
ควันหลงม็อบสนามม้า
ควันหลงม็อบสนามม้า : ประชาธิปไตยที่รักโดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
หลังจากจบเหตุการณ์ม็อบสนามม้าไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายก็คงจะได้รับทราบตรงกันแล้วนะครับว่า เรื่องม็อบนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าที่สื่อให้ภาพ และจะว่าง่ายๆ สื่อนั่นแหละอาจจะหวังดีแต่ประสงค์ร้ายเข้าไปใหญ่ที่ให้ภาพก่อนหน้าม็อบแบบที่รายงาน (คือสื่อก็มีสิทธิที่จะทำนั่นแหละครับ แต่ถ้าข่าวกรองประเทศไทยห่วยแตกแบบไปตัดข่าวจากสื่อแล้วไปรายงานรัฐบาล ก็ควรจะต้องตั้งหลักกันใหม่นั่นแหละครับ)
ก่อนจะเริ่มเรื่องการวิเคราะห์ ก็ต้องกล่าวว่าอย่างน้อยสิ่งที่ต้องชื่นชมต่อม็อบในครั้งนี้ก็คือ ม็อบครั้งนี้พยายามที่จะอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด อีกทั้งที่สำคัญก็คือ ได้จัดม็อบในสถานที่ปิดซึ่งง่ายต่อการควบคุม ทั้งยังให้คำยืนยันต่อสังคมว่าจะเลิกในเวลา ซึ่งหากจะมองแล้วการชุมนุมในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรจะต้อนรับได้
แต่ที่น่าประหลาดใจคือลักษณะของการไม่ให้น้ำหนักกับม็อบโดยสื่อหลายสื่อ ในความหมายของการพยายามไปสืบว่าคนเหล่านี้มีสายสัมพันธ์กับกองเชียร์รัฐประหารและเสื้อเหลือง ซึ่งสร้างความน่าสงสัยมากกับผมเองในแง่ที่ว่า ทีเสื้อเหลืองเวลาม็อบนั้นก็ไม่เห็นมีใครตั้งข้อสงสัยอะไร แต่ถ้าคนอื่นก่อม็อบโดยไม่ใช้ชื่อเสื้อเหลืองแล้วจะมาสงสัยไปทำไมว่าเป็นเหลือง
ประเด็นที่ควรตั้งคำถามคือเรื่องของสาระที่เขาจะชุมนุม ไม่ใช่สายสัมพันธ์ของการชุมนุมมิใช่หรือ
ยิ่งในยุคที่ฝ่ายค้านเขาชักเข้าชักออกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ สิ่งที่ควรจะตรวจสอบต่อการชุมนุมน่าจะอยู่ที่ว่าข้อกล่าวหาแต่ละข้อของผู้ชุมนุมนั้นมีสาระและมีเหตุมีผลแค่ไหน
การไม่ให้ค่าของการชุมนุมในครั้งนี้ของสื่อด้วยทำนองไม่คิดว่าม็อบนี้จะมีคนมาร่วม หรือจุดติดนั้น ยิ่งเป็นการปลุกม็อบให้คนที่ชอบเชียร์มวยรองเข้าไปอีก มิพักต้องตั้งคำถามนะครับว่าขนาดไม่ได้มีการถ่ายทอดสดม็อบโดยสื่อทีวีดาวเทียมอย่างครึกโครมยังมีคนมามิใช่น้อย ก็ต้องลองคิดเอาล่ะครับ
ส่วนรัฐบาลนั้น สิ่งที่ควรจะทำแต่ไม่ทำก็คือใช้ทีมงานโฆษกรัฐบาลในการอธิบายตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ ของม็อบอย่างจริงจัง เพราะม็อบก็คือประชาชนที่สงสัยและอยากได้คำตอบจากรัฐบาลด้วย รัฐบาลจึงควรชี้แจงเรื่องต่างๆ อย่างจริงจัง
ซึ่งนอกจากไม่ทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น คือมองว่าเป็นเกมการเมืองมากกว่าเรื่องการประชาสัมพันธ์ แล้วยังปล่อยให้คุณเฉลิมออกมารับหน้าในเรื่องนี้ และจะว่าไปแล้วสิ่งที่อันตรายที่สุดของรัฐบาลนี้เรื่องหนึ่งก็คือ การปล่อยให้คุณเฉลิมออกมาพูดอะไรก็ได้ต่อหน้าสื่อนั่นแหละครับ
คุณยิ่งลักษณ์อาจจะไม่เคยมีความทรงจำเลยก็ได้เพราะอาจจะเด็กเกินไปในสมัยที่รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเลือกใช้คุณเฉลิมในการ "โต้ปฏิวัติ" แล้วก็สิ้นสุดลงโดยการทำรัฐประหาร และคุณเฉลิมเองก็หนีหัวซุกหัวซุน
คุณเฉลิมน่ะเหมาะที่จะสู้ศึกในสภา แต่อย่าเอาคุณเฉลิมมาสู้ศึก(และความรู้สึก)กับประชาชนเลยครับ เพราะคุณเฉลิมนั้นอาจจะพูดกับคนที่ไม่ชอบคุณเฉลิมได้ยาก รัฐบาลจะได้แต่สีสันแต่เสียคะแนนเปล่าๆ และที่สำคัญการปล่อยให้คุณเฉลิมไปเล่นเรื่องยาเสพติดนั้นก็มีทั้งบวกทั้งลบ ทางบวกก็คือได้ผลงาน แต่ทางลบก็คือต้องระวังไม่ให้เลยไปจากการจับกุมเป็นการตัดตอน และที่สำคัญอย่าให้ภาพคุณเฉลิมออกมาคุมตำรวจ เพราะตำรวจนั้นเขามีระบบการดูแลที่สร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอยู่ ไม่ใช่ใครจะคุมหรือดูแลได้
คุณเฉลิมน่ะแกเป็นคนไว แต่บางทีบางจังหวะความไวก็ทำให้ไปไวได้เช่นกัน ผมว่าเก็บแกไว้เป็นแม่ทัพการอภิปรายในระบบ ในสภา กับฝ่ายค้านจะสวยกว่า เพราะรอบนี้ฝ่ายค้านเองถ้าไม่มีคุณสุเทพที่เหลือก็คงจะซัดกับคุณเฉลิมได้ยากอยู่ (แต่เห็นว่าคุณถาวร เสนเนียม จะมารับตำแหน่งนี้แทน) แต่ก็เป็นเรื่องของนักการเมืองสู้กับนักการเมืองในสภาน่ะมันแน่ ส่วนนอกสภาให้เป็นเรื่องของกองโฆษกกับแกนนำฝ่ายต้านรัฐบาลภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญจะสวยกว่าครับ
นี่ยังไม่นับที่แกชอบขยันตอบเรื่องคุณจตุพรอกหักนะครับ หุหุ อยู่ดีๆ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอกครับ คุณจตุพรนั้นคนชอบก็มาก คนเกลียดก็เยอะ ยิ่งมีข่าวมากก็ไม่ได้จะเป็นบวกกับความรู้สึกของคุณจตุพรสักเท่าไหร่นะครับ



