ข่าว

50ปี'เจมส์ บอนด์'50ปีการเมืองโลก

50ปี'เจมส์ บอนด์'50ปีการเมืองโลก

03 พ.ย. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : 50 ปี 'เจมส์ บอนด์' 50 ปี การเมืองโลก

                           ต้นเดือนพฤศจิกายนของปี 2555 กำลังกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมแผ่นฟิล์ม เพราะโรงภาพยนตร์เกือบทั่วโลก เปิดฉาย "สกายฟอลล์" ปฏิบัติการครั้งที่ 23 ของเจมส์ บอนด์ ที่ใช้ทุนสร้างถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,500 ล้านบาท) เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการถือกำเนิดสุดยอดสายลับชาวอังกฤษ ในชื่อรหัส 007

                           จากเรื่องราวทั้งบนหน้าหนังสือนวนิยาย และแผ่นฟิล์มของเจมส์ บอนด์ ทุกภาค ล้วนสื่อถึงเนื้อหาเกี่ยวกับการกำจัดภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของโลกเสรี ตั้งแต่ยุคต้นๆ ของการถือกำเนิดทั้งของตัวนวนิยายและภาพยนตร์ ที่มุ่งเป้าให้รัสเซีย พี่เบิ้มของโลกคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นเป็นผู้ร้ายตัวเอ้ ก่อนจะมีวิวัฒนาการตามบริบทของการเมืองโลก ที่กระแสทุนนิยมเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ นำมาซึ่งผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มใหม่ที่ร่ำรวยจากธุรกิจผิดกฎหมาย และการป่วนเศรษฐกิจการเมืองโลก ทั้งด้วยอาวุธทางการเงิน และอาวุธไฮเทค ในปฏิบัติการปีหลังๆ โดยเฉพาะเมื่อ เอียน เฟลมนิ่ง ผู้ให้กำเนิดเจมส์ บอนด์ เสียชีวิตไปเมื่อปี 2507 ด้วยชุดนวนิยายปฏิบัติการของสายลับ 007 รวมทั้งสิ้น 14 ตอน

                           แต่ด้วยความร่วมสมัยที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกาลเวลา ทำให้บุคลิกของตัวละคร รวมทั้งแก่นแนวคิดหลักๆ ที่สะท้อนอยู่ในนวนิยายเรื่องนี้ ไม่ยากที่จะถูกพัฒนาต่อยอดมาสร้างเป็น เจมส์ บอนด์ ภาคใหม่ๆ มาถึงปัจจุบัน

                           เคยมีผู้วิเคราะห์ถึงบทบาทในเชิงประวัติศาสตร์การเมืองของเรื่องนี้ว่า คือการตกผลึกประสบการณ์ของ เอียน เฟลมนิ่ง ทั้งจากงานนักข่าว และการช่วยงานด้านปฏิบัติการลับให้แก่หน่วยข่าวกรองอังกฤษ โดยเฉพาะยุคทศวรรษที่ 1960 ซึ่งผลพวงของสงครามโลกได้สร้างพัฒนาการมาสู่การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ขั้วของโลกเสรีประชาธิปไตย และขั้วคอมมิวนิสต์ จนนำมาซึ่งยุคสงครามเย็น มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการทำสงคราม ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ข้ามชาติ การปฏิรูปและความเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมโลก

                           ดังนั้นคงไม่เกินจริง หากจะยกให้ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ เป็นหนึ่งในวิธีการบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองโลกและสังคมโลกบนแผ่นฟิล์ม เพราะแม้แต่ตัวละครเด่นๆ ในเรื่อง (ที่ออกมาขับเคี่ยว หรือต่อสู้เคียงข้างบอนด์) ที่แต่เดิมล้วนใช้นักแสดงชาวอังกฤษ และอเมริกัน แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นนักแสดงชาวจีน และญี่ปุ่นได้รับบทบาทนั้นมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อเอาใจแฟนของบอนด์ ในตลาดที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก

                           และในโอกาสครบรอบครึ่งศตวรรษสายลับผู้เป็นอมตะรายนี้ ก็มีการรวบรวมสถิติน่าสนใจไว้มากมาย โดยเฉพาะนักแสดงที่ทำเงินมากที่สุด (หมายเหตุ : มีการใช้อัตราเงินเฟ้อมาเป็นเกณฑ์ปรับตัวเลขให้เป็นยอดปัจจุบัน) โดยจากบทบาทเจมส์ บอนด์ แน่นอนว่า อันดับหนึ่งคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ฌอน คอนเนอรี่ สายลับ 007 บนแผ่นฟิล์มคนแรก เมื่อปี 2505 จากเรื่อง "ดร.โน" และหลังจากนั้นอีก 5 ตอน ทำรายได้รวม 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ตามมาด้วย โรเจอร์ มัวร์ รับบทบาททั้งสิ้น 7 ตอน สร้างรายได้รวม 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

                           ส่วนแดเนียล เครก นักแสดงรายที่ 6 ที่รับบท บอนด์ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ แม้จะรับบทบาทนี้เพียง 2 ตอน แต่ก็ปั้นรายได้ให้แก่บริษัทผู้สร้างไปแล้ว 1.4 พันล้านดอลลาร์ คงต้องจับตามองว่าปฏิบัติการภาคล่าสุดนี้ จะเพิ่มยอดสะสมในบ็อกซ์ออฟฟิศได้อีกเท่าไหร่