
'สวย-หล่อ'ปลอมๆยอมรับได้มั้ย
'สวย-หล่อ' ปลอมๆ ยอมรับได้มั้ย??
ในที่สุดเรื่องความสวยงามไม่ตามธรรมชาติก็กลายเป็นเรื่อง (ฉาว) อีกจนได้ ถึงแม้ว่าคราวนี้จะไม่ใช่ข่าวคราวการเสียชีวิต แต่จะเรียกว่า "เสียศูนย์ไปทั้งชีวิต" ก็ว่าได้ อย่างในกรณีของสามีตี๋ปี๊ดจัด!! ภรรยาหมวยของตัวเอง ถึงขนาดยื่นศาลฟ้องหย่าพร้อมค่าเสียหาย จากสาเหตุที่คลอดทายาทออกมาหน้าตาดั๊นผิดพิมพ์!! จนต้องสืบเสาะหาสาเหตุ และได้พบกับความจริงอันเจ็บจี๊ด (หัวใจชายหนุ่ม) ว่าก่อนหน้านี้สาวเจ้าไปทำศัลยกรรมยกเซต ถึงกับเข้าใจผิดคิดว่าสวยผาดตามธรรมชาติ เป็นอันปิดฉากชีวิตรัก (ที่ควรจะ) สวยงามอย่างยั่งยืน
แม้ว่าเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่อยากชวนไปสำรวจความเห็นดู ...สินีนารถ เองตระกูล เจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับความงาม แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่าน่าจะเป็นเรื่องในครอบครัวที่ลึกซึ้ง หรือมีอะไรที่มากว่าปัญหาเรื่องความสวย ผู้หญิงก็ไม่ผิดอะไร ผู้ชายอาจจะคาดหวังเกินไป ในการคบกันไม่ควรให้ความสำคัญแค่เรื่องหน้าตาเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันก็ฝากเตือนสาวๆ ที่คิดจะสวยด้วยมีดหมอว่า ทำศัลยกรรมต้องอยู่บนพื้นฐานความพอเหมาะพอดี ไม่มากเกินไป
"การศัลยกรรมเพื่อความงามว่า อันดับแรกควรศึกษาก่อนว่าสถาบันนั้นๆ มีความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ เครื่องไม้เครื่องมือ ตัวยาที่ใช้ ต้องดูให้ดีว่าเป็นของจริงไม่ใช่ของปลอม นอกจากนี้ยังต้องเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสุดท้ายต้องไม่ลืมย้อนกลับมาดูตัวเองว่าอยากแก้ไขตรงไหน ขอให้พอเหมาะพอควร ทำออกมาแล้วต้องช่วยส่งเสริมบุคลิกตัวเอง เพิ่มความมั่นใจ เชื่อว่าผู้หญิงมีความสวยในตัวอยู่แล้ว เสริมอย่างละนิดละหน่อยก็พอ เดี๋ยวจะกลายเป็นการเสพติดศัลยกรรม ทุกสิ่งที่อย่างต้องมีสติในการทำด้วย ส่วนเรื่องเมื่อทำศัลยกรรมแล้วจำเป็นต้องบอกกล่าวให้คนใกล้ชิดทราบหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวคิดว่าต้องดูด้วยว่า ทัศนคติของฝ่ายชายเป็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ผู้ชายบางคนอาจจะชอบที่เห็นแฟนหรือภรรยาตัวเองสวยขึ้น ขณะที่ผู้ชายบางคนอาจจะรับไม่ได้เลย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการคบกันแต่ละคู่ต่างกัน" ผู้บริหารบีบี คลินิก แอนด์ บิวตี้ เซ็นเตอร์ กล่าว
อรสุดา เล็กประยูร ที่ปรึกษา บริษัท แสตมป์ทอง จำกัด ยอมรับว่าพอทราบข่าวตลกร้ายเรื่องนี้ รู้สึกว่าผู้ชายรักกันที่หน้าตามากกว่าจิตใจ เพราะการที่ภรรยาทำศัลยกรรมมาแล้วก็ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องบอก ไม่ได้ไปฆ่าคนตายที่ไหนถึงต้องมานั่งสารภาพ ต่อให้ผู้หญิงทำดีแค่ไหน แค่มารู้ว่าผู้หญิงหน้าตาไม่สวยมาก่อนคุณขอเลิกเลยหรือ ยุคนี้ศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติไปแล้วก็แค่เป็นสิ่งที่ทำแล้วให้คนคนหนึ่งดูดีไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่โต
"ปกติตัวเองกับสามีมีอะไรก็คุยกันตลอด เคยมีความคิดว่าจะไปทำจมูกให้โด่งขึ้น ก็ปรึกษากันคิดว่าอย่างไร สามีก็โอเคไม่มีปัญหาถ้าอยากทำ แต่ถ้าเกิดว่าทำมาไม่เคยบอกแล้วอยู่ๆ วันหนึ่งซิลิโคมโผล่ออกมา สามีถามก็ต้องว่าไปเสริมมา ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องลูกที่จะตามมาถ้าหน้าตาไม่เหมือนแม่หรือพ่อก็ไม่เป็นไร ให้ลูกไปทำศัลยกรรมได้ เพราะตอนนี้เรื่องศัลยกรรมเปิดกว้างมากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และต่อให้สามีคิดไปทำบ้างก็ไม่ว่าอะไร สนับสนุนด้วย แต่อย่าถึงขั้นเสพติดก็แล้วกัน ทำแล้วแค่ออกมาดูดีก็พอ ตอนนี้ยังไม่คิดทำอะไรยังพอใจในรูปร่างหน้าตาแล้วค่ะ" อรสุดา แสดงความคิดเห็น
"ปุ๊กลุก" ศศิวิมล ณ ระนอง นักประชาสัมพันธ์สาว บอกว่า เรื่องนี้ส่วนตัวมองว่าผู้ชายเรื่องเยอะมากเกิน ทำเกินไป เพราะผู้หญิงหรือภรรยาเมื่อลุกขึ้นมาทำตัวเองให้สวย ให้ดูดี ก็เพื่อผู้ชายที่เรารัก ยิ่งสวยมากจนไม่รู้ว่าภรรยาตัวเองเคยทำมาศัลยกรรมมาก่อน แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเจ็บตัว เพราะการทำศัลยกรรมเยอะๆ ก็ต้องเจ็บตัวเยอะ และเมื่อทำออกมาสวยก็น่าจะภูมิใจ ถึงแม้จะไม่รู้มาก่อนแต่เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว ก็ต้องรับผิอชอบ ต้องมองไปข้างหน้า ไม่ใช่มาบอกว่าเพราะผู้หญิงโกหก ไม่บอกว่าก่อนหน้านี้เคยทำศัลยกรรมมา
"ส่วนตัวปุ๊กลุกมองว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องนี้ เพราะแค่เรื่องทำศัลยกรรมไม่น่าใช่ คนรักกันและยิ่งแต่งงานกันแล้วเรื่องความรักเพราะหน้าตาคงไม่ใช่ เขาไม่ได้ศึกษานิสัยใจคอกันเลยเหรอ ยิ่งมีลูกแล้วมาหย่าเพราะหน้าตาลูกดูไม่ดี ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย อยากให้คนรักกันรักที่นิสัยใจคอและเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วความรับผิดชอบต่อกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด"
มาฟังเสียงสะท้อนจากหนุ่มๆ กันบ้าง "หนึ่ง" อัครพงษ์ ดาโลดม แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์การทำศัลยกรรมจากคนใกล้ตัว แต่กลับมีประสบการณ์จากการเล่าขานของเพื่อนผู้หญิง ที่เคยไปทำศัลยกรรมกันมาก่อน เผยความรู้สึกว่า การทำศัลยกรรมหากทำเพียงเล็กน้อยคงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร เนื่องจากต่างประเทศมีการทำศัลยกรรมอยู่ทั่วไป และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงจะทำ แต่ถ้าหากตั้งใจทำศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าตัวเอง มองว่าเป็นความพยายามที่เลยเถิดเกินไปหน่อย เนื่องจากใบหน้าของมนุษย์ทุกคน แสดงออกถึงพันธุกรรมของผู้ให้กำเนิดโดยตรง
"ถ้าทำแล้วเปลี่ยนไปนิดหน่อย ผมยังคงรับได้แต่ถ้าเปลี่ยนไปหมดเลย คงคิดแล้วว่าทำไมคุณไม่ชื่นชอบบรรพบุรุษของคุณหรืออย่างไร อีกอย่างการทำศัลยกรรมมีความเสี่ยงและอันตรายมาก อย่างภรรยาผมไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน แต่ถ้าตอนนี้นึกอยากจะทำผมคงไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม อย่างแรกเลยคืออันตรายที่จะเกิดขึ้น สองคือถ้าหากทำแล้วครั้งแรกไม่พอใจ ต้องไปแก้ไขรอบที่สอง รอบที่สาม กลายเป็นการเสพติดการทำศัลยกรรมเข้าไปใหญ่ ที่สำคัญถ้าคนจะรักกันผมว่าเราไม่น่าจะพิจารณากันแค่รูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น ต้องพิจารณาถึงจิตใจกันเป็นหลักด้วย" หนึ่ง แจกแจง
ด้านผู้ควบคุมการผลิตและตัดต่อภาพ หจก.อุลตร้า 7 จำกัด "เอ" ชัยวัฒน์ ดอนชัย กล่าวว่า การทำศัลยกรรมมองได้ 2 มุม มุมแรก คือ การโกหก การที่เราเจอใครครั้งแรกหน้าตาคือใบเบิกทางในการทำความรู้จัก สำหรับผู้ชายที่จะเลือกคู่ครอง เขาต้องคิดแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ดีที่สุดแล้ว แต่พอมารู้ที่หลังว่าใบหน้าที่สวยแบบนั้นผ่านการทำศัลยกรรมมาอาจจะทำให้รับไม่ได้ ส่วนอีกมุมหนึ่ง คือ เรื่องราวต่างๆ ผ่านพ้นมานานมากแล้ว น่าจะเลยจุดที่จะมีการฟ้องหย่า
"ถ้าหากภรรยาของผมอยากจะทำศัลยกรรมตอนนี้ ผมคงไม่ห้ามเพราะเขาคงศึกษาหาข้อมูลมาแล้วว่า สิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำคือสิ่งที่ดีสำหรับเขา แต่ถ้าเกิดทำศัลยกรรมเปลี่ยนโฉมหน้าตัวเอง อันนี้คงต้องทำความคุ้นเคยใหม่เหมือนกัน ใจหนึ่งอาจจะมองว่าสวยแต่ในความเป็นจริง อาจจะไม่ดีก็ได้เพราะอาจจะมีปัญหาตามมาในอนาคต แล้วต้องแก้ไขไปเรื่อยๆ คนที่ทำศัลยกรรมส่วนหนึ่งคือ ต้องการให้ตัวเองดูดีเป็นที่ยอมรับในสังคม เพื่อแก้ไขปมด้อยของตัวเอง แต่การทำศัลยกรรมเพื่อคนรัก หรือเพื่อให้มีคนมารัก แบบนั้นจะเป็นการหลอกตัวเองเกินไป อยากให้ทุกคนคิดเสมอว่าความรักไม่ได้มาจากหน้าตา แว้บแรกอาจจะมองหน้าตาก่อน แต่ในที่สุดก็ไม่ได้สำคัญกว่าความคิด จิตใจ และทัศนคติเลย" ด้านผู้ควบคุมการผลิตและตัดต่อภาพ กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิด
ไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้สึก...ตลกร้าย!! จากแดนมังกร พอจะช่วยสะกิดสะเกาหนุ่มสาวชาวไทยที่รัก "สวยทางลัด" แต่อาจลืมฉุกคิดอย่างรอบคอบให้ลองใส่ใจก่อนคิดศัลยกรรมกันบ้างหรือเปล่า



