
ชัยสิทธิ์เห็นด้วยพันธมิตรฯ ตั้งพรรคสู้ตามปชต.
ชัยสิทธิ์ เห็นด้วยพันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมืองสู้ตามระบอบประชาธิปไตย อย่าเล่นการเมืองข้างถนน เชื่อรัฐบาลพรรคร่วมไปไม่รอดเหตุขัดผลประโยชน์ไม่ลงตัว เรียกร้องคืนความยุติธรรมให้ ทักษิณ เพราะทำประโยชน์บ้านเมืองไว้เยอะ ประกาศพร้อมลงเล่นการเมืองกับพรรคเพื่อไทย
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองว่า ถ้าเป็นระบอบประชาธิปไตยคิดว่าเป็นการดีที่คนหมู่มาก คิดว่าตัวเองมีเสียงมากและมาตั้งเป็นพรรคการเมืองดีกว่าก่อม็อบ เพราะว่าคนไทยเบื่อม็อบเต็มที่ ดังนั้นควรหันมาเล่นวิถีทางประชาธิปไตย มีอะไรก็พูดกันในสภาไม่ใช่มาพูดกันข้างถนน ทั้งนี้ เมื่อตั้งพรรคการเมืองแล้วก็อย่ามาเดินขบวนก่อม็อบ เมื่อถามย้ำว่า พธม.ประกาศว่าแม้ว่าจะตั้งพรรคการเมืองแล้วก็ยังมีการเดินเกมนอกสภา พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่ามันน่าเกลียด ลงมาตั้งพรรคการเมืองแล้วจะต้องยอมรับในระบอบรัฐสภา และยอมรับในระบอบประชาธิปไตย ถ้าคิดว่าตั้งพรรคแล้ว และจะมาตั้งม็อบอีกก็คล้ายกับเป็นเผด็จการ เมื่อใครไม่เห็นด้วยกับกู กูก็สร้างม็อบขึ้นมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่คนส่วนใหญ่แต่เป็นคนส่วนหนึ่งใน กทม.เท่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้การเมืองก็จะถอยหลัง เพราะขณะนี้ก็ถอยหลังมาเยอะแล้ว ไม่รู้ว่ากี่มุ้ง แล้วอย่างนี้จะปกครองกันอย่างไร รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ
เมื่อถามว่า มองการขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม.อย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าพูดอย่างเดียวก็เป็นหัวหน้าพรรคที่ดีได้ แต่ประวัติเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เขามีสิทธิ์ ทั้งนี้ เขาเป็นคนเก่ง อาจจะมีขีดความสามารถ พูดคำเดียวม็อบมาเต็มไปหมด น่าเป็นห่วง เพราะมันชี้นำได้ สื่อต้องวางตัวเป็นสื่อ อย่าพิพากษา อย่าลงข่าวพิพากษากันเอง เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ อย่างไรก็ตาม คนนั้นดีไม่ดีจะต้องลงข่าวทั้งสองข้าง ตนก็ได้แค่พูด
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ พธม.ประกาศว่าจะไม่เล่นการเมืองแล้วอยู่ดีๆ หันกลับมาเล่นการเมืองแสดงว่าเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า หนังสือพิมพ์ลงรายฉบับแล้ว ตนคิดว่า พธม.คงคิดได้เอง ทั้งนี้การเลือกใครหรือไม่ ต้องเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยจะได้รู้กันเลยว่าประชาชนเลือกใคร พรรคไหนขึ้นมาบริหารประเทศ ขณะนี้การเมืองไทยถอยหลังไปสุดกู่แล้ว และจะกลับไปยุคที่พรรคมี ส.ส.เพียง 2 คน พรรคเล็กพรรคน้อยจะปกครองได้อย่างไร รัฐบาลเป็นก็ไม่แข็งแรง ลองดูรัฐบาลนี้จะไปรอดหรือไม่รอด รธน.ปี 2540 แก้มาแล้วให้เหลือพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค มันก็เป็นระบอบขึ้น รัฐบาลแข็งแรงขึ้น ต่างประเทศก็ให้ความเชื่อถือ แต่นี้คนสองคนก็มีเสียงใหญ่แล้ว มันก็ไม่ไหวแล้ว
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลทำให้เกิดเรื่องผลประโยชน์เข้ามา พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า แน่นอน รัฐบาลไปไม่รอด ยิ่งมีมากมุ้งก็ยิ่งไปใหญ่มันถอยหลังเข้าคลองไปแล้ว เราจะทำอย่างไรให้รัฐบาลมีเสถียรภาพปกครองได้ และสามารถบริหารประเทศได้ ตอนนี้คนที่เดือดร้อนคือประชาชน ตนพูดในฐานะประชาชนเบื่อ และมองอนาคตไม่ออกว่ารัฐบาลจะไปแบบไหน เพราะไม่มีเสถียรภาพ ต่างประเทศก็ไม่เอาด้วย คนไทยแท้ๆ ยังไม่เอากันเลย เมื่อถามว่า มองการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ 5 เดือนที่ผ่านมาอย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้เขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจจะซบเซา แต่เขาอยากเป็นรัฐบาลก็จะต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่รับผิดชอบแค่พรรคของคุณ แต่รับผิดชอบประชาชนทั้งประเทศ จะต้องใช้สุดฝีมือของคุณ และพิสูจน์ตัวเองเพราะคุณอยากเป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯเป็นอย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ดูเฉยๆ แต่ก็ว่าจะดีก็ไม่ดีมาก จะว่าเลวก็ไม่ได้ เพราะเขาอยู่ในฐานะรัฐบาลแบบนี้ก็จะต้องหวานอมขมกลืนไปเรื่อยๆ ส่วนคนมองว่าอาจถูกชักใยอยู่เบื้องหลังเราอย่าไปพูดว่ารัฐบาลถูกชักใย เพราะเขาโตแล้ว ประชาชนลึกๆ จะรู้แต่ห้ามพูด แสดงฝีมือมามีโอกาสทองแล้ว
เมื่อถามว่า สนใจเล่นการเมืองตอนนี้หรือไม่ เพราะทหารเก่าหลายคนก็เตรียมที่จะลงเล่นการเมืองหลายคน พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ดูแล้วทหารเล่นการเมืองไม่เห็นรุ่งเสียคน แต่ในยามขับขันเมื่อมาช่วยประเทศชาติตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามว่า อดีตทหาร คมช.ก็สนใจที่จะเล่นการเมือง พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เล่นการเมืองถ้าเล่นแบบธรรมดาเหมือนชาวบ้านเล่นกันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเล่นเอาทหารมาเป็นเครื่องมือ ไปข่มขู่ หรือไปรุก ไปชี้นำตนคิดว่าไม่ถูก อันตราย ถ้าคุณเป็นนักประชาธิปไตยจริงก็มาเปิดเผยตนยินดีด้วย แต่ไม่ใช่อำนาจแฝง ที่เคยใช้อยู่เลิกซะ และเข้ามาเล่น ตนอาจจะเลือกคุณก็ได้ เราทุกคนรักบ้านรักเมือง ถ้าตัวเองเป็นประโยชน์ที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ หรือช่วยเหลือสังคมได้ ทำให้สังคมดีขึ้นบ้านเมืองสงบ ตนก็จะทำถ้าให้ตนทำ แต่ตนบอกตรงๆ ไม่มีปัญญาเพราะไม่มีเงิน การเมืองจะต้องใช้เงิน
เมื่อถามว่า มองทหารไปสนับสนุนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา ดูแล้วผิดหวังหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้ไม่รู้ แต่จริงๆ ทหารถือเป็นกลไกของรัฐบาลก็จะต้องสนับสนุนรัฐบาลทุกรัฐบาล ส่วนรัฐบาลไหนมีประวัติสั่งทหารไม่ได้ ทหารทำไม่ถูก แต่เบื้องลึกเบื้องหลังไม่รู้ แต่คุณเป็นกลไกของรัฐบาล ไม่ใช่ว่ารัฐจะต้องฟังกู มันเหมือนปฏิวัติเผด็จการ เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงสถานการณ์การเมืองหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ว่าง และตนก็ไม่ได้คุยกัน การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เงียบไปในช่วงนี้ถือว่าเป็นการดี ทั้งนี้การเมืองไทยมันล้าหลัง เสียดายโอกาส และเสียดายเวลา ตนพูดในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งมันขัดใจตน
เมื่อถามว่า ตอนนี้ประเทศเจอปัญหามากมายประชาชนค่อนข้างเป็นห่วงบ้านเมืองมาก พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนรับกรรมทุกสิ่ง ดังนั้นคุณมีหน้าที่ทำอะไรให้ดีก็ทำกันไป ประชาชนฝากความหวังเอาไว้ ทุกคนต้องทำหน้าที่กันไป หน้าที่ใครหน้าที่มัน อย่าบอกว่ากูเท่านั้นที่ถูก ไม่เชื่อกูกูจะเอาม็อบมา ประเทศที่เจริญแล้วไม่เห็นมีแบบนี้ ตอนนี้ถอยหลังเป็นยุคหิน จะบอกว่ากูเท่านั้นที่เก่งที่สุดเท่าในโลก
เมื่อถามว่า ในฐานะหนึ่งในตระกูลชินวัตรจะเข้าไปช่วยงานพรรคเพื่อไทยอย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เวลาตระกูลชินวัตรตกเราก็ฮวบเหมือนกัน จะต้องไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ หากเป็นที่ปรึกษาก็ช่วยเหลือได้ทางการเมือง ดูแลช่วยสังคม ถ้าสู้ในระบอบประชาธิปไตย เอาความดีมาแข่งกัน เพราะอยากเป็นคนดีของสังคม ตระกูลของตนจะได้เบาลงมาหน่อย พูดไปก็บอกว่ามึงก็ชินวัตร ชินวัตรเป็นคนดีไม่ได้หรืออย่างไร ส่วนคนทำดีไม่ได้ดีน่าเป็นห่วง คนทำดีแทบตายไล่ออกนอกประเทศมีที่ไหน ทั้งนี้อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าบ้านเมืองให้ความยุติธรรมกับเขาเรื่องก็จบ ในสายตาของประชาชนส่วนใหญ่ เขายังคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม คนไทยหัวใจลึกๆ ก็คิดแบบนั้นแต่พูดไม่ได้ มันอึดอัด คนทำดีต้องได้ดี คนทำดีไม่ได้ดีมีแค่เมืองไทย แต่เวลานี้น่าจะถึงจุดที่มีการสมานฉันท์แข่งกันทำความดี แต่ละพรรคทำความดีประชาชนจะได้มีความสุข
เมื่อถามว่า หาก 2 เดือนรัฐบาลไปไม่ได้จะมีรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมองไม่เห็น แต่เป็นแนวทางที่ดี คัดสรรคนที่ดีทุกพรรคมาเลย ตนเชื่อว่าทุกพรรคมีคนดีคนเก่งด้วย เปิดโอกาสแต่มันอยาก เพราะระบอบประชาธิปไตยมันไม่ใช่ เมื่อถามว่า มองการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนพรรคการเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นรับรองได้ไม่ใช่ 10 พรรค มีกว่า 20 พรรค เพราะต่างคนต่างเอาตัวรอด เพราะรัฐบาลไปไม่รอดแน่นอน ผลประโยชน์เป็นหลัก หากไม่เข้าขากันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ แทนที่จะพูดกัน 2 คน แต่พูดไป 10 คน ของกูก็เอา มันจะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันได้อยาก ทั้งนี้ การแก้ รธน.ปี 40 เพราะเรื่องนี้จะผลักให้ถอยกลับไปอีกแล้ว ประชาชนตาดำๆ ก็รับกรรมไป เป็นนักการเมืองจะต้องช่วยกัน คุณมี 20 พรรค คุยกันรู้เรื่องหรือ อย่าให้เขาด่านักการเมืองว่าเอาผลประโยชน์เป็นหลักจะต้องดูแลให้ทั่วถึง



