
'ประยุทธ์'ย้ำชัดไร้เหตุปฏิวัติ
'ประยุทธ์' วอนม็อบ 'เสธ.อ้าย' ชุมนุมยึดกรอบกฎหมาย ย้ำชัดไร้ปฏิวัติ ปัดวิจารณ์ 'ครม.ปู3' ไม่หวั่น 'ยุทธศักดิ์' ถูกปรับพ้น รมต.ความมั่นคง
29 ต.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการปลุกระดมมวลชนให้มาขับไล่รัฐบาลของพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์กรพิทักษ์สยามว่า ทุกคนมีบทบาทของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ท่านก็ทำหน้าที่ตามประชาธิปไตยของท่าน เพราะทุกคนมีสิทธิ์ ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ก็เคยมีการเดินขบวน ปลุกระดมที่มีมาตลอดเวลา เพราะเป็นกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ทุกรัฐบาลมาถูกต้องตามกฎหมาย อย่ามาแยกแยะว่า อันนั้นถูก อันนี้ผิด ถ้าตราบใดที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลถือว่าถูก แต่ถ้าไม่ถูกก็ต้องไปหากลไกที่ว่า ไม่ถูกมา ตนไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้น ตนยึดถือข้อกฎหมาย วิธีปฏิบัติ ถ้าไม่ยึดถืออย่างนี้ หรือจะซ้ายที ขวาที ก็ไม่ไหว ทหารทำงานไม่ได้
เมื่อถามว่า การชุมนุมของพล.อ.บุญเลิศ พยายามยุให้ทหารปฏิวัติ อยากให้พูดให้ชัดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ยุไม่ขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่พูด ไม่ท้าทายใคร ทุกอย่างมีสาเหตุทั้งสิ้น ถ้าไม่มีสาเหตุก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ลองไปดูทุกอย่าง เช่น สถานการณ์ภาคใต้ ที่ใช้กฎหมายพิเศษ พรก.ฉุกเฉิน เพราะมีผู้ร้ายใช้ยุทธวิธีรุนแรง จึงต้องใช้ยาแรงไปตามลำดับ ถ้าไม่มีสาเหตุเขาอยากจะใช้หรือไม่ ถ้าไม่มีสาเหตุให้ทำก็ทำไม่ได้ หรืออยากจะทำก็ทำไม่ได้ แล้วแต่สถานการณ์ เรื่องนี้แล้วแต่สถานการณ์ เรื่องนี้พอละ ไม่ต้องมาถามตนอีกเลยว่า ตนจะทำหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาทำก็ไม่เห็นมีใครว่า ดี จึงต้องไปใช้วิธีการอื่น ใครก็ตามเห็นว่า ประเทศชาติไม่ดีในขณะนี้ก็ต้องไปหาวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามความชอบธรรมมา ส่วนทหารทำงานอยู่ในกรอบของงาน
“อย่ามาบอกว่า ทหารปล่อยให้ชาติเสียหาย ผมไม่ได้ปล่อยให้ประเทศเสียหาย ถ้าโทษอย่างนั้นต้องโทษคนทั้งประเทศ ถ้าจะช่วยดูแลประเทศชาติ ตอนเลือกตั้งกรุณามาเลือกกันทุกคน ถ้าตัวท่านเองยังไม่เลือกตั้งแล้วอย่ามาโวยวายคนอื่น ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะนี่คือ การใช้อำนาจที่ถูกต้อง อย่ามาถามผมอีกว่า จะปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติ ใครจะมาชวนผมไปไหน เขาไม่ได้มาชวนผมไปซื้อขนมที่ตลาด ดังนั้นอย่ามาชี้นำผม ผมโตขนาดนี้แล้ว มีวุฒิภาวะพอสมควร และกองทัพต้องเชื่อฟังผม ถ้าไม่อย่างนั้นปกครองกองทัพไม่ได้ ประเทศชาติก็วุ่นวายไปกว่านี้ ต้องไปหาวิธีการที่ถูกต้อง ผมไม่ได้เบลมใครหรือว่าใคร และผมไม่ได้เอาตัวรอดด้วย เดี๋ยวจะหาว่า ผมเอาตัวรอด ใบปลิวเขียนกันวุ่นวาย อยากให้ความเป็นธรรมกับผมหน่อย ผมทำงานบกพร่องตรงไหนถึงมาว่า ผม อย่ามาว่า ผมว่า ไม่รักชาติ ไม่รักแผ่นดิน วิธีการรักของผมมีอยู่ ผมไม่ให้ใครมาชี้นำผมได้ ไม่อย่างนั้นผมนำไม่ได้” ผบ.ทบ. กล่าว
'ประยุทธ์' โยน ตร.แจง 'เสื้อแดง' ขยาย รร.นปช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการขยายโรงเรียน นปช.ไปทั่วประเทศไทยว่า ต้องไปถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนทหารจะออกไปทำงานได้ต่อเมื่อการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน หรือมีการตั้ง ศอฉ. ทหารจึงจะออกไปทำตามกฏหมายได้ วันนี้ทหารมีหน้าที่เหมือนประชาชนทุกคนในการเฝ้าระวัง การละเมิดสถาบันในเว็บไซต์ ทหารเฝ้าระวังและหากรู้ว่าอยู่ที่ไหนทหารจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายต่อไป เพราะทหารไม่มีอำนาจตามกฏหมาย นี่เป็นกติกาของบ้านเมือง ตอนนี้เราทำอยู่ขอให้ไปดูตัววิ่งแจ้งข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่ออกทุกวันว่า มีการปิดเว็บไซต์ต่างๆอย่างไร แต่ทางทหารใช้อำนาจของศาลเป็นคนดำเนินการ ทหารไม่มีอำนาจเหนือทหาร
เมื่อถามว่า กองทัพมีอำนาจของ กอ.รมน.อยู่ทำไมจึงดำเนินการเรื่องนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อการบูรณาการในการแก้ปัญหา เพราะไม่มีช่องทางในการประสานงาน และจะทำให้ต่างคนต่างทำตามจึงต้องมีหน่วยงนเรื่องความมั่นคงขึ้นมา แล้วจะมีตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ และทหาร ตำรวจ และพลเรือน ให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงาน โดยมีอำนาจในการบูรณาการ เราจะทำตามใจตัวเองไม่ได้
'ผบ.ทบ.' ไม่หวั่น 'ยุทธศักดิ์' ถูกปรับพ้น รมต.ความมั่นคง
ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยปรับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงออกจากตำแหน่งว่า การทำงานของเราทำงานด้วยความเป็นระบบ ไม่อยากให้ยึดถือตัวบุคคล ความผูกพัน ความเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา ความเป็นทหารทำให้ทุกอย่างผสมกลมกลืนไปได้ แต่ทั้งหมดคือ ระบบ ความเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่า จะเปลี่ยนใคร หรือใครจะมาเป็น ทหารต้องทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุด คงไม่ตอบว่า ชอบหรือไม่ ใช่หรือไม่ใช่ ได้หรือไม่ได้นั้น ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องทำ สิ่งสำคัญที่ตนสอนผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ คือ เราเลือกผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่เราเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างไปได้ด้วยดี
เมื่อถามว่า ถ้าให้นายกรัฐมนตรีมาคุมปัญหาภาคใต้เองจะทำให้สถานการณ์รวมเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครก็ได้ เพราะเราสร้างกลไก ระบบไว้อยู่แล้ว สิ่งที่ตนต้องการคือ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า ต่อไปในอนาคตภาคใต้จะอยู่อย่างสันติสุขยั่งยืนอย่างไร สิ่งที่เรามองคือ ความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ต้องเข้มแข็งทุกด้าน มีส่วนร่วมในการดูแลบ้านเมือง วันนี้เราแก้ปัญหาด้วยกลไกพิเศษ คือ กอ.รมน. และศอ.บต.ซึ่งทั้งสองอย่างมีความเกื้อกูลต่อกัน ถ้าตราบใดไม่ประสานสอดคล้อง และทำความเข้าใจกัน 100 % ก็ยังคงมีปัญหาให้ทำอยู่ ไม่ได้หมายความ วันนี้ไม่ดี เพราะวันนี้ก้าวหน้ามาเรื่อยๆ
“วันนี้ความรุนแรงเกิดขึ้นโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ทำร้ายทั้งคนไทยพุทธ และไทยมุสลิม ไม่ว่า จะมีความมุ่งหมายอะไรก็ตาม ประชาชนฝากชีวิตไว้กับคนพวกนี้ไม่ได้ ต้องสมควรประณามคนพวกนี้ว่า ไม่ใช่คนที่นับถือศาสนาใดในโลกนี้ เพราะศาสนาเขาไม่สอนให้ฆ่าคน และไม่ควรเอาชีวิตคนมาต่อรอง ถ้ายังกลัวคนพวกนี้ก็จะแก้ไขปัญหาไม่ได้ สิ่งที่เราต้องการคือ การข่าวที่ชัดเจนขึ้นในภาพที่ลึกขึ้น อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้จะต้องมีการเพิ่มคน เครื่องมือ และเทคโนโลยี ซึ่ง 2-3 ปีนี้จะต้องมีการเสริมไปในพื้นที่ ขอให้เอาภาคใต้ให้จบก่อนจะรบภาคอื่น เพราะวันนี้ใต้ยังรบไม่จบ เดี๋ยวรบกันในเมืองอีก ปีหน้ารบชายแดนอีก แล้วประเทศไทยจะสุขกันเมื่อไร” ผบ.ทบ. กล่าว
เมื่อถามต่อว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนพล.อ.ยุทธศักดิ์จะต้องมีความรู้ด้านงานความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานด้านความมั่นคงไม่ยาก เพราะมีผมอยู่แล้ว ทหารยังอยู่และผมก็ยังอยู่ ใครมาก็ต้องพูดคุยกัน มันไม่ยาก มันต้องใจถึงใจให้กัน ส่วนใครจะเป็นก็ได้ ซึ่งเรื่องการแต่งตั้งใครขึ้นมาดำรงตำแหน่งต้องไปถามนายกฯหรือรัฐบาล เพราะในส่วนของตนเป็นแค่ผู้ปฏิบัติ
ชวนปชช.แต่งเพลงรักชาติ ปลุกคนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดโครงการการประกวดแต่งบทเพลงรักชาติและบทเพลงที่ให้กำลังใจทหารว่า ขณะนี้บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงด้านความมั่นคง จึงต้องมาดูว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเข้มแข็งมั่นคง ประเทศใดก็ตามที่ประชาชนไม่เข้มแข้ง ประเทศนั้นก็อยู่ไม่ได้ จึงต้องร่วมความเป็นหนึ่งเดียวกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ประชาชน ทำงานให้สอดประสานเพื่อดูแลช่องที่ยังว่างอยู่ นอกจากนี้คนไทยต้องรู้จักประวัติศาสตร์ ความสำคัญของสถาบันกษัตริย์ ถ้าไม่รู้ก็รักประเทศชาติไม่ถูกต้องและถูกทาง ไม่มีใครอยากเห็นประเทศชาติถอยหลังไม่มั่นคง ประเทศไทยดีทุกอย่าง แต่สิ่งที่มีปัญหาคือคนไทยที่ไม่รักสามัคคี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการประกวดแต่งบทเพลงรักชาตินั้น อยากให้นึกถึงเยาวชนที่เติมโตมาอีกแบบหนึ่ง ท่ามกลางความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ทำให้ความคิดกว้างไกล ต้องดูว่าทำอย่างไรให้รวมหัวใจคนไทยเป็นหนึ่งเดียวและมุ่งไปสู้ จุดุมุ่งหมายสุดท้ายคือ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งพาประเทศชาติให้หลุดพ้นวิกฤติอย่างไร เพลงทุกเพลงอยากให้มีความทันสมัย ฟังแล้วติดหู ร้องได้ ติดตา ติดปาก โดยยึดหลัก คือ เพลงแรกแต่งให้ทหารรู้สึกว่า เขาต้องเสียสละ รับผิดชอบงานในหน้าที่ ภาคภูมิใจในเกียรติยศและศักดิ์ศรี เพลงที่ 2 แต่งให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศชาติ อยากมีส่วนร่วมในการทำให้ประเทศชาติปลอดภัย เพลงที่3 แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากครอบครัวถึงทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ และเพลงสุดท้ายแต่งให้กรรมการพอใจ ถือเป็นรางวัลพิเศษ อยากเชิญชวนทุกคนร่วมส่งเพลงเข้าประกวด โดยสามารถส่งผลงานมาได้ที่กองทัพบก เพราะถือเป็นการเริ่มต้นการปลูกฝังต้นไม้แห่งความจงรักภักดี ต้นไม้ความสามัคคีให้กับคนไทยทุกคน



