
สิ้นแล้ว!'ดร.สาทิส'ผู้ก่อตั้งชมรมชีวจิต
สิ้นแล้ว!'ดร.สาทิส อินทรกำแหง' ผู้ก่อตั้งชมรมชีวจิต และเจ้าของงานเขียนชื่อดัง เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 86 ปี
29 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สาทิส อินทรกำแหง ผู้ก่อตั้งชมรมชีวจิต และเจ้าของงานเขียนชื่อดัง เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 86 ปี
นางสาวเอื้อมพร แสงสุวรรณ บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต กล่าวว่า ดร.สาทิส เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 86 ปี ด้วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน หลังจากประสบอุบัติเหตุล้ม และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางประกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 12.26 น. ว่า ดร.สาทิสถือเป็นอัจฉริยะ ซึ่งทำให้ประเทศไทยรู้จักการรักษาโดยใช้แนวทางชีวจิตในการดูแลตนเอง ที่เป็นการช่วยผู้ป่วยอย่างมาก โดยเป็นการใช้อาหารเพื่อบำบัด ซึ่งจากการที่ได้ทำงานร่วมกับ ดร.สาทิส ในฐานะบรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต 7 ปีที่ผ่านมา เห็นว่าท่านเป็นบุคคลที่ทุ่มเทเพื่อคนอื่นอย่างมาก ในกรณีของคนที่ทำงานด้วยจะรู้สึกได้ว่า ท่านเหมือนเป็นคุณพ่อ เป็นคุณปู่ ที่ค่อยแนะนำ ให้ความรู้และคำปรึกษาตลอด นอกจากนี้ยังได้นำประสบการที่เคยทำงานในระดับอินเตอร์ ในองค์การสหประชาชาติมาใช้ เรียกว่าเป็นผู้ที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ ทั้งนี้แนวทางการรักษาที่นำมาเผยแพร่ ถือเป็นความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ใช้ได้ สร้างความหวังให้กับผู้ป่วยที่ไม่มีทางรักษา และให้กลับมาดูแลตนเอง
นางสาวเอื้อมพร กล่าวว่า ดร.สาทิศ ในช่วงที่ท่านอยู่ที่สหรัฐอเมริกเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูกมาก่อน โดยอาการป่วยอยู่ในช่วงระยะที่ 3 แต่จากการที่ท่านได้ใช้แนวทางชีวิจิตเพื่อหันกลับมาดูแลสุขภาพตนเอง ปรากฎว่าทำให้ท่านหายป่วยจากโรคมะเร็งดังกล่าว ซึ่งภายหลังจากที่ท่านได้เกษียณจึงได้กลับมายังประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และได้นำแนวทางชีวจิตเข้ามาเผยแพร่ ทั้งนี้ท่านจบแพทย์ในด้านสาขาการรักษาโรคด้วยอาหาร ทั้งยังเคยทำงานที่โรงพยาบาลในเซียะเหมิน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้มีการสะสมความรู้ จนสามารถนำมารักษาโรคได้
“การใช้แนวทางชีวจิต ไม่เพียงแต่ทำให้หายป่วยจากโรคมะเร็งเท่านั้น แต่แนวทางดังกล่าวยังทำให้ท่านมีชีวิตที่ยืนยาว ซึ่งท่านได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้มาเผยแพร่เพื่อช่วยผู้ป่วย ในการปรับเรื่องอาหารการกิน ส่งผลให้แนวทางชีวจิตเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและมีชื่อเสียงและมีผู้ปฏิบัติตามเป็นจำนวนมาก” บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต กล่าวและว่า ก่อนหน้านี้เราไม่เคยรู้จักข้าวกล้อง ไม่รู้จักน้ำตาลทรายแดง ไม่รู้จักแป้งไม่ขัดขาว หรือรู้จักแต่ก็ไม่สนใจ แต่หลังจากที่ ดร.สาทิส นำความรู้ที่มีมาเผยแพร่ ทำให้คนไทยหันมาสนใจและตระหนักในการเลือกบริโภคมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาในภายหลัง นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้จักโรคที่ไม่มีเชื้อโรค แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ อย่างเช่น โรงมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น รวมไปถึงพฤติกรรมไม่ออกกำลังกาย การสะสมความเครียด ที่ล้วนแต่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพครั้งสิ้น
นางสาวเอื้อมพร กล่าวว่า ทั้งนี้แนวทางการรักษาของ ดร.สาทิส ที่ผ่านมา ไม่ได้มองแต่เรื่องสุขภาพกายเท่านั้น แต่มองถึงสุขภาพจิต รวมไปถึงการสร้างสุขภาวะทางสังคม ที่ต้องเดินไปด้วยกัน และใช้ธรรมชาติเข้าบำบัด ที่ผ่านมามีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ ที่เข้ารักษากับ ดร.สาทิส จำนวนมาก และมีจำนวนมากที่หายป่วย ส่งผลให้แนวทางชีวจิตเป็นที่รู้จักและแพร่หลาย และผู้ที่เข้ารักษาต่างมีความสุขมากขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินชีวิตตามแนวทางชีวจิต ดร.สาทิส ได้มอบบัญญัติ 5 ประการ ที่เป็นหลักการของใช้ชีวิตแนวชีวจิต คือ 1.ชีวิตที่ยึดความป็นธรรมชาติเป็นหลัก 2.การใช้ชีวิตที่เป็นไปมีความพอดีและเรียบง่าย 3.ชีวิตที่เป็นไปเพื่อความเป็นเลิศของสุขภาพและกายใจ 4.ชีวิตที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกันอย่างพี่น้อง และ 5.ชีวิตที่ดำเนินไปเพื่อสร้างสังคมที่ดีงาม สังคมที่ยุติธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบต่อกัน
“หลังจากนี้ต่อไป แม้ ดร.สาทิสจะเสียชีวิตลงแล้ว แนวทางชีวจิตยังคงอยู่ เพราะได้มีการพิสูจน์แล้ว และคงมีการสานต่อ ซึ่งภายหลังจากที่มีการทำนิตยสารชีวจิตมาเป็นเวลา 15 ปี ต่อมาได้มีการเปิดศูนย์ชีวจิตโฮมคลินิก และยังมีสถานที่ซึ่งเปิดรักษาผู้ป่วยมะเร็งโดยใช้แนวทางชีวจิตนี้ ที่โรงพยาบาลบางกอก 9” บรรณาธิการบริหารนิตสารชีวจิต กล่าวและว่า สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลจะมีขึ้นที่ศาลาใหญ่ วัดสระเกศถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 14:00 น.
สำหรับ ดร.สาทิส เป็นนักเขียน และบรรณาธิการหนังสือ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชีวจิต ผู้นำการแพทย์แบบผสมผสาน (Integrated และ Alternative Medicine) และการรักษาสุขภาพในแนวธรรมชาติ มาแนะนำใช้ในประเทศไทย ได้รับการเชิดชูเกียรติ รางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2549
ทั้งนี้ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2469 ที่อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของพันเอก พระศรีพิชัยบริบูรณ์ (เหมือน อินทรกำแหง) อดีตเจ้ากรมมณฑลทหารบกที่ 3 และคุณแม่เชย อินทรกำแหง ข้าหลวงในราชสำนัก สมรสกับนางฉินโฉม ภรรยาชาวสิงคโปร์ มีบุตร-ธิดา 2 คน คือ ปิยะและภาสินี
หลังจากบิดาเกษียณอายุราชการ ได้อพยพครอบครัวกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดนครราชสีมา ที่กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทำหน้าที่เป็นลูกมือของบิดาซึ่งมีความรู้ด้านยาแผนโบราณ ด้วยการเข้าป่าเก็บพืชสมุนไพรแล้วนำมาเคี่ยว บด และปั้นยา ควบคู่กับการเป็นลูกมือของมารดาซึ่งมีความรู้เรื่องยาพื้นบ้านและการนวดแผนไทย ซึ่งนอกจากเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยไข้ของสมาชิกในครอบครัวแล้ว ยังเพื่อสาธารณกุศลแก่พระสงฆ์ที่อาพาธและชาวบ้านในละแวกเดียวกันที่เจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
อย่างไรก็ตาม ดร.สาทิส มีผลงานเขียนที่สร้างชื่อเสียงจำนวนมาก อาทิ ชีวจิต การใช้ชีวิตอย่างเข้าใจธรรมชาติ, ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 70, มะเร็งแห่งชีวิต และ กูแน่



