
รวบ!2แก๊งต่างชาติตุ๋นเงินดำ-ลักทรัพย์
ตม.รวบ 2 แก๊งต่างชาติ ตุ๋นเงินดำ ทำเหยื่อสูญ 5 ล. ขณะที่อีกแก๊งตระเวนลักทรัพย์ 11 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 ต.ค. 55 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม. พร้อมชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.สส.สตม. และชุดปฏิบัติการ บก.สส.บช.น. แถลงผลการจับกุม 2 คดี ประกอบด้วย คดีแรกแก๊งเงินดำ ได้ผู้ต้องหาสัญชาติไลบีเรีย 8 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท พร้อมของกลางเงินสดที่สามารถยึดคืนมาได้ประมาณ 56,000 บาท รถยนต์ 1 คัน และธนบัตรเงินดำ จำนวน 2 กระเป๋า โดยสามารถจับกุมได้ย่านแหล่งท่องเที่ยวใน กทม. และพัทยา
พล.ต.ท.ภาณุ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียผู้เสียหายร้องทุกข์กับ กก.1 บก.สส.สตม.ว่า มีกลุ่มชายชาวแอฟริกันหลอกลวงว่า มีเงินดอลลาร์สหรัฐมูลค่าประมาณ 10 ล้านเหรียญ (หรือเงินดำ) มาชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อน้ำยาเคมีสำหรับล้างสารเคมีสีดำที่เคลือบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐแล้วจะให้ส่วนแบ่ง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงสูญเงินไปกว่า 5 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมได้เมื่อวันที่ 25-26 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายกลุ่มนี้เคยหลอกลวงเหยื่อมาแล้วหลายครั้ง โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะเลือกเหยื่อในย่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ย่านสุขุมวิท ซอยนานา ซอยคาวบอย เบื้องต้นได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ส่วนคดีฉ้อโกงอยู่ระหว่างรอให้ผู้เสียหายเข้าพบ เพื่อมอบคดีให้พนักงานสอบสวนต่อไป
สำหรับคดีที่สองเป็นแก๊งอเมริกาใต้ตระเวนลักทรัพย์ โดย พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลร่วมกับ บก.สส.บช.น. สืบเนื่องจากการจับกุมแก๊งอเมริกาใต้ตระเวนลักทรัพย์ จำนวน 11 คดี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาได้สืบสวนขยายผลกระทั่งวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมแก๊งอเมริกาใต้ได้อีก 4 คน สัญชาติโคลัมเบีย พร้อมของกลางหลายรายการ เช่น หนังสือเดินทางปลอมของประเทศสเปน จำนวน 4 เล่ม นาฬิกาข้อมือ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก สร้อยคอ พระเลี่ยมทอง แหวน ฯลฯ โดยจับกุมได้ขณะตระเวนหาเป้าหมายก่อเหตุภายในซอยรามอินทรา 117 แยก 10 แขวงบางชัน เขตมีนบุรี
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้เข้ามาประเทศไทยเพื่อตระเวนลักทรัพย์มานานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เลือกลงมือจะเป็นย่านชานเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา มีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเข้าขอตรวจดูทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้จำนวนมาก และมีผู้เสียหายมายืนยันแล้ว 6 ราย ในพื้นที่ สน.ธรรมศาลา สน.ทุ่งสองห้อง สน.นิมิตรใหม่ และสน.บางชัน และผลการตรวจลายนิ้วมือพบว่า 1 ใน 11 คนมีลายนิ้วมือตรงกับนิ้วมือแฝงคดีลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 52 ในพื้นที่ซอยติวานนท์ 41 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงานกับตำรวจท้องที่้ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป



