
'มาร์ค'ติงกองปราบฯทำคดี'เสธ.อ้าย'
'อภิสิทธิ์' เตือน 'กองปราบฯ' ทำคดี 'เสธ.อ้าย' ตามธงการเมือง หวั่นจุดชนวนขัดแย้ง เผยยื่นซักฟอกต้นสัปดาห์หน้า หวั่นรัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์ป่วนสภาฯ
����������������������� 1 พ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์� Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ทนาย นปช.แจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามกล่าวหา พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย แกนนำองค์การพิทักษ์สยาม ล้มล้างการปกครอง ยุยง ส่งเสริมให้เกิดกบฏในประเทศว่า เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูตามข้อเท็จจริง ตามความเป็นธรรม ถ้ามีลักษณะว่าจะมีการกลั่นแกล้งก็คงไม่เป็นผลดี เพราะว่าจำนวนคนที่ไปชุมนุมกับองค์การพิทักษ์สยามเป็นไปด้วยความสงบ ดังนั้นถ้าไปทำให้เกิดความรู้สึกว่ากลั่นแกล้งกัน มีการสกัดกั้นกัน แทนที่จะเป็นจุดที่ทำให้ทุกอย่างมีความราบรื่น มันก็จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งขึ้นมาได้ จึงอยากให้ระมัดระวังในเรื่องนี้
�
'อภิสิทธิ์'หวั่นรบ.ใช้ยุทธศาสตร์ป่วนสภาฯ
����������������������� นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหาเรื่องเวลา โดยยังเป็นช่วงวันที่ 25 - 28 พ.ย. ซึ่งถ้านับกันจริงๆ ก็คือถึง 4 วัน รวมลงมติ 1 วัน ฝ่ายค้านเองก็บอกแล้วว่าจะอภิปรายเต็มที่ก็ 3 วัน หรือาจจะ 2 วันก็ได้
����������������������� อย่างไรก็ตามหากจะลงมติวันที่ 28 พ.ย. ได้ตนก็บอกกับประธานวิปรัฐบาลว่า อย่าให้ไปกระทบวุฒิสภา ถ้าสมมติว่าจะลงมติวันนั้นจริงก็ไม่ยากอะไร เพราะวุฒิสภานัดประชุม 9.30 น. สภาผู้แทนราษฎรก็นัดประชุมเวลา 8.30 น. เพื่อลงมติ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะเป็นวาระสำคัญเชื่อว่า ส.ส.ซีกรัฐบาลจะมาลงมติอย่างพร้อมเพียงอยู่แล้ว เมื่อได้หารือทางประธานวิปก็ไม่มีปัญหาอะไร และไม่มีประเด็นที่จะต้องกังวลอะไรอีกยกเว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลจงใจในการที่จะไม่ให้กระบวนการนี้มันทำงานตามปกติ ตามที่มันควรจะเป็นเท่านั้นเอง
����������������������� เราไม่กล้าพูดว่า วัน สองวันต้องเสร็จได้นั้น เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะเจอประท้วงรึเปล่า เพราะว่าเวลาประท้วงแล้วก็เสียเวลากัน บางทีก็เลยกลายเป็นยุทธศาสตร์ของทางฝ่ายรัฐบาลไปเลย ว่าก็ให้คนเบื่อไปเลยจะได้ไม่ต้องดูกันไปอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันไม่ควรจะทำอย่างนั้นเพราะมันทำลายตัวระบบสภาด้วยกันเอง หลายครั้งที่ผ่านมาเมื่อดูสถิติว่าแต่ละฝ่ายใช้ไปเวลาไปกี่ชั่วโมงก็ตกใจ เพราะเวลาประท้วงบางฝ่ายก็ใช้เวลามากกว่าฝ่ายค้าน นี่คือปัญหาครับ ที่ผมคิดว่าก็ต้องช่วยกันนะ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
����������������������� นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้นสัปดาห์หน้าฝ่ายค้านจะไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งหากมีประเด็นทุจริตก็จะมีการยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะนี้ประเด็นการอภิปรายและตัวบุคลที่จะยื่นอภิปรายนั้นน่าจะได้ข้อยุติตรงกันหมดแล้ว โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ก็จะมีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยร่วมอภิปรายด้วย
�
'อภิสิทธิ์' ชี้บันได 3 ขั้น รัฐบาลทำลายตัวเอง
����������������������� หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทนาย นปช. ไปแจ้งความที่กองปราบ เพื่อกล่าวหาพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ข้อหาเป็นการล้มล้างการปกครอง ยุยง ส่งเสริมให้เกิดกบฏในประเทศ ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าใครทำอะไรผิด ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ แต่จะดำเนินการอะไรทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูตามข้อเท็จจริง ตามความเป็นธรรม ตนไม่ทราบว่าคนที่ไปแจ้งนั้นเอาข้อเท็จจริงอะไร ที่ไปสนับสนุนว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย เข้าองค์ประกอบอะไรอย่างไรซึ่งก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง แต่ดูแล้วเหมือน ว่า มีการจะกลั่นแกล้งกันก็คงไม่เป็นผลดี เพราะว่าจำนวนคนที่ไปชุมนุมซึ่งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ ถ้าไปทำให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังมีการจะกลั่นแกล้งกัน สกัดกั้นกัน แทนที่จะเป็นจุดที่ทำให้ทุกอย่างมีความราบรื่น มันก็จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งขึ้นมาได้ ก็อยากให้ระมัดระวัง
����������������������� เมื่อถามว่า ทางกองปราบฯได้เรียกตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และพล.อ.บุญเลิศ มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 พ.ย. นี้จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสรุปว่าจะมีความวุ่นวายเลย แต่คิดว่าความตึงเครียด ความขัดแย้งก็อาจจะมีมากขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่นึกถึงตรงนี้ด้วย และขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่ามีเรื่องของธงทางการเมืองมา เปรียบกับเหมือนคดีรับเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดีเอสไอเรียกคนที่บริจาคเงินให้กับพรรคไปสอบสวน ขณะนี้ก็ได้เรียกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งก็ยังไม่จบ ดังนั้นตนขอเตือนเลยว่า หากมีกรณีใดๆที่เห็นได้ชัดว่า เป็นการพยายามที่จะกลั่นแกล้ง หรือคุกคาม หรือเลือกปฏิบัติ ก็ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับดีเอสไอ
����������������������� เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้กลไกของรัฐทำงานรวดเร็วกับผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และมีความรู้สึกถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม สุดท้ายจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยเตือนหลายครั้งว่า วิกฤติทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น มันมาจากการทำลายความสมดุลของระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ช่วงประมาณปี 45-48 เป็นต้นมา โดยสถานการณ์ก็คือ 1.ลดทอนความสำคัญของสภา 2.ปิดกั้นการใช้สื่อหลักของฝ่ายอื่นๆ และ 3.เอากลไกที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการ อำนาจรัฐ หรือแม้กระทั่งกระบวนการยุติธรรมตั้งต้น ช่วยเหลือพวกพ้อง แล้วก็กลั่นแกล้งคนอื่น นี่คือจุดที่ทำให้สังคมมันถึงได้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาทั้งหมด และเมื่อไรที่บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าหลุดพ้นสิ่งเหล่านี้เสียที
�
ปชป. ค้าน เสื้อแดง ร้องรัฐนำคดีสลายชุมนุม 53 ให้ศาลโลกพิจารณา
����������������������� นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)เรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศรับคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมือง เมษายน-พฤษภาคม 2553 ไว้พิจารณา ว่า เห็นด้วยที่จะให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีการศึกษาเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ทราบโดยทั่วกัน ว่าข้อกล่าวหาที่นพ.เหวง กล่าวอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ทำลายล้างมนุษยชาติ นั้นเกินจริง และเห็นควรว่าควรมีรับคดีให้ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ฆ่าตัดตอน และกรณีกรือเซะ อย่าได้เลือกปฏิบัติ
����������������������� นายวัชระ กล่าวอีกว่า ตนไม่เห็นด้วยที่ส.ส.ฝากรัฐบาล เห็นชอบให้นายอุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมโหวตและวอล์คเอ้าท์ออกจากที่ประชุม เพราะเห็นว่านายอุดม ไม่มีความเป็นกลาง และเคยเข้าร่วมเวทีเสื้อแดง และเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารคดีสั่งฆ่าประชาชน 92 ศพ ซึ่งมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช.เป็นประธาน
�
ส.ส.ปชป. อัด 'รัฐบาล'วางยุทธศาสตร์แก้ไฟใต้เหลว
����������������������� ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ช่วงกระทู้ถามสด นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถาม นายกฯ เรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้พบว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เข้ามาบริหารราชการ ซึ่งตนมองว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีความชัดเจนในเรื่องนโยบายแก้ไขปัญหา โดยการปรับคณะรัฐมนตรีรอบล่าสุด ไม่มีใครแสดงเจตจำนงที่จะเข้าไปแก้ปัญหา เสมือนเป็นการลอยแพคนในพื้นที่ภาคใต้ ดังนั้นตนขอถามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาของรัฐบาล รวมถึงการรักษาพื้นที่เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างไร
����������������������� โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ชี้แจงแทน นายกฯโดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ แต่หากรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ตนเชื่อว่ารัฐบาลไหนๆ เข้ามาบริหารก็เหนื่อย ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบที่ระบุว่ามีมากขึ้น ข้อเท็จจริงแล้วสถานการณ์รุนแรงลดลง แต่ผู้ก่อเหตุได้เปลี่ยนเป้าหมายจากประชาชน ครู ไปเป็นทหาร และตำรวจ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาต้องใช้การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในแนวคิดของตนเห็นว่าเมื่อมอบงานให้กองทัพบกแล้ว ควรให้กองทัพบกจัดการแก้ปัญหา ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งตำรวจ และฝ่ายมั่นคง เนื่องจากเขาทราบปัญหา ส่วนนักการเมืองคงไม่สามารถถือปืนเอ็ม16 เข้าป่าไม่ได้ ส่วนแผนการทำงานเพื่อแก้ปัญหานั้น รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ร่วมกับ ศ.อบต., สภาความมั่นคง และ กอ.รมน. กำหนดแผน 29 ข้อ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปตามลำดับแล้ว
����������������������� ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ถามต่อว่า เหตุที่นักการเมืองวางแผนแก้ปัญหาที่ศูนย์ในกทม. เพราะเขาขี้ขลาด ตาขาว ไม่ยอมไปฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งหาก ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการลงพื้นที่ไม่ต้องบอกทหาร หรือ ตำรวจ ให้ลงพื้นที่ไปกับตน อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขณะนี้พบด้วยว่ามีการอุ้มฆ่าเกิดขึ้น มีบุคคลในพื้นที่สูญหาย ซึ่งตนไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน รัฐบาลจะมีแนวทางจ่ายเงินชดเชย จำนว 7.5 ล้านบาทเช่นเดียวกับคนที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือไม่
����������������������� รองนายกฯ ชี้แจงว่าหากมีข้อมูลประเด็นอุ้มฆ่า ขอให้นำหลักฐานมาให้ตนเพื่อดำเนินการสืบสวน สอบสวน และแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามที่บอกว่าตนขี้ขลาด ตาขาว ขอให้ไปสอบถามตำรวจกองปราบว่าตนเป็นคนเช่นนั้นจริงหรือไม่
����������������������� ผมยอมรับว่าไม่มีความรู้เรื่องพื้นที่ภาคใต้ คงต้องอาศัยสติปัญญาของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ดังนั้นผมขอเชิญไปร่วมประชุมด้วย และหากแก้ไขได้ ผมพร้อมประกาศว่าเป็นความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนประเด็นเรื่องการจ่ายค่าชดเชย ผมขอให้ท่านมาพูดจาปรับทุกข์ ผูกมิตรกับรัฐบาล แต่ขอบอกว่าเงินที่ต้องจ่ายเป็นเงินภาษีของประชาชน คนในพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นคนไทย หากจะลงไปในพื้นที่ ไม่ต้องใส่กุญแจมือหรอก เดินไปสบายๆ ได้ รองนายฯ ชี้แจง
����������������������� นายเจะอามิง ถามในประเด็นสุดท้ายว่าตนพร้อมให้ข้อมูลกับร.ต.อ.เฉลิม แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ การลงไปประชุมใน จ.ปัตตานี, จ.ยะลา หรือ จ.นราธิวาส ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ ส่วนการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ต้องรู้ข้อมูลเรื่องอัตลักษณ์ ของคนมุสลิม โดยเฉพาะวิถีชีวิต ดังนั้นการนัดประชุมวันศุกร์คงเป็นไปไม่ได้ เพราะพี่น้องมุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจ นอกจากนั้นแล้วในงานดูแลความปลอดภัยชีวิตครูในพื้นที่ภาคใต้ รัฐบาลมีแนวทางอย่างไร
����������������������� ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า ตนเข้าใจวิถีชีวิตของคนมุสลิม ถ้าไม่เชื่อไปเช็คที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ เพราะตอนที่ตนเรียนกฎหมายตัวเลือก ตนเลือกเรียนกฎมายอิสลาม และสอบได้เกรดเอ ส่วนที่นัดประชุมวันศุกร์ เพราะเห็นว่าที่อาคารรัฐสภามีห้องทำละหมาด ส่วนประเด็นเรื่องการรักษาความปลอดภัยครู ต้องใช้มาตรการเดิม โดยให้ตำรวจ ทหาร บูรณาการความคิด ที่ตนเชิญไปคุยที่ สตช. เพราะมีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ ตนไม่อายที่จะบอกว่า ตนไม่มีความรู้ในเรื่องพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องขอความรู้
����������������������� ในช่วงสิ้นสุดการตอบกระทู้ นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกประท้วง ร.ต.อ.เฉลิม ว่า ในฐานะที่ตนเป็นบัณฑิตนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าวิชาดังกล่าวได้เอ แต่ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่มีเกรดเอ มีแค่เกรด พี จี และเอฟ ถ้า รองนายกฯ ระบุว่าได้ เกรดเอ อยากให้ชี้แจงด้วยว่า เกรด เอ นั้นหมายถึงอะไร หรือเป็นชื่อของหญิงสาว
�
�
�



