
'รัฐบาลปู3'ชี้ชัด'ผู้มีอำนาจตัวจริง'
'รัฐบาลปู3' ชี้ชัด'ผู้มีอำนาจตัวจริง' : สมัชชา หุ่นสาระสำนักข่าวเนชั่นรายงาน
เมื่อช่วงบ่ายๆ วันที่28 ต.ค. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เรื่องประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรีตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายชื่อผู้สมหวังและผิดหวังไม่แตกต่างจากการวิเคราะห์และคาดการณ์ของสื่อหลากสำนักเท่าใด
แต่สิ่งที่ควรพินิจคือการปรับครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ในรอบหนึ่งปีเศษหลังการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดนี้นั้น คล้ายว่ารายชื่อครม.ตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดนี้ยังมิใช่ครม.ชุดสมบูรณ์แบบเลย
เนื่องจากมีการสลับสับเปลี่ยนโควตา"ตัวจริงกับตัวสำรอง"เข้ามาทนแทนที่กันตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองสไตล์ "นายใหญ่แห่งดูไบ"
การตั้งและปรับครม.สองครั้งแรกนั้น คล้ายว่าเป็นการประวิงเวลา และรอดูแนวทางการทำงานว่าใครเหมาะสมหรือไม่ เพราะวันนี้สมาชิกบ้านเลขที่111และคนสายตรงจันทร์ส่องหล้า ยกพลขึ้นบกแทบยกกระบิหลังพ้นโทษแบนห้าปี รวมทั้งคนคุ้นเคยที่ตีจากไปอยู่พรรคอื่นแต่ด้วยสัมพันธภาพอันดีต่อกันจึงได้ กลับมามีบทบาททางการเมืองอีกคำรบหลังว่างเว้นสนามไปห้าปีเศษ
รัฐมนตรีใหม่บางคนบอกว่า "ถึงวาระทีมเอ กลับลงสนามการเมืองเพื่อช่วยงานรัฐบาลได้แล้ว" ขุมกำลังหลักในกระทรวงเกรดเอที่เปลี่ยนหน้าไพ่เกือบหมดนั้น อยู่ในการดูแลของชินวัตรคอนเนกชั่น เช่น มหาดไทย คมนาคม พลังงาน สาธารณสุข ศึกษาธิการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ วิทยาศาสตร์ฯ รองนายกฯที่ดูแลการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง รองนายกฯที่ต้องเดินสายต่างประเทศเเทนนายกฯ รวมทั้งกระทรวงหลักที่มิได้โยกย้าย แต่รัฐมนตรีเหล่านี้ก็เป็นสายตรงของเคนเนดี้เมืองไทย(ยามนี้) เช่นพาณิชย์ คลัง กลาโหม ต่างประเทศ
ต้องยอมรับว่าระบบโควตาส.ส.ตามสูตรการเมืองไทยนั้นใช้ได้บ้างกับการต่อรองตำแหน่งกับพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในพรรคเพื่อไทยนั้นสูตรนี้แทบจะนำมาใช้ไม่ได้เลย
แม้แต่หลักอาวุโสของการเป็น"ผู้แทนราษฎรหลายสมัย"ก็แทบจะไม่สามารถนำมาเป็นเครื่องเจรจาต่อรองกับนายใหญ่และวงศ์วานว่านเครือได้มากนัก (แต่ระบบโควตาส.ส.ต่อตำแหน่งรัฐมนตรียังพอมีพื้นที่ในอัตราร้อยละสิบ โดยสัดส่วนตรงนี้ยังมีอยู่เพื่อเกลี่ยส.ส.ในการดำรงตำแหน่งเสนาบดีตามสัญญา 6 เดือน - 1 ปีโดยเขียนใบลาออกแบบไม่ลงวันที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นการตบรางวัลและมีไว้เพื่อรักษาส.ส.มิให้หนีหาย รวมทั้งยังเป็นรางวัลล่อเหยื่อให้ส.ส.ย้ายจากพรรคอื่นๆมาร่วมงานกับพรรคนายใหญ่)
ระบบนี้เห็นภาพชัดจากรัฐมนตรีใหม่ เช่น "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" "ประเสริฐ จันทรรวงทอง" "ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" "ประชา ประสพดี" ที่เข้ามาแทนอดีตรัฐมนตรีอย่าง "วิทยา บุรณศิริ" "นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์" "ศักดา คงเพชร" "ชูชาติ หาญสวัสดิ์" "ภูมิ สาระผล" โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ล่วงหน้าหรือบางคนพอทราบเค้าลางว่าเร็ววันนี้จะต้องกระเด็นพ้นเก้าอี้"เสนาบดี"
แม้แต่รองนายกฯด้านความมั่นคงที่ดูแลภาคใต้(และประสานลับๆกับชายสูงวัยที่ยังมีบทบาททางการเมือง)อย่าง "บิ๊กอ๊อด" ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ยังต้องถอยไปพัก จนอาจจะเป็นโจทย์ข้อใหม่ว่าใครเหมาะสมที่จะดูแลงานนี้เพราะมีภารกิจใหม่ๆในจังหวัดชายเเดนภาคใต้ตามนโยบายใหม่ที่รัฐบาลคลอดออกมาเพิ่มเยอะไปหมด
ส่วนคนชะตาขาดที่กล้าตำหนิท่านผู้นำผ่านสื่อหลายครั้งและทำงานกับคนอื่นๆอย่างมีปัญหา เช่น "สุชาติ ธาดาธำรงเวช" ก็ต้องร่วงไปตามความเป็นจริง หรือคนที่อยากจะสลับเข้ามาตามเเรงไล่บี้ของนปช.ก็ยังเปลี่ยนตัวไม่ได้ เพราะเกรงความเป็นสายล่อฟ้าที่อาจจะส่งผลกระทบเเบบไม่รู้ตัวต่อครม.ชุดนี้ ทางที่ดีควรกันไว้ดีกว่าเเก้คือชะลอไว้จนสถานการณ์นิ่งเสียก่อน
เพราะอย่าลืมว่าครม.ปูนั้นอาจต้องปรับเพิ่มอีก1-2ครั้งเป็นอย่างน้อยเพราะต้องให้โอกาสคนอื่นๆเข้ามาเเทน ฉะนั้นคนที่อยู่ในตำเเหน่งวันนี้อย่าชะล่าใจไปเชียว เนื่องจากอาจชะตาขาดเเบบไม่รู้ตัวล่วงหน้าก็เป็นได้ เเละยิ่งการปรับครม.เที่ยวหลังๆนั้น จะมีบุคคลระดับ"ดี-เด่น-ดัง"เข้ามาคู่นโยบายขายฝันเพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้ด้วย
แม้แต่การปรับย้ายก็ต้องอาศัยเส้นพอควร เพราะสังคมพอจะมองเห็นว่ารัฐมนตรีเหล่านี้มีผลงานหรือไม่ เช่น "ฐานิสร์ เทียนทอง" ที่ย้ายจากรมช.มหาดไทยไปเป็นรมช.อุตสาหกรรม "วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล" ที่ต้องโยกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯไปดูแลกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รวมทั้ง "เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช" ที่เข้ามาเป็นรมช.ศึกษาธิการ
แม้แต่ "บุญทรง เตริยาภิรมย์" ที่ยังเป็นรมว.พาณิชย์ต่อไปท่ามกลางการโจมตีเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว อาจจะเหมารวม "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกฯและรมว.คลังที่โดนหลายฝ่ายจัดหนักเรื่องนโยบายเศรษฐกิจนั้น ก็ยังครองตำเเหน่งเดิมไว้ได้
ขณะเดียวกันนพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุขที่เข้ามาเเทนนลินี ทวีสินนั้นก็รู้กันดีว่า "เป็นใคร-มาจากไหน-เพราะอะไร" แม้แต่ม้ามืดอย่าง "พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต" ยังโผล่ในกระทรวงหูกวางเเบบไม่มีใครคาดคิด รวมทั้งคนที่มีปัญหาด้านนโยบายการทำงานเช่น "พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก" ก็กลับย้ายไปได้ดิบได้ดีที่มหาดไทย
รายชื่อของบุคคลเหล่านี้คนวงในพรรคเพื่อไทยพูดตรงกันว่า "เส้นไม่ใหญ่จริง อยู่ไม่ได้"
ความใกล้ชิดและแนบแน่น รวมทั้งการรบแบบถวายหัว (แต่มิใช่บ้าบิ่นเสมือนบางคนที่ยามนี้ตีโพยตีพายผ่านสื่อในเครือค่ายว่านักรบโดนหลอกใช้) ต่างหากจะเป็นเครื่องรับประกันว่า ตำแหน่งแห่งหนนั้นจะได้รับการตบรางวัลตามสมควรตามดุลพินิจของเจ้าของพรรคตัวจริง
หากจะเทียบกันก็อธิบายแบบยึดหลักตัวการ-ตัวแทนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ดังนี้ ตัวแทน(รัฐมนตรีที่โดนปรับออก)-ตัวการ(รัฐมนตรีใหม่)จะเห็นภาพชัดๆได้ดังนี้ "วิรุฬ เตชะไพบูลย์ -วราเทพ รัตนากร"(โควตาเจ๊เเดง) "สุชาติ ธาดาธำรงเวช -พงษ์เทพ เทพกาญจนา" (โควตานายใหญ่) "อารักษ์ ชลธาร์นนท์ - พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล" (โควตานายใหญ่) "ภูมิ สาระผล-ศันศนีย์ นาคพงษ์" (โควตาพรรคพลังธรรมเดิมช่วงที่นายใหญ่เทคโอเวอร์พรรคนี้) "นลินี ทวีสิน - นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์"(โควตาเเสนสิริ) "นพ.ชลน่าน ศรีเเก้ว-นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์"(โควตาส.ส.สลับกันทำงาน) "ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร-ศักดา กงเพชร"(โควตาอีสานเเละนายใหญ่สั่งมาเเบบต่างตอบเเทน) "ประชา ประสพดี-ชูชาติ หาญสวัสดิ์"(โควตาภาคกลาง) "วิทยา บุรณศิริ-ประเสริฐ จันทรรวงทอง"(โควตาส.ส.สลับกันทำงาน)
ส่วนบุคคลที่สลับตำแหน่งได้ดีเช่น จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่มาแทน"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" และดัน "ชัชชาติ สิทธิพันธ์" ขึ้นเป็นราชรถ1แทน เเม้เเต่สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลที่ควบรองนายกฯเเละรมว.ต่างประเทศเพิ่ม จนมีข่าวว่าอาจจะเป็นสร.2คนใหม่ด้วยซ้ำ (บุคคลข้างต้นใกล้ชิดนายกฯเเละนายใหญ่) อีกทั้งปลอดประสพ สุรัสวดี(สายตรงนายใหญ่) ที่ย้ายจากรมว.วิทยาศาสตร์ฯมาเป็นรองนายกฯที่ดูเเลกบอ.เเละกยน.ซึ่งมีงบหลายเเสนล้านบาทนั้น
แค่นี้คงพอจะเห็นภาพคร่าวๆเเล้วว่า การเมืองไทยอยู่ในการควบคุมของใครเพราะรายชื่อที่ปรากฏออกมาคนการเมืองรู้ดีทั้งนั้นว่าเป็นคนของใคร
.....................
(หมายเหตุ : 'รัฐบาลปู3' ชี้ชัด'ผู้มีอำนาจตัวจริง' : สมัชชา หุ่นสาระสำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



