ข่าว

'ผบ.ทบ.'ขู่ฟันทหารร่วมชุมนุมการเมือง

'ผบ.ทบ.'ขู่ฟันทหารร่วมชุมนุมการเมือง

31 ต.ค. 2555

'ประยุทธ์'สั่งห้ามทหารร่วมม็อบ ขู่ไล่ออกทหารร่วมป่วน ยัน'แกนแดง'โยงม็อบเอี่ยว'สุรยุทธ์'ไม่น่าเชื่อถือ เหน็บดีเอสไอไร้จริยธรรมปูดผลสอบ 98 ศพ

                       31 ต.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดงขู่จะนำมวลชนมาชนกับมวลของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามว่า ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศไปแล้วว่าจะทำตามกรอบของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ให้มีการชุมนุมได้โดยปราศจากอาวุธและความรุนแรง ซึ่งตนถือว่าตรงนี้คือกระบวนการประชาธิปไตย ทั้งนี้อยากจะขอให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าดูถ้าใครไม่ทำหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ความรุนแรง ละเมิดกฎหมายก็อย่าไปร่วมมือ ทั้งนี้อำนาจอยู่ที่คนทั้งประเทศเพราะฉะนั้นอะไรจะเกิดได้หรือไม่ได้ก็ขึ้น อยู่กับคนทั้งประเทศ ถ้าใครใช้นอกระบบก็อย่าไปร่วมมือ

                      เมื่อถามว่า นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์  ใยฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามเชื่อมโยงการชุมนุมไปถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีว่าอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเอาไปเชื่อมโยงกันได้อย่างไรต้องไปดูว่า คนที่พูด ได้พูดความจริงสักกี่อย่าง ที่ผ่านมาพูดความจริงไปกี่เรื่อง ซึ่งตนไม่รู้  เพราะตนจะสนใจในสิ่งที่เป็นความจริง ความน่าเชื่อถือ ถ้าพูดสิบครั้งแล้วเป็นเรื่องจริงแค่สามครั้ง หรือพูดสิบครั้งไม่เหมือนกัน คิดว่าเชื่อถือไม่ได้  ที่ผ่านมาสิ่งที่ตนพูดไม่เคยเปลี่ยนแปลงพูดสิบครั้งก็เหมือนเดิมทุกครั้งไม่ เคยพูดเป็นอย่างอื่น ดังนั้นต่อไปการจะเชื่อมั่นใครสักคนเราจะต้องมีการบันทึกเอาไว้ว่าที่ เขาพูดสิบครั้งตรงกันไหม ถ้าพูดสิบครั้งแล้วไม่ตรงกันก็คบไม่ได้และอย่าไปเชื่อถือมากนัก
               
                      เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมห่วงกรณีที่กำลังพลจะใช้สิทธิ์ออกไปชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่กำลังพลจะออกไปร่วมชุมนุมเป็นไปตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ แต่การเป็นทหารต้องมีวินัยควบคู่ไปด้วย ถ้าหากพูดถึงวินัยก็ไม่ให้ไป แต่ถ้าตามรัฐธรรมนูญไปได้ก็ไป แต่ถ้าหากมีเรื่องมาก็ลงโทษเพราะถือว่าผิดวินัย เพราะวินัย ถือเป็นหัวใจของความเป็นทหาร แต่ถ้าทหารทุกคนใช้คำว่า เป็นประชาธิปไตย  ก็แสดงว่าทุกๆคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง เช่น ถ้าให้ไปรบ ผมไม่อยากไปก็ไม่ไป หรือทำงานที่เสี่ยงก็ไม่ไปเพราะอ้างว่า มีประชาธิปไตย ซึ่งคงไม่ใช่ 

                    “ดังนั้นจะต้องมีวินัยทหารขึ้นมากำชับอีกที โทษการผิดวินัยมี 7 ขั้นตามลำดับความรุนแรง แต่ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาถึงขั้นปลดและไล่ออก ถ้าไปและไม่มีเรื่องคงไม่เป็นไร แต่ถ้าไปแล้วมีเรื่อง และสอบสวนว่าไปจริงถือว่าขัดคำสั่ง ซึ่งถ้าแอบไปคงจะไม่โดน แต่ถ้าลูกน้องไปแล้วผู้บังคับบัญชาไม่รู้ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องโดน ถือเป็นการปกครองตามสายการบังคับบัญชา ถ้าไปแล้วเกิดความวุ่นวายไม่ได้ เพราะทหารต้องอยู่ในกรอบระเบียบวินัย และเชื่อฟังตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น เมื่อผบ.ทบ.บอกว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็อย่าไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                      เมื่อถามถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เรียกผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศเข้าไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี 98 ศพในช่วงการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ตนจะไม่พูดเรื่อง 98 ศพอีกแล้ว และเจ้าหน้าที่คนใดที่เอาเรื่องในกระบวนการศาล หรือกระบวนการยุติธรรมออกมาพูดต่อสื่อ หรือสังคมภายนอกตนถือว่าไม่มีจริยธรรม เพราะตนยังไม่พูดแก้ตัวจะถูกหรือผิด เนื่องจากต้องว่ากันได้ ผบ.ทบ.บินเยือน”มะกัน-ญี่ปุ่น”กระชับสัมพันธ์ทหาร ถกการศึกษาเทคโนโลยีอาวุธมะกัน เผยเตรียมซื้อแบล็คฮอล์คเพิ่ม แนะไทยศึกษาแผนรับมือพายุของสหรัฐฯ