
มาร์คปัดไม่รู้เรื่องอภิชาตเข้าพบ"สุเทพ"
มาร์ค ปัดไม่รู้เรื่อง อภิชาต เข้าพบ "สุเทพ" ยันปชป.ไม่มีแรงกระเพื่อม ปชป.ชี้ ปัญหาการเมืองทำศก.ไตรมาสแรกถดถอยจริง ยันทุกพรรคเข้าใจร่วมกันทำงาน พลิกฟื้น ศก.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.โดยปฏิเสธว่ายังไม่ทราบเรื่องที่นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี เดินทางเข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ทราบว่ามาพบกันในเรื่องอะไร แต่ยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีแรงกระเพื่อมอะไร และการที่สมาชิกพรรคมาพบเลขาธิการพรรคก็มาพบกันเป็นปกติอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาติ ได้เดินทางมารอพบนายสุเทพ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งหลังจากการประชุม ครม.เสร็จสิ้นนายสุเททพก็ได้กลับเข้าไปยังห้องทำงานทันที
ปชป.ชี้ ปัญหาการเมืองทำ“ศก.”ไตรมาสแรกถดถอยจริง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการถดถอยของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกว่า สาเหตุหลักมาจากปัญหาการเมืองทำให้เศรษฐกิจติดลบถึง 6-7 เปอร์เซ็นต์ พรรคจึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันลดปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่จะทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ทั้งนี้ พรรคเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจคือ การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐผ่านการออกพ.ร.ก. เพื่อป้องกันปัญหาการเลิกจ้าง ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญในการทำให้เกิดปัญหาความแตกแยกทางสังคม
จึงอยากให้รัฐบาลออกมาตรการปัญหารองรับการเลิกจ้าง อย่างไรก็ตาม พรรคมั่นใจว่าการถดถอยของเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ยังน้อยกว่าการถดถอยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2540 ที่ติดลบถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าตลาดนักลงทุนและโลกมีความมั่นใจในการบริหารวิกฤตเศณษฐกิจของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้ หวังว่าในการวินิจฉัยการออกพ.ร.ก.ของศาลรัฐธรรมนูญจะมีความชัดเจนโดยเร็ว
ยันทุกพรรคเข้าใจร่วมกันทำงาน พลิกฟื้น ศก.
นพ.บุรณัชย์ แถลงว่า ภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลในขณะนี้คือ การแสดงให้เห็นถึงเอกภาพในการทำงานทั้งในเรื่องนโยบาย และการทำงานร่วมกันกับฝ่ายค้าน ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขอยืนยันว่า การทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกรรค มีการทำความเข้าใจในการจัดลำดับความสำคัญของนโยบายเร่งด่วนและมอบหมายภารกิจในการทำงาน เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจและนำความสงบมาสู่ปัญหาทางการเมืองอย่างชัดเจน ในส่วนของพรรคประชาธิปตย์ได้รับทราบถึงข่าวที่สับสนและท่าทีของพรรคฝ่ายค้าน ที่พยายามตอกลิ่มขยายผลความขัดแย้ง ทั้งในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล และการทำงานของรัฐมนตรีในพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่อง มีกระบวนการปล่อยข่าวแม้จะหวังเพียงการช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง แต่การดำเนินการการเมืองแบบเก่านั้น มีผลในการบั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ในการที่จะคืนความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันมาสะท้อนปัญหาของประชาชนให้รัฐบาลรับทราบ เพื่อนำสู่การแก้ไขต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีส.ส.ภาคกลางออกมานำเสนอให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรค เป็นรัฐมนตรี แต่นายกฯ ระบุว่าไม่เคยรับปากว่าจะให้นายเฉลิมชัยได้เป็นรัฐมนตรีในการปรับครม.ครั้งหน้า จะทำให้ปัญหาในพรรคยิ่งมีมากขึ้นหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักเกณฑ์เดียว ในการคัดเลือกผู้เป็นรัฐมนตรีคือ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ หรือเป็นหัวหน้าที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ขณะนี้ภารกิจสำคัญไม่ใช่เรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรี
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐาลและพรรคก็เห็นตรงกัน โดยเห็นว่าควรจะหันมาช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมากกว่า และเมื่อปัญหาเหล่านี้ผ่านพ้นไปแล้วนายกฯ ก็พร้อมเปิดกว้าง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงปลายปีนี้ หรือปีหน้า อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทางพรรคได้ให้ความไว้วางใจนายกฯ ในการพิจารณาซึ่งนายกฯ เคยพูดแล้วว่าบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์มีอีกหลายคนที่มีความรู้ ความสามารถ เพียงแต่ไม่ได้ระบุถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และไม่ได้ตัดโอกาสใครเช่นกัน และขอยืนยันว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการรวมกลุ่ม 40 ส.ส.แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่ว่าส.ส.ภาคกลางจะย้ายไปใส่เสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีการเลือกตั้งก็ต้องมีคนทั้งไหลเข้า ไหลออก ซึ่งส่วนใหญ่จะไหลเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า และจากการพูดคุยกับนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี และนายอภิชาต สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี ทั้ง 2 คนก็มีความรักในพรรคและรักในพื้นที่ ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับนายสมเกียรติ พงษไพบูลย์ และนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ส.ส.สัดส่วน ทั้ง 2 คนยังยืนว่า ยังสนุกกับการทำงาน และเห็นว่าจำเป็นต้องช่วยกัน และยังมั่นใจในตัวนายอภิสิทธิ์ และการทำงานในพรรคประชาธิปัตย์อยู่



