ข่าว

'มาร์ค'ไม่แปลกใจ'แม้ว'สัมภาษณ์ฟอร์บส์

'มาร์ค'ไม่แปลกใจ'แม้ว'สัมภาษณ์ฟอร์บส์

31 ต.ค. 2555

"อภิสิทธิ์"ไม่แปลกใจคำสัมภาษณ์"ทักษิณ" กับนิตยสารฟอร์บส์ ปกป้องนโยบายจำนำข้าว ระบุแค่อยากแสดงอำนาจ หากมีสติปัญญาต้องไม่ทำลายอนาคตข้าวไทย

               31ต.ค.2555 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ 101 เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกับนิตยสารฟอร์บส์ ในการเข้าร่วมประชุม Global CEO Conference ในประเด็นที่ระบุ อยู่เบื้องหลังการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ โดยโทรศัพท์ให้คำปรึกษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุการตัดสินใจทั้งหมดเรื่องการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของตัวเองว่า ก็ไม่แปลกใจครับ คำสัมภาษณ์ของทั้ง 2 คน ทั้งคู่ก็ต้องการที่จะแสดงอำนาจของตน เพราะว่านายกรัฐมนตรีต้องแสดงว่าเป็นบุคคลซึ่งกุมสภาพของการตัดสินใจ ของการบริหารราชการแผ่นดินอะไรต่างๆ ไว้ได้

                ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณดูจากคำสัมภาษณ์ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนนี้ แต่ส่วนอื่นๆ ก็ยังพยายามที่จะสร้างภาพ แสดงพลังว่าตนเองมีอำนาจทั้งในทางการเมือง มีศักยภาพทางธุรกิจอะไรก็ว่ากันไป  แต่ทุกคนก็ดูออกว่า อะไรเป็นอะไร แต่สิ่งที่ตนย้ำเสมอก็คือว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมีอิทธิพลมากแค่ไหนอย่างไรก็ตาม แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ความรับผิดชอบทางการเมือง ก็ต้องเป็นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะฉะนั้นจะหนีไปจากนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตนถึงได้พูดเสมอว่า เวลาเป็นความรับผิดชอบของใคร คนนั้นก็ต้องระมัดระวัง เพราะถึงเวลาแล้ว ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ทำอะไรผิดทำอะไรล้มเหลว ถึงจะบอก"ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ"  แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี ความรับผิดชอบก็อยู่ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์
 

                เมื่อถามว่า คำถามหนึ่งที่ ทิม เฟอร์กูสัน ผู้สื่อข่าวนิตยสารฟอร์บส์ถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังเผชิญอยู่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่าปํญหาเรื่องนี้เป็นความริษยาทางการเมือง มองอย่างไร นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ก็อยากจะบอกอย่างนี้ว่า ที่จริงไม่ใช่ แล้วก็เป็นการยืนยันสิ่งที่ตนพูดถึงการจำนำข้าวในมุมมองของพ.ต.ท.ทักษิณมาตลอด 2 ประเด็น 1. พ.ต.ท.ทักษิณ มีอคติมากกับผู้ที่อยู่ในธุรกิจการค้าขายส่งออกข้าว พ.ต.ท.ทักษิณพูดค่อนข้างแทบจะเรียกว่ากล่าวหาเลยว่า ผู้ส่งออกข้าวไม่ทำอะไร สบายเกินไป แล้วก็ทำงานเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร อะไรทำนองนี้

                "นั่นประเด็นหนึ่ง ผมเลยไม่ทราบว่าอันนี้เป็นเพราะความริษยาทางธุรกิจหรือเปล่า อันที่ 2 คุณทักษิณก็มาในการท่องคาถาว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ช่วยเกษตรกร ใครขัดขวางก็เสมือนกับว่าไม่มีความปรารถนาดีต่อเกษตรกร ผมก็อยากจะบอกย้ำอีกครั้งครับ คุณทักษิณใช้เงินภาษีอากรของประชาชน 100 บาท โดยอ้างว่าไปช่วยเกษตรกรนั้น 100 บาท ถ้าไปช่วยเกษตรกร 100 บาท ผมว่าไม่มีใครเขาว่าอะไร ถ้าจะมากน้อยเกินไปก็อาจจะเป็นเรื่องรายละเอียด แต่ขณะนี้คุณทักษิณเลือกใช้วิธีใช้เงินภาษีอากร 100 บาท ของประชาชน ไปช่วยเกษตรกรประมาณ 40 บาท แล้วปล่อยอีก 60 บาท ตกอยู่กลางทางกับใครต่างๆ มากมายตรงนี้ไม่ควรยอมรับ และที่สำคัญก็คือ ถ้าคุณทักษิณจะใช้เงินจะ 3-40 บาท หรือ 100 บาท ก็ตาม ช่วยเกษตรกร คุณทักษิณสามารถที่จะช่วย ถ้ามีสติปัญญาก็จะสามารถช่วยเกษตรกรได้โดยไม่ต้องทำลายอนาคตส่งออกของข้าวไทย คุณทักษิณพูดประหนึ่งว่าจำเป็นต้องทำให้การส่งออกไม่ดี เกษตรกรถึงจะได้ราคาดี ไม่จริง ผมว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แล้วก็ยิ่งเวลาผ่านไปจะพิสูจน์ด้วยครับว่า การส่งออกไม่ได้จะย้อนกลับมาเป็นปัญหาของเกษตรกรมากขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


"ทักษิณ"ปกป้องนโยบายจำนำข้าว

                ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นิตยสารฟอร์บส์ที่ดูไบเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม โดยกล่าวว่าสามารถเดินทางได้โดยอิสระนอกประเทศเนื่องจากได้รับพาสปอร์ตกลับคืนมาแล้ว และมีการติดต่อพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างสม่ำเสมอในฐานะพี่น้อง รวมทั้งมีการลงทุน "ไม่มากนัก" ในโครงการเหมืองแร่แอฟริกา
 
                พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ในการพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนมากเป็นเรื่องในครอบครัว แต่ก็มีการให้คำปรึกษาเรื่องงานด้วย เพราะเขารู้จักประชาชน รู้จักกฎหมาย และข้อกำหนดระหว่างประเทศ ในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังใหม่อยู่
 
                ในส่วนของโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเพราะความอิจฉาริษยาทางการเมือง ฝ่ายตรงข้ามเกรงว่ารัฐบาลจะมีอำนาจมากขึ้นจากคนระดับรากหญ้า เพราะชาวนามีความสุขจากโครงการนี้ และคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาคือผู้ส่งออก
 
                พ.ต.ท.ทักษิณชี้ว่า ในอดีต ผู้ส่งออกทำงานอย่างสบายๆ รัฐบาลซื้อข้าวจากชาวนาและนำไปขายให้ผู้ส่งออกในราคาถูก จากนั้นผู้ส่งออกก็นำข้าวไปขายในตลาดต่างประเทศอย่างถูกๆ เช่นกัน ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 แต่ทำไมต้องขายข้าวราคาถูกบนความเดือดร้อนของชาวนา รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องการให้ชาวนาอยู่รอดได้ หากทำนาแล้วขาดทุน ชาวนาก็จะทิ้งนาหันไปทำอย่างอื่น หากไทยต้องการเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ก็ต้องช่วยให้ชาวนาอยู่รอดได้ ผู้ส่งออกต้องทำงานให้หนักขึ้น ทำการตลาดมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น จากนั้นโลกก็จะหันมาซื้อข้าวไทย
 
                ขณะเดียวกัน ฟอร์บส์ประเมินว่า ครอบครัวชินวัตรมีทรัพย์สินประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ แต่พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่ามีเงินประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกรัฐบาลชุดก่อนอายัดไว้
 
                พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า เขาลงทุนไปประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ ในธุรกิจเหมืองแร่ ซึ่งมีทั้งทองคำ แพลิตินัม และไทเทเนียม ในประเทศอูกันดา แทนซาเนีย และซัมบับเว ตามคำเชิญชวนจากผู้นำของประเทศเหล่านี้