
'เลขาฯครม.'การันตีคุณสมบัติ'วราเทพ'
'เลขาฯครม.'การันตีสอบคุณสมบัติ 'วราเทพ' แล้ว 'เสรี' ยันไม่ขาดคุณสมบัติ หลังจาก 'มาร์ค' ข้องใจได้เป็นรัฐมนตรีทั้งที่โดนรอลงอาญา 'ภท.'หนุนลงชื่อซักฟอกครม.ยิ่งลักษณ์แต่ยังกั๊กมติ
30ต.ค.2555 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้สัมภาาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีผู้จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี จากคดีหวยบนดิน แต่ศาลให้รอลงอาญาไว้ 2 ปีว่า คงไม่มีปัญหา ฝ่ายกฎหมายของสำนักเลขาฯ ครม. ได้ตรวจสอบแล้ว แต่ตนยังไม่ขอแสดงความเห็น พร้อมทั้งได้ตัดสายในทันที
ด้านนายวราเทพกล่าวถึงกรณีนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเรื่องคุณสมบัติว่า ยังไม่เห็นเรื่องนี้แต่ไม่กังวล เพราะไม่ใช่เรื่องที่ไปทำอะไรขึ้นมาใหม่เป็นของเดิม เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้แล้ว ก่อนการเข้าเป็นรัฐมนตรี ขณะเดียวกันเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ตรวจสอบแล้ว ว่าไม่เข้าข่ายต้องห้าม ตนบริสุทธิ์ใจ และรู้ว่าอาจจะมีคนหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็เลยสอบถามเลขาฯครม. ซึ่งทราบว่าเลขาฯครม.ได้ปรึกษากฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าเลขาฯครม.เห็นว่าไม่ถูกต้อง เขาคงไม่กล้าเสนอชื่อตน ก็อยากฝากคนที่สงสัยให้ไปดูในสิ่งที่เขียนไว้ชัดเจนแล้ว ถ้านำทุกเรื่องเข้าสู่ศาลมันก็จะเต็มไปหมด
"ปู"มั่นใจคุณสมบัติ"วราเทพ"ไร้ปัญหา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้ส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ยังไม่มีใครท้วงติงอะไร เมื่อถามว่า ส.ว.และพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในคุณสมบัติของนายวราเทพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า อันนี้ยังไม่ทราบข่าว
"เสรี"ยัน"วราเทพ"ไม่ขาดคุณสมบัติ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 กล่าวว่าไม่น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 174 (5) แม้ว่าจะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยรอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีในคดีหวยบนดินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากในมาตรา 102 (4) กำหนดไว้ว่าการจำคุกหมายถึงศาลจะต้องมีหมายขังให้จำคุกโดยที่บุคคลดังกล่าวต้องอยู่ในเรือนจำจริง การตีความรัฐธรรมนูญควรต้องตีความให้กฎหมายสามารถใช้ได้จริงในทางปฎิบัติ ซึ่งในกรณีนี้ควรพิจารณาควบคู่กันไปทั้งมาตรา 174 (5) และ 102 (4) จะตีความเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ และที่สำคัญนายวราเทพได้พ้นโทษรอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีแล้วด้วย เท่ากับว่านายวราเทพไม่ได้จำคุกตามความหมายของรัฐธรรมนูญ
"มาร์ค"ข้องใจได้เป็นรัฐมนตรีทั้งที่โดนรอลงอาญา
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีประเด็นที่น่าคิดเพราะถ้าดูตามตัวอักษรจะมีปัญหาต้องตีความว่าในกรณีคดีที่มีการรอลงอาญาจะพิจารณาอย่างไร อย่างไรก็ตามหากมีการตีความว่ากรณีการรอลงอาญาไม่เข้าตามเงื่อนไขนี้ก็จะเกิดสถานการณ์ที่แปลกคือถ้าคนที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ถูกตัดสินแบบนายวราเทพ ก็จะพ้นจากตำแหน่งไปก่อน แต่เมื่อพ้นตำแหน่งแล้วก็สามารถตั้งกลับเข้าไปใหม่ได้ทันที ทั้งนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีประชาชนก็คาดหวังว่าจะต้องมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าการเป็น ส.ส. ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไร และต้องตั้งคำถามถึงนายกฯ ว่าได้คำนึงถึงประเด็นเหล่านี้หรือไม่ ดังนั้นนายกฯ ต้องอธิบายว่า มีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องตั้งบุคคลที่ศาลเพิ่งตัดสินลงโทษจำคุก แม้จะมีการรอลงอาญาก็ตาม
“อภิสิทธิ์”เผยเหตุเลื่อนซักฟอก
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถึงสาเหตุที่ฝ่ายค้านเลื่อนวันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเป็นวันที่ 9 พ.ย.แทนจากเดิมที่วางกำหนดการในช่วงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ว่า เป็นเพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องการร่วมอภิปรายด้วย และวิปรัฐบาลกำหนดว่าจะให้เริ่มอภิปรายได้ในวันที่ 25 พ.ย. จึงมองว่าการยื่นญัตติในวันที่ 9 พ.ย. เป็นเรื่องเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตามยืนยันพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว และคงมีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายในเรื่องการทุจริตด้วย ทั้งนี้คิดว่าเวลาในการอภิปรายจะใช้ไม่เกิน 3 วัน เพราะเกรงว่าจะมีการประท้วงทำให้เสียเวลา และลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 4 วัน พร้อมกันนี้ยังเชื่อว่าในวันอภิปรายจะมีกระบวนการดิสเครดิตฝ่ายค้าน เพราะที่ผ่านมา มีกระบวนการเช่นนี้ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการสอบสวนต่าง ๆ
“ภท.”หนุนลงชื่อซักฟอกครม.ยิ่งลักษณ์แต่ยังกั๊กมติ
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รักษาการโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมได้มีการพูดถึงเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ต้องรอกกต.รับรองคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก่อน คาดว่าไม่เกิน 15 พ.ย.นี้ ซึ่งในเบื้องต้นส.ส.พรรคภูมิใจไทยจะร่วมลงชื่อในญัตติของเปิดอภิปปรายไม่ไว้วางใจ แต่ในขั้นการลงมติขอสงวนสิทธิ์ ฟังคำชี้แจงของรัฐมนตรีชี้แจงได้หรือไม่ โดยพรรคจะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติต่อไป
ศาลยันเสื้อแดงปะทะเหลืองที่หนองประจักษ์ผิดทั้งคู่
ที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ศาลอุทธรณ์มีนัดอ่านคำพิพากษา เหตุปะทะกันของสมาชิกชมรมคนรักอุดรกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2551 เดิมศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 จำคุก นางกุหลาบ ยศอ่อน หรือ หงส์ทอง ดาวอุดร อายุ 50 ปี เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา จำคุกสมาชิกชมรมคนรักอุดร (คนเสื้อแดง) 33 คนๆละ 8 เดือน ซึ่งมีเพียง 32 คน ได้ยืนอุทธรณ์และขอประกันตัวสู้คดี และจำคุกนายรัตนชัย ทองสุข อายุ 25 ปี และนางธันยนันท์ จรัสจริวงศ์ อายุ 32 ปี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนเสื้อเหลือง) คนละ 8 เดือน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้ยื่นอุทธรณ์และขอประกันตัวสู้คดี ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาครบ รวมทั้งนายเจริญ ลำเนานาน อายุ 47 ปี และนายแพง ระดาดาษ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาที่ไม่ได้อุทธรณ์ ได้เดินทางมามอบตัวต่อศาล เพื่อรับโทษจำคุก 8 เดือนด้วย
โดยวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา จำคุกนางกุหลาบ ยศอ่อน หรือ หงส์ทอง ดาวอุดร เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ยืนตามศาลชั้นต้น มีความผิดตาม ป.อาญา ม.116(3) , 215 วรรคสาม , 216 , 299 ,358 ประกอบ ม.85 วรรคสอง ชั้นสอบสวนให้การเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษให้ แต่นางกุหลาบฯเป็นนักจัดรายการวิทยุ อาศัยโอกาสในอาชีพที่มีชื่อเสียง การสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และประเทศชาติ โดยส่วนรวมมหาศาล จึงไม่สมควรรอลงอาญา
พิพากษาจำคุกนายประสิทธิ์ วิชัยรัตน์ หรือ ดีเจ.จ.ใจเดียว และ ดร.ณัฐยศ ผาจวง ที่ปรึกษานายก อบจ.อุดรธานี กับพวกสมาชิกชมรมคนรักอุดร 24 คน และสมาชิกกลุ่มพันธมิตร 2 คนๆละ 8 เดือน ปรับ 6,000 บาท มีความผิดตาม ป.อาญา ม.215 วรรคสอง , 216 , 299 ประกอบ ม.83 วรรคสอง ชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์มีเหตุลดโทษให้ ซึ่งทั้งหมดกระทำผิดครั้งแรก จึงเห็นควรให้โทษจำรอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 4,000 บาท แต่เนื่องจากนายประสิทธิ และ ดร.ณัฐยศฯ ได้รับโทษคุมขังไปแล้วในช่วงเหตุก่อความไม่สงบ จึงไม่ต้องรับโทษ และกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องสมาชิกชมรมคนรักอุดร 8 คน หลังจากฟังคำพิพากษา ชมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงต่างโห่ร้องแสดงความยินดี ขณะที่ตัวแทน พ.ต.ท.สุรทิน พิมาณเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนางกุหลาบฯ และเตรียมยื่นฎีกาขอความเป็นธรรมอีกครั้ง ส่วนนายรัตนชัย และนางธันยนันท์ สมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังแสดงเจตนาขอสู้คดีในศาลฎีกาต่อไป เพราะเชื่อว่า พธม.ชุมนุมตามสิทธิ และได้รับอนุญาตให้สถานที่ แต่ถูกคนเสื้อแดงจำนวนมาก บุกเข้าไปทำร้ายในสถานที่ชุมนุม
อัยการสูงสุดชี้ขาดฟ้องอีก36แดงบุกรุกเผาศาลากลางขอนแก่น
ขณะเดียวกันที่ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้พิพากษาได้ออกนั่งพิจารณาคดี พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอดิศัย วิบูลย์เสข กับพวกรวม 3 คนในฐานะจำเลย กรณีเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 โดยวันนี้เป็นการนัดสืบพยานโจทก์ เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ถึง 46 รวม 46 คน ในความผิดฐานก่อการร้าย บุกรุกศาลากลางจังหวัดขอนแก่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกระทำตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1,135/2,164,365
แต่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น จึงได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดชี้ขาด ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 อัยการสูงสุดได้ชี้ขาดเกี่ยวกับคดีนี้ โดยมีคำสั่งให้ฟ้องในความผิดฐานบุกรุกกับจำเลยทั้ง 3 ในคดีนี้เพิ่มเติม และมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาอื่นว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยทั้ง 3 ในความผิดฐานฐานบุกรุก จำนวน 36 คน ความผิดร่วมกันตระเตรียมเพื่อวางเพลิงจำนวน 32 คน ความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป 19 คน
ส่วนความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายและยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนร่วมในการก่อการร้ายนั้น อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ที่ 26 ที่ 28 ที่ 41 ที่ 43 และที่ 46 ทุกข้อกล่าวหา
เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์จะนำมาสืบคดีนี้เป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกันกับผู้ต้องหาอื่นที่จะมีการยื่นฟ้องเพิ่มเติม เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นแล้วจะขอรวมพิจารณาเข้ากับคดีนี้ทั้งหมด จึงนัดพร้อมใหม่ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้
นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความจำเลย กล่าวว่าการเลื่อนนัดคดีออกไปเพื่อรอให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหากลุ่มที่อัยการจังหวัดขอนแก่นสั่งไม่ฟ้องมาดำเนินคดีให้พร้อมกัน เพราะ ณ ขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจริงๆเพียง 3 คน ส่วนอีกกว่า 30 คนนั้นไม่ทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่ใด ส่วนผู้ต้องหาที่อัยการสูงสุดยกฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอนั้นมี 6 คน มีแกนนำคนสำคัญคือนางซาบีน่า ซาห์ และนายสัญญา สิมมา ด้วย
สำหรับผู้ต้องหาที่ออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามจับกุมตามหมาย ภายใน 60 วัน แต่ถ้าหากว่ารายใดที่รู้ตัวแล้วมอบตัวก่อนก็จะเข้าฟังสืบพยานโจทก์พร้อมกันในวันที่ 19 ธันวาคมนี้



