
'พี่สาวโหด'ชี้เป้าฆ่าน้องหวังฮุบมรดก
'พี่สาวโหด'ชี้เป้าฆ่าน้องหวังฮุบมรดกกว่าสิบล้าน : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
คดีฆาตกรรมเจ้าของฉายา"ต่อเกินร้อย" ชุดสืบสวนสามารถแกะรอยจับกุมทีมสังหาร โดยมี "พี่สาวของเหยื่อ" เป็นผู้จ้างวานฆ่าน้องชายเพื่อล้างแค้นและหวังฮุบมรดกหลายสิบล้านบาท
ช่วงหัวค่ำวันที่29 กันยายน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน ภายในบ้านเลขที่ 1 หมู่ 7 ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยหน้าบ้านหลังดังกล่าวเป็นสถานที่เช่าและรับฝากรถจักรยานยนต์ ริมถนนมาลัยแมน อยู่ใกล้เคียงกับตลาดนัดคุณาวรรณ หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบพบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นายต่อศักดิ์หรือต่อโต๊ะปลื้ม อายุ33 ปี เจ้าของบ้านเช่าหลังเกิดเหตุถูกนำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นบริเวณเหนือราวนมขวา ซึ่งแพทย์เวรฉุกเฉินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วส่งตัวไปผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม
พ.ต.ท.ประทีปพันธ์หว้า รองผกก.สส.รรท.ผกก.สภ.กำแพงแสน, พ.ต.ท.ทศพลทองเฉลิม สว.สส.พร้อมชุดสืบสวน เร่งเดินทางไปดูผู้บาดเจ็บ โดยก่อนเข้าผ่าตัด นายต่อศักดิ์ บอกเพียงว่าไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร แล้วไม่มีศัตรูที่ไหน เพียงแค่ 1 วันในการผ่าตัดรักษานายต่อศักดิ์ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พ.ต.ท.ประทีปรายงานเหตุให้พล.ต.ท.หาญพลนิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.พูนทรัพย์ประเสริฐศักดิ์ รองผบช.ภ.7,พล.ต.ต.สุทธิพงษ์วงศ์ปิ่น ผบก.สส.ภ.7และ พล.ต.ต.เพชรรัตน์แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม ทราบเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้น ชุดสืบสวนตั้งประเด็นมูลเหตุจูงใจในการสังหารทุกประเด็นแล้วมีการตรวจสอบทุกประเด็น แต่ก็ไม่พบข้อมูลที่น่าจะเป็นมูลเหตุจูงใจของคนร้าย กระทั่งชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับคนหนึ่งว่า ก่อนหน้านี้ นายต่อศักดิ์มักมีปากเสียงกับพี่สาวคือน.ส.ธัญญารัตน์โต๊ะปลื้ม อายุ38 ปี หลังจากชุดสืบสวนได้ข้อมูล จึงเร่งตรวจสอบประวัติของ น.ส.ธัญญารัตน์พบข้อมูลที่น่าสนใจในอดีตที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันชุดสืบสวนเดินทางไปพบกับพ่อของนายต่อศักดิ์ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่า ครอบครัวของนายต่อศักดิ์มีความขัดแย้งกันเรื่องมรดก โดยพ่อแม่ของนายต่อศักดิ์กำลังขายที่ดินกว่า 10 ไร่ อยู่ด้านข้างห้างโลตัส สาขากำแพงแสน ในราคาประมาณ 15 ล้านบาท ประกอบกับครอบครัวนายต่อศักดิ์เป็นชาวลาวโซ่ง ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีนั้น หากพ่อแม่เสียชีวิตมรดกทั้งหมดจะตกเป็นของลูกชาย ซึ่งนายต่อศักดิ์เป็นบุตรชายเพียงคนเดียว น.ส.ธัญญารัตน์ เป็นพี่สาวคนโต และหากน้องชายเสียชีวิตก็จะเป็นผู้จัดการมรดกคนเดียว
ประเด็นนี้ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยจากพฤติการณ์ในอดีตรวมถึงข้อมูลคนใกล้ชิดของ น.ส.ธัญญารัตน์ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดตลอดจนความเคลื่อนไหวในช่วงก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุฆาตกรรมนายต่อศักดิ์ กระทั่งมีข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่า "นายหนู คงรอด" อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 4 ต.บึงบัว อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร และ นายธีระวัฒน์มีสะอาด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 หมู่ 17 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งเป็นสามีใหม่ของ น.ส.ธัญญารัตน์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนี้ น.ส.ธัญญารัตน์ เคยมีสามีมาแล้วถึง 3 คน สามีเก่า 2 คนเสียชีวิตไปแล้ว แต่ละคนได้ทำประกันชีวิตไว้คนละหลายแสนบาท ซึ่ง น.ส.ธัญญารัตน์เป็นผู้รับสินไหมทั้งหมดและก่อนหน้าที่น้องชายจะเสียชีวิตได้มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้งเรื่องพี่เขยไม่ยอมทำงานจึงถูกไล่ออกจากบ้านและย้ายหนีไปอยู่พิจิตร
"การสอบสวนนายหนูรับสารภาพว่า นายธีระวัฒน์จ้างวานให้ฆ่าน้องเมียในราคา 4 หมื่นบาท โดยทั้งสองเป็นคนนำไปดูตัวและชี้เป้า ขณะที่นายต่อศักดิ์เดินอยู่หน้าห้องแถวริมถนนมาลัยแมน เมื่อก่อเหตุเสร็จแล้วขึ้นรถยนต์โดยสารหลบหนีกลับบ้านที่ จ.พิจิตร" พล.ต.ท.หาญพล กล่าว
ด้านน.ส.ธัญญารัตน์อ้างว่ามีความขัดแย้งกับน้องชาย เพราะชอบทำร้ายร่างกายแม่และลูกของตนเป็นประจำ จึงต้องหอบหิ้วลูกย้ายไปอยู่บ้านสามีที่พิจิตร โดยยึดอาชีพทำนา ประกอบกับรู้ว่าพ่อแม่กำลังขายที่ดินได้กว่าสิบล้านบาท จึงเกรงว่าน้องจะฮุบสมบัติคนเดียว จึงวางแผนกับสามีจ้างนายหนู ซึ่งเป็นเพื่อนมีอาชีพทำนาและป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องการใช้เงินไปรักษาตัว ให้ไปยิงน้องชายแท้ๆ ของตัวเอง
......................
(หมายเหตุ : 'พี่สาวโหด'ชี้เป้าฆ่าน้องหวังฮุบมรดกกว่าสิบล้าน : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



