
'แซนดี้'ถล่มมะกันยับ-จนท.เร่งช่วยปชช.
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยคนที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม-เร่งสูบน้ำออกจากอุโมงค์ พร้อมฟื้นฟูระบบไฟฟ้า 'ผู้เชี่ยวชาญ'ชี้ความเสียหายจากาพายุแซนดี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเพียงเล็กน้อย ด้าน'บริษัทประกัน'อาจต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ระหว่าง 7,000-15,000 ล้าน
31 ต.ค.55 สำนักข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งช่วยคนที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐ ขณะที่คนงานเร่งสูบน้ำออกจากอุโมงค์ที่ถูกน้ำท่วมในแมนฮัตตัน อันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุแซนดี้ ที่พัดผ่านพื้นที่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ
ทั้งนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ยังไม่หายตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนบอกว่าอยู่มา 39 ปี และเคยเจอกับพายุเฮอร์ริเคนมาแล้วหลายลูก แต่ไม่เคยเห็นพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ความพยายามเร่งฟื้นฟูสภาพเมืองหลังพายุ ได้เริ่มตั้งแต่คืนวันอังคาร ประชาชนที่ตกอยู่ท่ามกลางความมืดเพราะไฟดับ ได้ลดจำนวนจากเกือบ 8 ล้านคน ใน 15 รัฐ บวกกับดิสทริคออฟ โคลัมเบีย เหลือไม่ถึง 6.9 ล้านคน แต่ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกหลายพันคน ที่รออยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราว เะพราะไม่ทราบว่า บ้านเรือนของพวกเขารอดพ้นจากพายุหรือไม่
รายงานระบุว่า คนงานได้เร่งสูบน้ำอออกจากอุโมงค์ ที่เป็นศูนย์รวมของสายไฟที่ให้พลังงานหล่อเลี้ยงประชาชนรอบนครนิวยอร์ค มีประชาชนในย่านควีนส์ที่เคราะห์ร้ายซ้ำซ้อน ซึ่งนอกจากจะเผชิญน้ำท่วมแล้วไฟยังไหม้บ้านอีก ขณะที่บ้านหลังอื่นได้รับความเสียหายจากพายุ
อีกทั้ง สภาพทั่วไปของพื้นที่ที่พายุพัดผ่าน ได้รวมถึงต้นไม้ที่หักโค่นลงไปบนสายไฟ จนร่วงลงไปกองอยู่ตามถนน เป็นอันตรายต่อการสัญจร ผู้คนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำฮัดสันในนิวยอร์ค จะไม่มีไฟฟ้าใช้ไปอีก 4 วัน
ด้านนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ค กล่าวว่า การฟื้นฟูกระไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชน เป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุดที่ทางการกำลังเผชิญอยู่
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์นครนิวยอร์ค ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญของย่านการเงินสหรัฐ มีกำหนดจะเปิดการซื้อขายอีกครั้งในวันพุธ เช่นเดียวกับสนามบินหลัก 2 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ และน้วก ได้เตรียมเปิดให้บริการในวันพุธเช่นกัน แต่เป็นการให้บริการที่จำกัด ส่วนสนามบินลาการ์เดีย ยังคงปิดให้บริการเพราะได้รับความเสียหายหนักกว่า
"ผู้เชี่ยวชาญ"ชี้ความเสียหายจากาพายุแซนดี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเพียงเล็กน้อย
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ได้ประเมินว่า ซูเปอร์สตอร์ม แซนดี้ สร้างความเสียหายให้กับสหรัฐ เป็นมูลค่ามหาศาล แต่จะส่งผบกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ไอเอชเอส โกลบัล อินไซจ์ ให้ความเห็นว่า พายุแซนดี้ ได้สร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือราว6 แสนล้านบาท และในภาคธุรกิจอีกราว 10,000 - 30,000 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 3 แสน ถึง9 แสนล้านบาท
ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ชี้ว่า ความเสียหายจากพายุจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอีกเล็กน้อย ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่การซ่อมแซมและฟื้นฟูความเสียหาย จะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้อีก ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐ จึงเป็นเพียงระยะสั้น หรือราว 0.6 เปอร์เซ็นต์ ของตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม
อีกทั้ง ธุรกิจค้าปลีก , สายการบิน ต่างได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกเที่ยวบิน ส่วนเจ้าของธุรกิจต่างประเมินความเสียหายจากพายุ บริษัทหลายแห่งประชาชนและนักเดินทางจำนวนมาก ต่างได้รับผลกระทบจากพายุแซนดี้ ที่พัดกระหน่ำรัฐนิวเจอร์ซีย์ ด้วยความแรงลมกว่า 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรง
ด้านนายคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้เตือนประชาชน โดยเฉพาะที่การ์เด้น สเตท ว่า การฟื้นฟูสภาพหลังพายุ อาจต้องใช้เวลา เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่อาจคาดการณ์ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งอิทธิพลของพายุ ได้ทำให้บ้านเรือน 7 ล้านหลังคาเรือน ตกอยู่ในความมืดเป็นอุปสรรคต่อการกลั่นน้ำมันในบริเวณชายฝั่งตะวันออกถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และสร้างความเสียหายให้กับระบบรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ค
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษศาสตร์ ได้คาดการณ์ว่า ตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงจะสูงกว่าเมื่อครั้งพายุเฮอร์ริเคนไอรีน พัดถล่ม เมื่อปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 15,000 ล้านดอลล่าร์ และพายุแซนดี้ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพายุเฮอร์ริเคน 10 ลูก ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ โดยที่พายุเฮอร์ริเคนแคทริน่า เคยสร้างความเสียหายเมื่อปี 2548 เป็นมูลค่า 108,000 ล้านดอลล่าร์และมีผู้เสียชีวิต 1,200 คน
"บริษัทประกัน"อาจต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ระหว่าง 7,000-15,000 ล้านดอลล่าร์
เอไออาร์ เวิร์ลด์ไวด์ บริษัทให้คำปรึกษาและจัดทำโมเดลด้านภัยพิบัติ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองบอสตันของสหรัฐ ได้ประเมินว่า อิทธิพลของซูเปอร์สตอร์ม แซนดี้ ที่พัดกระหน่ำพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ จะทำให้บริษัทประกันต้องสูญเสียเงินชดเชยจำนวนระหว่าง 7,000 - 15,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 210,000 - 450,000 ล้านบาท
เอไออาร์ ระบุว่า ความเสียหายจากพายุแซนดี้ เทียบได้กับพายุเฮอร์ริเคนที่มีกำลังลมแรง เนื่องจากความกว้างของพายุที่ครอบคลุมระยะทางนับพันกิโลเมตร ทั้งยังปะทะกับมวลอากาศเย็นที่เคลื่อนตัวมาจากทางด้านตะวันตก กลายเป็นซูเปอร์สตรอมที่มีกำลังลมมหาศาลในช่วงที่พัดเข้าสู่แผ่นดินสหรัฐ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างมากกว่าพวกเมก้าสตอร์ม
เสียอีก
ทั้งนี้ การประเมินความเสียหายของเอไออาร์ ได้รวมถึงความเสียหายจากลม , คลื่นที่พัดเข้าทำลายบ้านเรือน , ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และทรัพย์สินอื่น ๆ , รถยนต์ ซึ่งการรับผิดชอบของบริษัทประกันได้ครอบคลุมถึงกรณีที่ภาคธุรกิจถูกรบกวนจากการที่บริษัทต้องปิดทำการเพราะพายุด้วย
เอไออาร์ ระบุว่า แม้ว่าพายุแซนดี้ จะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับเฮอร์ริเคนระดับ 3 แต่กลับสร้างความเสียหายเป็นสองเท่าของพายุเฮอร์ริเคนแคทริน่า ที่มีความรุนแรงระดับ 3 และสร้างความเสียหายให้สหรัฐ เมื่อปี 2548
เอไออาร์ ระบุด้วยว่า พายุแซนดี้ ครอบคลุมพื้นที่ 1,530 กิโลเมตร ขณะที่พายุเฮอร์ริเคนทั่วไปจะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 453 กิโลเมตร ทำให้แซนดี้ กลายเป็นเฮอร์ริเคนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ก่อตัวในแอตแลนติก ครอบคลุมพื้นที่ทางเหนืออย่างโตรอนโตของแคนนาดา ไปจนถึงตะวันตกอย่างเกรท เล้ค



