ข่าว

ศูนย์ยุติความรุนแรงปรับนิสัย'คนรุนแรง'

ศูนย์ยุติความรุนแรงปรับนิสัย'คนรุนแรง'

02 พ.ย. 2555

ศูนย์..ยุติความรุนแรง ปรับนิสัย'คนรุนแรง' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

               หากคุณยังมองว่า "ความรุนแรง" ยังเป็นเรื่องไกลตัว แต่เชื่อเถอะว่า อีกไม่นานมันจะมาอยู่ใกล้ๆ คุณเอง!!
 
               จากสถิติแนวโน้มที่พบว่า แต่ละวันมีเด็กและสตรีถูกทำร้ายวันละ 71 ราย คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ ชุมชนลด ละ เลิกเหล้า ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และครอบครัว” ขึ้นเป็นแห่งแรกใน กทม. ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนหลังไปรษณีย์สำเหร่
 
               ศูนย์ยุติความรุนแรงแห่งนี้ ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.), โรงพยาบาลตากสิน, สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ และสำนักงานเขตธนบุรี มีการทำงานในรูปแบบของภาคีเครือข่าย
 
               น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชี้ให้เห็นว่า จากสถิติของศูนย์พึ่งได้ (โอเอสซีซี) กระทรวงสาธารณสุขปี 2553 พบว่า ปัญหาเด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงมากถึง 25,744 ราย หรือเฉลี่ย 71 รายต่อวัน ส่วนปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทั้งสิ้น และผลสืบเนื่องจากการที่แกนนำที่ทำงานในพื้นที่ได้รับรู้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง และเกิดการเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ ลดปัจจัยกระตุ้นที่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงได้
 
               จนกระทั่งมีการตั้งศูนย์การเรียนรู้ขึ้นมา เพื่อทำงานเชิงรุก เพื่อแก้ไข และลดปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก ผู้หญิง และครอบครัว โดยมีแกนนำชุมชนที่ผ่านการอบรมคอยทำหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ ประสานงานส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการทำงานแบบสหวิชาชีพ โดยไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพราะจะเน้นทำงานในชุมชน ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อีกทั้งยังมีกิจกรรมสร้างพฤติกรรมลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นรูปธรรม
 
               ปัจจุบันมีศูนย์การเรียนรู้เกิดขึ้นแล้วกว่า 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชุมพร สมุทรปราการ อำนาจเจริญ นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และเชียงใหม่ ในส่วนของกรุงเทพฯ อยากให้มีการจัดตั้งศูนย์ในทุกเขตของ กทม. ตลอด 5 ปีในการทำงานเกี่ยวกับการยุติความรุนแรง แต่กลับพบว่าปัญหาความรุนแรงยังมีให้เห็นและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการแก้ปัญหาไม่สามารถทำได้เพียงหน่วยงานหรือองค์กรเดียว แต่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมมือกัน อันดับแรกประชาชนต้องเกิดการรับรู้ เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงเลวร้าย หากปล่อยให้ความรุนแรงเกิดซ้ำๆ พฤติกรรมเลียนแบบจะเพิ่มขึ้น 
 
               "คนบางกลุ่มไม่สนใจ เพราะคิดว่าความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจึงไม่รู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาหน่วยงานใด นอกจากนี้ ทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลยังมีนวัตกรรมใหม่ เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรง โดยการสนับสนุนให้เครือข่ายชุมชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการปรับพฤติกรรมผู้กระทำความรุนแรงให้เกิดความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อคนในครอบครัว" น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าว
 
               ด้าน นางเกษร ศรีอุทิศ ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชน กทม.ลด ละ เลิกเหล้า ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก กล่าวว่า จากการทำงานกว่า 5 ปีในชุมชน ส่งผลให้ความรุนแรงลดลง เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ จึงพร้อมใจประกาศให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ แน่นอนว่าศักยภาพของแกนนำในชุมชนทุกคนผ่านการอบรมทักษะมาเป็นอย่างดี มีความเข้าใจด้านมิติหญิงชาย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงสามารถทำหน้าที่และคอยให้คำปรึกษาเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
 
               โดยรูปแบบของการรณรงค์ยุติความรุนแรงนั้น จะเน้นลงพื้นที่เป็นหลัก อาทิ การลงเยี่ยมบ้าน กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ค่ายครอบครัว การรณรงค์ในชุมชน การทำงานร่วมกับกลไกภาครัฐในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและป้องกันปัญหาความรุนแรง นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับชุมชนในกรุงเทพฯ ได้แก่ ชุมชนมาตานุสรณ์ ชุมชนอู่ใหม่  ชุมชนเครือข่ายสหกรณ์สามล้อเอื้ออาทรเพื่อคนจนจำกัด ชุมชนพุ่มโพธิ์กลาง ชุมชนสวนอ้อย และชุมชนซอยพระเจน เป็นต้น


.............

(หมายเหตุ : ศูนย์..ยุติความรุนแรง ปรับนิสัย'คนรุนแรง' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)