
บันทึกกำลังใจโอบเอื้อผู้ต้องขัง
บันทึกกำลังใจ โอบเอื้อผู้ต้องขัง
ในวันที่ 31 ตุลาคม 2555 ครบ 6 ปีเต็มที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำภายใต้ "โครงการกำลังใจ" มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษในแนวคิด “ลำแสงแห่งความหวัง ความกล้า ความยุติธรรม” พร้อมเปิดตัวสมุดไดอารี่ปี พ.ศ. 2556 และนิทรรศการแสดงความคิดจากเสียงเล็กๆ ของผู้ต้องขัง บริเวณโถงชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เมื่อวันก่อน
ดร.กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีในการดำเนินโครงการด้านต่างๆ รู้สึกประทับใจที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงใช้พระอัจฉริยภาพ และความเป็นอัยการมองปัญหาได้กว้างไกลไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม ทรงยืนหยัดที่จะทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้จนทำให้เกิดข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยทุกอย่างเกิดขึ้นได้ด้วยหลักการที่มีพระดำรัสเสมอว่า "เราทุกคนย่อมมีช่วงที่ต้องการกำลังใจ ยิ่งเราให้กำลังใจเขามากเท่าไหร่ เราก็จะได้กลับมาเท่านั้น"
ด้านสมศักดิ์ รังสิโยภาส รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยถึง แผนการขยายการดำเนินโครงการในอนาคตว่า ภายในปี พ.ศ. 2556 กรมราชทัณฑ์มีแผนจะขยายโครงการกำลังใจไปให้ครบ 58 เรือนจำทั่วประเทศ เนื่องจากทางโครงการเริ่มได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการและเอกชนต่างๆ มากขึ้น ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การพยาบาล โดยเฉพาะเรื่องแม่และเด็กติดผู้ต้องขัง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของพระองค์ท่านที่เป็นเหมือนแสงสว่างที่เข้ามาช่วยนำทางผู้ต้องขังหญิงที่อยู่ในโลกมืด และในอนาคตจะขยายการช่วยเหลือไปถึงนักโทษชาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ในเรือนจำอีกด้วย
ปิดท้ายที่ รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ หัวหน้าโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างกำลังใจในสังคมเรือนจำ ที่ออกมาพูดถึงไดอารี่ประจำปี พ.ศ.2556 ว่า เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักโทษหญิง คณะผู้วิจัยเสียงสะท้อนของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำกลางราชบุรี จึงจัดทำไดอารี่ที่รวบรวมความรู้สึกของเหล่านักโทษมาถ่ายทอดเป็นคำพูดสั้นๆ ผ่านลายเส้นการ์ตูนจาก “โอ่ง” กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ศิลปินอิสระ ร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่ก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจำ การใช้ชีวิตในห้องขัง การได้รับความช่วยเหลือจากโครงการกำลังใจ ด้วยการทำกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตในเรือนจำมีชีวิตชีวามากขึ้น ปิดท้ายด้วยการใช้ชีวิตใหม่ที่มีคุณภาพ
“การใช้ชีวิตในเรือนจำที่ว่าลำบากแล้ว การกลับเข้ามาสู่สังคมภายนอกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเหล่านักโทษ อยากให้คนที่อ่านไดอารี่เล่มนี้เห็นถึงเส้นทางของมนุษย์ที่ผิดพลาดกันได้ แต่ก็แก้ตัวใหม่ได้เหมือนกัน การที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจและยอมรับพวกเขาก็เหมือนเป็นการให้กำลังใจเหล่านักโทษผู้รอโอกาสใช้ชีวิตใหม่ที่ดีอีกด้วย” รศ.ดร.นภาภรณ์
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงสินค้าจากนักโทษหญิงในโครงการกำลังใจ ทั้ง ตุ๊กตาถัง รูปภาพจากการพับกระดาษโอริกามิ และกระเป๋าผ้า โดยผู้สนใจสามารถจับจองไดอารี่สวยๆ นี้ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป



