ข่าว

พยาบาลไทย-พยาบาลฟิลิปปินส์

พยาบาลไทย-พยาบาลฟิลิปปินส์

02 พ.ย. 2555

พยาบาลไทย-พยาบาลฟิลิปปินส์ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

               วันก่อนผมอ่านพบข่าวว่าเวลานี้ประเทศไทยขาดแคลนพยาบาลประมาณ 4 หมื่นคน แต่สามารถผลิตพยาบาลได้เพียงปีละประมาณ 4,800 คน ซึ่งถือตามอัตรานี้ ก็หมายความต้องใช้เวลาอีกประมาณ 8 ปีเป็นอย่างน้อย จึงจะสามารถมีพยาบาลได้ตามจำนวนที่ขาดอยู่ แต่นั่นก็คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงทศวรรษหน้า จำนวนประชากรย่อมต้องเพิ่มขึ้น และมีพยาบาลที่ทำงานอยู่ส่วนหนึ่งเกษียณอายุ หรือหันไปประกอบอาชีพอื่น
 
                เมื่อพูดถึงพยาบาล ก็มีคนบอกว่า ให้จับตาดูฟิลิปปินส์ไว้ด้วย เพราะเป็นประเทศที่ผลิตพยาบาลเพื่อการส่งออกโดยตรง ว่ากันว่าพยาบาลต่างประเทศที่ทำงานอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก 1 ใน 4 คน จะเป็นคนฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์มีโรงเรียนพยาบาล 450 แห่ง ผลิตพยาบาลได้ปีละกว่าแสนคน และปัจจุบันมีพยาบาลฟิลิปปินส์ออกไปทำงานนอกประเทศ ประมาณ 1.5 แสนคน
 
                แม้ว่าในช่วงปี ค.ศ.2003-2004 จะประสบปัญหาแพทย์และพยาบาลนิยมไปทำงานต่างประเทศจนส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งต้องปิดตัวลง เพราะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ แต่เวลานี้ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับปัญหาพยาบาลล้นตลาด ประกอบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปได้ส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานต่างชาติ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่พยาบาลฟิลิปปินส์จะเบนเข็มมาทำงานในประเทศอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย รวมทั้งพม่า แม้ว่าค่าจ้างและสวัสดิการจะต่ำกว่าสหรัฐ และยุโรปก็ตาม
 
                เมื่อนำเรื่องการขาดแคลนพยาบาลของไทยกับการล้นตลาดของพยาบาลฟิลิปปินส์มาวางคู่กัน เราก็คงจะมองเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยที่มีประชากร 64 ล้านคน ผลิตพยาบาลได้ปีละ 4,800 คน ขณะที่ฟิลิปปินส์ที่มีประชากร 88 ล้านคน ผลิตพยาบาลได้ปีละ 1.5 แสนคน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ถ้าจะบอกว่าการที่มีปริมาณการผลิตมากจะทำให้สวนทางกับคุณภาพ ก็คงต้องกลับไปพิจารณาว่าโรงเรียนพยาบาลฟิลิปปินส์มีวัตถุประสงค์สำคัญในการผลิตพยาบาลเพื่อส่งไปทำงานในต่างประเทศ ดังนั้น จึงต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานที่เข้มงวดของสหรัฐ และยุโรป
 
                ฟิลิปปินส์ได้ส่งเสริมและผลักดันประชาชนของตนให้เดินทางออกไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อลดปัญหาการว่างงานในประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างรายได้แก่ประเทศ ปัจจุบันมีชาวฟิลิปปินส์ทำงานอยู่ตามประเทศต่างๆ มากกว่า 7 ล้านคน นอกจากแพทย์และพยาบาล ก็จะเป็นแม่บ้าน คนเลี้ยงเด็ก ครู และงานอื่นๆ
 
                โดยเมื่อปี 2553 ฟิลิปปินส์มีรายได้จากการส่งสินค้าออก เป็นมูลค่า 51.3 พันล้านดอลลาร์ แต่มีรายได้จากแรงงานในต่างประเทศ จำนวน 18.7 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณร้อยละ 20 ของรายได้มวลรวมประชาชาติ ดังนั้น ประธานาธิบดีเบนิโญ่ อาคิโน จึงได้กำหนดความสำคัญของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศไว้ในพื้นฐานของนโยบายหลักด้านต่างประเทศ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านเศรษฐกิจ (2) ด้านความมั่นคง และ (3) ด้านแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ
 
                ประเทศไทยเองก็อยู่ในฐานะของประเทศที่ส่งออกแรงงานประเทศหนึ่ง แต่เราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญและความสนใจต่อแรงงานของเราเท่ากับฟิลิปปินส์ ไม่มีการบรรจุเรื่องแรงงานไทยในต่างประเทศไว้ในนโยบายต่างประเทศ และคงไม่มีแนวคิดที่จะผลิตบุคลากรทางการแพทย์ การดูแลเด็กและคนชรา แม่บ้านและอื่นๆ เพื่อการส่งออก
 
                ดังนั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด ถ้าอีกหน่อยในเมืองไทยอาจจะเต็มไปด้วยพยาบาลฟิลิปปินส์