
ผู้ตรวจฯยันเร่งสอบปมประมูล3จี
โฆษกผู้ตรวจฯ ยัน เร่งสอบปมประมูล 3จี โดยเร็วที่สุด คาดแล้วเสร็จก่อน กสทช.รับรองใบอนุญาตการประมูลแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 30 ต.ค. 55 นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน วันนี้ (30 ต.ค) ว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้มีการหยิบยกคำร้องทั้ง 3 คำร้อง ที่ขอให้ผู้ตรวจฯ ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งทางผู้ตรวจฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปพิจารณาในคำร้องทั้ง 3 คำร้องให้ครบถ้วนทุกประเด็น พร้อมให้เร่งรัดในการตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากทางผู้ตรวจฯ ได้ตระหนักถึงเงื่อนของเวลาที่จะรับรองใบอนุญาตการประมูล 3จี อย่างไรก็ตามทางผู้ตรวจฯ ก็จะนำข้อมูลที่กสทช.นำมาชี้แจงนั้น มาพิจารณารวมกันด้วย ทั้งนี้ต้องขอบคุณกสทช.ที่นำข้อมูลมาชี้แจง โดยที่ไม่ต้องเรียกขอข้อมูล อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแล้วเห็นว่ายังต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะขอข้อมูลจากกสทช.เพิ่มเติมได้
"เบื้องต้นเห็นว่าเป็นการร้องในกรณีเดียวกัน และเพื่อความรวดเร็วจึงนำมาพิจารณารวมกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมอีกครั้งเมื่อใด แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมภายในสัปดาห์หน้าก็ได้ ระหว่างนี้หากสำนักงานผู้ตรวจฯได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วเสร็จ ทางผู้ตรวจฯก็สามารถหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาได้ทันที อย่างไรก็ตามคาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะได้ข้อยุติก่อนที่กสทช.จะรับรองใบอนุญาตการประมูล 3จี อย่างแน่นอน"
เมื่อถามว่าการนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกมาระบุว่าจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 8 พ.ย. นั้น นายรักษเกชา กล่าวว่า ถือเป็นการเร่งรัดทางสำนักงานให้รวบรวมเอกสารและตรวจสอบโดยเร็ว แต่เรื่องนี้อาจจะพิจารณาแล้วเสร็จก่อนวันที่ 8 พ.ย.ก็เป็นได้ เนื่องจากนางผาณิต มีภารกิจได้รับเลือกเป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเอเชีย ซึ่งจะต้องเดินทางไปประชุมที่ประเทศนิวซีแลนด์ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีภารกิจ ผู้ตรวจฯก็จะต้องเร่งรัดตรวจสอบโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าหากพิจารณาแล้วพบว่า พบปัญหาตามคำร้อง จะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไรบ้าง นายรักษเกชา กล่าวว่า โดยหลักการหากพบว่าเรื่องดังกล่าวผิดจริง ทางผู้ตรวจฯ ก็จะทำข้อเสนอแนะไปยังกสทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป ซึ่งหากกสทช.ไม่ปฏิบัติ ทางผู้ตรวจฯก็จะส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรับทราบ หรือหากพบว่าการดำเนินการของกสทช.ขัดต่อพ.ร.บ.หรือหลักกฎหมาย ทางผู้ตรวจการฯก็จะมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ นอกจากหากผู้ตรวจฯพบว่าเรื่องดังกล่าวผิดระเบียบ หรือคำสั่งทางปกครอง ทางผู้ตรวจฯจะส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาต่อไป ทั้งนี้หากจะยื่นฟ้องไปยังศาล ผู้ตรวจฯก็คงต้องดูในประเด็นคำร้องให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ว่าประเด็นคำร้องทั้ง3คำร้อง อยู่ในอำนาจและเข้าข่ายที่ ผู้ตรวจฯสามารถจะส่งฟ้องไปยังศาลได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเบื้องผู้ตรวจฯก็จะพิจารณาให้ครบทุกประเด็นอย่างแน่นอน



