ข่าว

บทเรียนมหานครมหาภัยพิบัติแซนดี้

บทเรียนมหานครมหาภัยพิบัติแซนดี้

31 ต.ค. 2555

รายการ คม ชัด ลึก ตอน "บทเรียนมหานคร มหาภัยพิบัติแซนดี้"

               รายการ คม ชัด ลึก วันที่ 31 ตุลาคม มีการตั้งโต๊ะเสวนาในหัวเรื่อง "บทเรียนมหานคร มหาภัยพิบัติแซนดี้" โดยมี ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์ หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.พรพิมล กาญจนลักษณ์ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น และ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมรายการ
 
               ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวว่า พายุแซนดี้ลูกนี้ หากเกิดขึ้นในแถบเอเชียจะเรียกว่าพายุไต้ฝุ่น ลักษณะการเคลื่อนที่และความรุนแรงเหมือนกับพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในภูมิภาคบ้านเรา แต่ความแปลกของพายุแซนดี้คือ ไปขึ้นฝั่งที่เป็นพื้นที่เมืองเขตเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาพายุที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐไม่เคยเข้าฝั่งตรงจุดที่พายุแซนดี้ขึ้น เห็นว่ามีความแปลกและมีความผิดปกติ ที่เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากสภาพอากาศหนาว ปกติจะเข้ามาในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศสหรัฐแล้ว แต่ปีนี้อากาศหนาวมาช้ากว่าปกติ จึงทำให้พายุแซนดี้แทนที่จะเข้าในพื้นที่ตอนใต้เหมือนที่เคยเป็น ก็วิ่งขึ้นเหนือเข้าไปยังรัฐนิวยอร์ก และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 150 ปี ที่รัฐนิวยอร์กเผชิญพายุ
 
               น.ส.พรพิมล กล่าวว่า แม้ความรุนแรงของพายุแซนดี้จะรุนแรงน้อยกว่าพายุแคทรีนา ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐมาก่อนหน้านี้ แต่จุดที่พายุแซนดี้ขึ้นฝั่งนั้นเป็นเมืองสำคัญ เป็นศูนย์กลางทางการเงิน ทางเศรษฐกิจและมีประชาชนอาศัยอยู่มาก จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐต้องปิดตัว 2 วัน ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประเมินคราวๆ จะอยู่ที่ 35-45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากนำไปรวมกับความเสียหายที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องปิดตัว 2 วัน ความเสียหายน่าจะมากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
               "การรับมือพายุแซนดี้ของประธานนาธิบดีบารัก โอบามา ถือว่ามีการเตรียมตัวมาดี หากนำไปเปรียบเทียบกับเกิดพายุแคทรีนา ในยุครัฐบาลนายจอร์จ บุช ถือว่าโอบามาทำได้ดีกว่ามาก โดยก่อนพายุแซนดี้จะขึ้นฝั่ง 2 วัน โอบามาได้ประกาศให้รัฐนิวยอร์ก และนิวเจอร์ซีย์ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ทำให้ทั้งสองรัฐสามารถขอเบิกใช้งบประมาณนำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งสามารถเรียกและร้องขอความช่วยเหลือได้ในทันที" น.ส.พรพิมล กล่าว
 
               ด้าน ดร.ปิยศักดิ์ กล่าวว่า มีมุมมองเป็น 2 ส่วน คือ มีความเป็นห่วง และมีความหวัง สิ่งที่มีความเป็นห่วงคือ การแก้ปัญหาในระยะสั้นจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐมากน้อยแค่ไหน หากตลาดหลักทรัพย์ยังไม่สามารถเปิดทำการได้ จะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจของนักลงทุนมากขึ้น รวมทั้งเรื่องการหยุดงานของพนักงานห้างร้านและบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดินที่ต้องหยุดให้บริการทั้งหมด หากรัฐบาลสหรัฐสามารถแก้ปัญหาให้รถไฟใต้ดินกลับมาวิ่งให้บริการได้เร็วๆ การทำงานของพนักงานก็จะกลับมาได้เร็ว แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้ามนี้ เชื่อว่าจะมีปัญหากระทบต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างแน่นอน