
'อภิสิทธิ์'เชื่อ'แม้ว'บินพม่าคุยธุรกิจ
'มาร์ค' เชื่อ 'แม้ว' บินพม่า 8-10 พ.ย.นี้ ไปคุยเรื่องธุรกิจ เตือน 'ปู' อย่าใช้ความเป็นผู้นำปท.เอื้อประโยชน์ให้พี่ชาย ด้าน 'ชวนนท์' ดักคอนายกฯ อย่าชิ่งหนีซักฟอก
2 พ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปพบผู้นำประเทศพม่าว่า ตนไม่แปลกใจ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีประวัติในการทำธุรกิจในพม่าอยู่แล้ว ธุรกิจบางอย่างก็เป็นปัญหาจนเป็นคดีความ อย่างกรณีเอ็กซิมแบงก์ ที่เอาเงินของประชาชนผ่านเอ็กซิมแบงก์ไปให้กู้ สุดท้ายก็เป็นบริษัทของคนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือแม้แต่การสนับสนุนรัฐบาลพม่าในการผลักดันโครงการทวาย
โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องโครงการสะพานเศรษฐกิจทางใต้ เชื่อมโยงอันดามันกับอ่าวไทย แต่หลังจากการสำรวจคนในพื้นที่ปรากฏว่า ไม่ต้องการสะพานเศรษฐกิจในลักษณะที่จะมีธุรกิจประเภทปิโตรเคมีเพราะอาจกระทบกับการท่องเที่ยว จึงหันกลับหนุนโครงการทวาย ซึ่งความชัดเจนในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯไปพบกับประธานาธิบดีพม่าที่บาหลี ซึ่งประธานาธิบดีพม่าได้พยายามสอบถามว่าตกลงรัฐบาลไทยจะสนับสนุนในเรื่องนี้ต่อหรือไม่
ดังนั้นการที่มีข่าวพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าไปพม่าทันที ไม่น่าแปลกใจที่มีข่าวคราวออกมา ก็คงจะมีเรื่องนี้เกี่ยวข้องด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพี่ชายนายกฯ ไปพบผู้นำ พบนักธุรกิจ แล้วนายกฯที่เป็นน้องสาว ก็ตามไปพบอีกครั้ง ก็คงต้องดูต้องดูรายละเอียดว่ามันเป็นอย่างไร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลพม่านั้นก็คงไปแทรกแซงเขาไม่ได้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีของไทยใช้สถานะความเป็นผู้นำไทยไปเจรจาโดยสวมหมวกของคนเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจรัฐ แล้วใช้ตรงนั้นเพื่อเอื้อประโยชน์ไปเพียงแค่รายใดรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับตนเองด้วย ก็คงไม่ถูกต้องแน่นอน มันก็ย้อนกลับมาสู่สภาพที่ว่าทำไมศาลจึงตัดสินยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีการยึดทรัพย์นั้นก็เพราะว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้สถานะของความเป็นผู้นำรัฐบาลในขณะนั้น จะเป็นออกนโยบายมาตรการ ตัดสินใจ หรือใช้อำนาจของรัฐที่ตัวเองถืออยู่ เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจที่ตนเองเป็นเจ้าของ แล้วก็เพิ่มขึ้นมาผิดปกติ หรือมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นหลักในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในกรณีนี้เรายังไม่ทราบว่าเขาไปเจรจาอาจจะเป็นการเจรจาทำธุรกิจกับรัฐบาลพม่าโดยตรงอันนั้นก็เป็นเรื่องภายในของพม่าไปแต่ในส่วนของนายกรัฐมนตรีไทยอันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง จะต้องจับตาดูว่ามีอะไรเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวพันหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็อยากจะฝาก ถ้าเกิดจะไปทำธุรกิจในพม่าจริงซึ่งขณะนี้พม่ากำลังเปลี่ยนแปลงนั้นพ.ต.ท.ทักษิณอาจจะมองเฉพาะในมุมของธุรกิจ แต่พม่านั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของประชาธิปไตย ตนยืนยันว่า ผู้ที่เขาสนับสนุนประชาธิปไตยในพม่านั้น เขาก็อยากจะเห็นนักธุรกิจที่เป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจแบบมีธรรมาภิบาล ทำแล้วส่งเสริมประชาธิปไตย ทำแล้วส่งเสริมการแข่งขัน หากไปทำแล้วเกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน ก็จะเป็นผลลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยด้วย
ถามว่า เมื่อมีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไปพม่า ปรากฎว่านักการเมืองไทย ทั้งส.ส.และรัฐมนตรี ก็เตรียมจะเดินทางไปพม่ากันเยอะ ตรงกันข้ามกับปัญหาภาคใต้ ทั้งๆที่ประชาชนรออยู่ กลายเป็นว่าไม่มีนักการเมืองคนไหนได้รับมอบหมายชัดเจนว่าให้ลงไปแก้ไขปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันก่อนเขาถึงมาสัมภาษณ์ ตนก็บอกพ.ต.ท.ทักษิณน่าจะไปแถวชายแดน มาเลเซีย-ไทย เผื่อจะมีรัฐมนตรีลงไปแถวนั้นบ้างแต่ที่ตนเสียใจมากๆ คือ งานปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งถ้ารัฐบาลอ้างว่าเป็นเรื่องสำคัญ กลับไม่ได้อยู่ในความคิดของนายกรัฐมนตรีในช่วงการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ในเมื่อจะปรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ออก จะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ทราบ เป็นสิทธิ์ที่รัฐบาลทำได้ แต่แสดงว่าตอนปรับนั้นไม่ได้คิดเลยว่าจะให้ใครมาทำงานแทน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกฯ
'อภิสิทธิ์' วอนทุกฝ่ายทำตามข้อบังคับศึกซักฟอก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ได้หารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรและวิปรัฐบาลแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องกรอบเวลาที่ฝ่ายค้านขอไว้อย่างน้อย 2 วัน และอยากให้การอภิปรายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่อยากให้มีการประท้วงเกิดขึ้นบ่อยครั้งเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นขอเรียกร้องให้ ส.ส.ปฎิบัติตามข้อบังคับ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่วุ่นวาย และไม่กระทบต่อระบบของสภา ขณะเดียวกันได้กำชับสมาชิกพรรคที่อภิปรายทุกคนให้อยู่ในกรอบ พร้อมกันนี้ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำตามข้อบังคับในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน ส่วนนายกรัฐมนตรีก็ควรให้ความสำคัญต่อสภาในการมารับฟังและตอบด้วยตัวเอง เพราะแม้อภิปรายเรื่องจำนำข้าว ก็อภิปรายเรื่องนโยบาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนโยบายข้าว และในฐานะหัวหน้ารัฐบาลควรจะตอบ ซึ่งจะรวมถึงประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่าเรื่องจำนำข้าวคิดเองคนเดียว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลทำขณะนี้ทำให้ขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ออกจากรองนายกรัฐมนตรี และคนในรัฐบาลยังบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีรองนายกรัฐมนตรีไปดูแล ซึ่งน่าเป็นห่วง และสิ่งที่ฝ่ายค้านเสนอมาโดยตลอดคือขอให้มีฝ่ายนโยบายระดับสูงเข้าไปรับผิดชอบ และทุกครั้งที่พบกับผู้บัญชาการทหารบก ก็ยืนยันว่าไม่มีความประสงค์จะนำทหารมานำการเมือง แต่วันนี้สิ่งที่ตนเห็นคือการเมืองไม่ยอมนำการทหาร และปัดความรับผิดชอบ ซึ่งหากจะอ้างว่าทหารรับผิดชอบอยู่แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี คงไม่ต้องดูแลปัญหายาเสพติด เพราะมีคนดูอยู่แล้ว
ปชป. ดักคอ 'นายกฯ' อย่าชิ่งหนีซักฟอก
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อาจจะไม่เข้าร่วมฟังการอภิปรายไม่วางใจรัฐบาล โดยอ้างต้องไปประชุมอาเซียนซัมมิตว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดไม่ตรงกับ เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจกำหนดไว้ 25-28 พ.ย. แต่การประชุมซัมมิตไม่ได้อยู่ในช่วงดังกล่าว การพูดเช่นนี้เป็นการจงใจพูดเพื่อหนีการอภิปรายหรือไม่ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีภารกิจใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมพหุภาคีหรือการเดินทางไปต่างประเทศ จึงขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความร่วมมือเข้ารับฟังการอภิปราย เพราะเป็นงานสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรให้ความสำคัญและแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำ เพราะเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯต้องอยู่รับฟังและตอบข้อสงสัยที่สาธารณชนสงสัย
นายชวนนท์ กล่าวว่า กรณีกองปราบปรามได้ออกหมายเรียกพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กรณีปราศรัยพาดพิงการล้มล้างการปกครอง นั้น ตนเห็นว่า เป็นการทำงานตามใบสั่งการเมือง เพราะทนายความของนปช. เพิ่งเข้าแจ้งความไม่กี่วัน ทางกองปราบก็ออกหมายเรียกทันที ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานภายใต้แรงกดดันทางการเมือง มีการใช้อำนาจรัฐใช้กฏหมายในการปกปิดการตรวจสอบคนที่กำลังตรวจสอบอำนาจรัฐและใช้อำนาจรัฐมากดดันคนที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งเป็นการกระทำที่มีลักษณะคล้ายกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามคนที่เห็นต่าง เป็นการเดินรอยตามรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้ความรู้สึกของประชาชนที่ถูกกดดันเริ่มรุนแรง หากทนไม่ไหวประชาชนก็จะลุกฮือต่อต้านรัฐบาล ซึ่งจะทำให้รัฐบาลเข้าสู่การล่มสลาย
'ปชป. 'ชี้ปรับ 'ครม.ปู3' ตามใบสั่ง 'ทักษิณ'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 3 ว่า เมื่อเห็นหน้าค่าตาของบรรดาคณะรัฐมนตรีใหม่ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ทั้งหมดเป็นไปตามโผและอยู่ในอำนาจสิทธิขาดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว อีกทั้งจะสังเกตว่าผู้ที่ได้รับตำแหน่งจะเป็นผู้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความใกล้ชิดและไว้วางใจให้ทำงานและวางยุทธศาสตร์สำคัญ และผู้ที่ได้รับตำแหน่งมักจะแสดงความขอบคุณกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นเดียวกันกับผู้ที่พลาดหวังตำแหน่งก็มักจะไม่พุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี
ส่วนคนอย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ก็มักพร่ำพรรณาถึงสัญญาที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้ไว้ เช่นเดียวกับ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ ก็อ้างจะไปทวงถามสาเหตุที่นายจตุพรไม่ได้เป็นรัฐมนตรีจากพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ถึงขนาดกล้าเปิดเผยผ่านสื่อว่าจะไปทวงถามและขอคำชี้แจงโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าการออกตัวของคนกลุ่มนี้ ล้วนเป็นการแสดงออกเพื่อหวังที่จะให้นายใหญ่ตบรางวัลให้ในลักษณะอื่น พอพวกเขาได้รางวัลก็จะค่อยๆ เงียบเสียงหายไป จึงอยากให้พี่น้องกลุ่มคนเสื้อแดงรู้เท่าทันว่าบรรดาแกนนำเหล่านี้ไม่ได้ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสองมาตรฐาน หรือต่อสู้เพื่อชนชั้นไพร่กับอำมาตย์ตามที่กล่าวอ้าง และในวันเดียวกับที่ไม่ว่าจะเป็นนายจตุพร นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยหรือ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ และวันที่พี่น้องเสื้อแดง 2 คน ติดคุก 9 ปี ในข้อหาที่มีการพกปืนและใช้อาวุธทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่
'ชวนนท์' ซัด 'สุกำพล' จ้องถอดยศ 'อภิสิทธิ์'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ประชาชนค่อนข้างเสื่อมความศรัทธาการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และพล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ไม่เคยพูดถึงเรื่องของความมั่นคง ผลประโยชน์ของชาติ สิทธิเหนือดินแดนกรณีปราสาทเขาพระวิหาร แต่กลับไปพูดเรื่องการถอดยศร.ต.ของนายอภิสิทธิ์ และมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงนี้ ทั้งนี้เพื่อต้องการดิสเครดิตผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยพิสูจน์ในศาลแล้วและไม่ได้มีการใช้เอกสารเท็จ หากพล.อ.สุกำพลจะดำเนินการใดๆ อีกก็ขอให้รีบดำเนินการเร็วๆ เพราะทางพรรคและนายอภิสิทธิ์ จะได้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าสร้างข่าวรายวัน หรือแสดงสำนวนโวหาร ควรเอาเวลาเหล่านี้ไปปกป้องอธิปไตยไทยจะดีกว่า
'ชวนนท์' ซัด 'แกนนำแดง' เลิกเล่นปาหี่
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง เรื่องให้กระทรวงการต่างประเทศยอมรับเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น ตนขอยืนยันว่า ตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่ากรณีของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เป็นเรื่องที่ไม่เข้าข่ายในธรรมนูญของศาลอาญาระหว่างประเทศ ขอให้แกนนำคนเสื้อแดงเลิกหลอกลวงคนเสื้อแดงได้แล้วว่า เขาสามารถนำเรื่องดังกล่าวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศได้ กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการกิจการภายในและมีการตรวจสอบตามกระบวนการภายในของประเทศไทย ศาลอาญาระหว่างประเทศไม่สามารถรุกล้ำหรือมีอำนาจก้าวล่วงเข้ามาในการพิจารณาคดีได้
"เลิกเล่นปาหี่แสดงต่อหน้าคนเสื้อแดงได้แล้ว และอยากเรียกร้องรัฐบาล เร่งลงสัตยาบรรณในการรับเขตอำนาจศาล เพราะจะทำให้การดำเนินคดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องการฆ่าตัดตอนและ กรือเซะ ทำได้ง่ายขึ้นเพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตนเดินทางไปที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตนได้นำเอกสารเรื่องการฆ่าตัดตอน ที่เป็นรายงานคณะกรรมการตรวจสอบฯ (คตน.) ไปมอบให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าขั้นตอนที่ดำเนินการของไทยนั้นค่อนข้างยุ่งยากเพราะไทยยังไม่มีการรับเขตอำนาจศาล เพราะเมื่อมีการลงสัตยาบรรณแล้วเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะต้องบินไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศก่อนนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพแน่นอน"



