
'เฉลิม'ยันไม่ดูไฟใต้โยนทหารเหมาะกว่า
'เฉลิม'ยันไม่รับดูงานความมั่นคง ชี้ทหารเหมาะกว่า ย้ำไม่เกี่ยวชวดเก้าอี้'มท.1'ไม่หวั่นศึกซักฟอก โว'นายกฯ' เก่ง ไม่น่าห่วง ยัน กองปราบฯเรียก'เสธ.อ้าย-สนธิ'การเมืองไม่เกี่ยว ด้าน'สุกำพล'ชี้หลังถวายสัตย์รู้แน่ใครคุมมั่นคง อาสาพร้อมทำงานแทน 'ยุทธศักดิ์' ยันศป
1 พ.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงความเป็นห่วงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีใครรับผิดชอบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้จัดสรรตำแหน่งลงตัวแล้ว ตนคงไม่ดูแล เพราะไม่เหมาะสม ไม่มีความรู้ไม่มีความสามารถพอ ทั้งนี้ฝ่ายการเมืองไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง เพราะทหารกำลังแก้ไขปัญหาได้ดี โดยให้ พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ดูแลและมีนายกรัฐมนตรีกำกับ และเชื่อว่าการประสานงานในแต่ละกระทรวงจะไม่มีปัญหา และยืนยันว่าไม่ต้องมีรองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานความมั่นคง เพราะประเทศมั่นคงอยู่แล้ว
"งานที่ตนดูแลเรื่องยาเสพติด ปราบปรามยาเสพติดก็มีมากพอ ถ้ามากกว่านี้จะทำไม่ไหว คดีในภาคใต้ก็ลดลงแล้ว ซึ่งตนได้บอกนายกรัฐมนตรีแล้วไม่พร้อมจะดูแลปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อะไรที่ไม่ถนัดก็บอกท่านว่าไม่พร้อม และไม่เกี่ยวกับการที่ไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะไม่อยากเป็นอยู่แล้ว" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง แม้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีคนเดียว ก็ไม่ต้องห่วงนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเก่ง ชี้แจงได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเป็นคนไม่ค่อยพูด จะห่วงก็แต่ฝ่ายค้านที่จะไม่มีหลักฐาน ขณะเดียวกันยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ ชี้แจงได้ เรื่องอภิปรายนายกฯ ไม่ได้หวั่นไหว คุณคิดว่านายกฯพูดไม่เป็นหรือ นายกฯเก่ง แต่ไม่อยากพูด ไม่ใช่เหมือนบางพรรคที่ดีแต่พูด และคงไม่เสียท่าในสภา มีแต่แต้มต่อ สกอร์ก็ขึ้น
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ระบุจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเองในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ตนยืนยันว่าตนไม่กลัว พร้อมเสมอ ซึ่งไม่ได้ท้าทาย แต่ก็พร้อมจะชี้แจง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อถึงกรณีที่กองปราบปราม ออกหมายเรียก พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์(เสธ.อ้าย) ประธานองค์การพิทักษ์สยาม กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ข้อหากบฏ ว่าตนไม่รู้ เพราะเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้เข้าไปแทรกแซง และไม่รู้ว่ากองปราบปรามจะทำงานสนองการเมือง
“สุกำพล” ชี้หลังถวายสัตย์รู้แน่ใครคุมมั่นคง
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงแทนพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ภายหลังถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ถามตนคงตอบไม่ได้ ต้องไปถามนายกฯ แต่ท่านคงเตรียมคนไว้แล้ว คงรู้ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งภายหลังจากที่มีการถวายสัตย์ในช่วงเย็นนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ขอให้รอนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งไปพูด เพราะพูดไปอาจไม่ตรง ขอให้รอนายกรัฐมนตรีจะได้ไม่สับสน ความจริงงานด้านความมั่นคงมีกติกา โครงสร้างชัดเจนอยู่แล้ว เปลี่ยนแต่ตัวหัวหน้า หรือชื่อคนอย่างเดียว ซึ่งคงต้องตั้งคนใหม่ขึ้นมา ส่วนรูปแบบเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้แก้ไขอะไร โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตั้งขึ้นมาเอง แต่อาจจะดูเองหรือไม่ ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกฯ คงรออีกไม่กี่วัน เชื่อว่า ไม่เย็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็น่าจะรู้เรื่อง
“นายกรัฐมนตรีต้องดูว่า คนที่ท่านจะให้ทำงานมีความพร้อมหรือไม่ เราเป็นลูกน้องท่าน หากดูว่า ผมพร้อมและทำได้ ผมก็พร้อมทำงาน ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเห็นว่าคนอื่นเหมาะสมกว่าก็ให้คนอื่นทำ นายกรัฐมนตรีต้องดูเอง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ทั้งนี้ในส่วนคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.) ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะโครงสร้างเหมือนเดิมทุกอย่าง เปลี่ยนเพียงชื่อคนเท่านั้น และนายกรัฐมนตรียังคงรับผิดชอบทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ขึ้นอยู่กับนายกฯจะให้ใครดูแลต่อ เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเมื่อพล.อ.ยุทธศักดิ์ ออกไป ก็ให้คนใหม่เข้ามาแทน” รมว.กลาโหม กล่าว
เมื่อถามว่า มองการปรับครม.ยิ่งลักษณ์ 3 เป็นอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ถ้าปรับแล้วไม่ดี คงไม่มีใครปรับ สำหรับกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงผิดหวังที่ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้นั้น เขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร หลังจากที่มีพระบรมราชโองการออกมาก็ถือว่า จบไป มีการวิจารณ์เพียงเล็กน้อย ส่วนที่มีข่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่านั้น อย่าไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตมาก เพราะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เนื่องจากมันแก้ไม่ได้แล้ว และทุกคนต้องยอมรับการปรับครม. เราต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนใครจะไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ตนไม่ทราบข่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่



