

      รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน สวมกอดประธานาธิบดีบารัก โอบามา ระหว่างการหาเสียงเมื่อ 23 ตุลาคม ในเมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐสำคัญ แต่ความผิดปกติของภาพนี้คือ รองประธานาธิบดีไบเดน สวมแว่นกันแดด

     นักการเมืองแทบจะไม่ปล่อยให้มีภาพตนเองสวมแว่นกันแดดเผยแพร่สาธารณะ โดยเฉพาะระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง แม้แต่ยามใช้เวลาว่างก็ตามที

      ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกรอบตีกอล์ฟโดยไม่สวมแว่นแม้แดดเข้าตาก็ตาม ส่วนนายมิต รอมนีย์ คู่แข่ง ก็ถูกถ่ายภาพขณะซ้อนเจ็ตสกีในทะเลสาบ รัฐนิวแฮมเชอร์ โดยไม่สวมแว่นเช่นกัน ขณะที่นางแอนน์ ภรรยาของเขาสวมแว่นกันแดด

      นอกจากความทรหดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ตลอดเวลา

      พาร์คเกอร์ ไกเกอร์ ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ในแอนแลนตา กล่าวว่า คนจะไว้วางใจคุณน้อยลงเวลาคุณปิดบังดวงตา

      "การสบตาคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ควรให้แว่นตากันแดดเป็นอุปสรรค ดวงตาเป็นหน้าต่างของความคิดความรู้สึก หากมองไม่เห็นสิ่งนี้แล้ว จะไว้ใจกันได้อย่างไร"

.................................................
(นักการเมืองพันธุ์อึดบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา )