
'นายกฯ'ปัดปรับครม.หนีซักฟอก
'ยิ่งลักษณ์' ถกกองทุนสตรี ระบุ 'ครม.ชุดใหม่' อยู่ระหว่างขั้นตอนการเข้าฯถวายสัตย์ ด้าน 'เฉลิม' เชื่อ 'ตู่' พลาดเก้าอี้ รมต. ไร้ปัญหา
29 ต.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนำคณะรัฐมนตรี (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3) เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการถวายเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน ต้องรอการประสานงานจากสำนักราชเลขาก่อน ซึ่งในวันที่ 30 ต.ค. จะยังไม่มีการประชุม ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่าครม.ชุดใหม่นี้ได้กำชับเรื่องการทำงานอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "แน่นอนค่ะ อย่างแรกคืองานทุกอย่างต้องต่อเนื่อง ไม่ได้มองว่าการปรับเปลี่ยนตัวครม.แล้วงานจะไม่ต่อเนื่อง ก็เรียนยืนยันว่างานทุกอย่างต้องต่อเนื่อง และในส่วนของหน่วยงานต่างๆเราก็มีการเชื่อมต่อไว้แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าทุกนโยบาย ที่แต่ละชุดครม. ที่ได้ดำเนินการไปนั้นเราได้ทำงานสานต่อ โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลที่มีการแถลงไว้ต่อรัฐสภา"
เมื่อถามว่ามีการแบ่งงานในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ควรรอการถวายสัตย์ฯ เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการนำเรื่องของการแบ่งงานนั้นเข้าสู่ครม.เพื่ออนุมัติก่อน เมื่อถามว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เดี๋ยวแจ้งค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่รับผิดชอบเดิมอยู่แล้ว ทุกอย่างนั้นเป็นงานที่หน่วยงานทุกหน่วยงานทราบอยู่แล้ว ตรงนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา"
ต่อข้อถามว่า รัฐมนตรีคนเก่าที่พ้นเก้าอี้ไปนั้นมีการปลอบขวัญกันอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "อย่างไรก็ต้องเชิญท่านมาช่วยงานอยู่แล้ว ทุกอย่างก็ต้องเรียนว่าผู้ที่มีประสบการณ์นั้นเราเองก็มีในส่วนของการมอบหมายให้มาช่วยอยู่แล้ว"
เมื่อถามว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกตัวปฏิเสธไม่รับงานดูแลปัญหาภาคใต้แล้ว ได้มีการมองคนอื่นไว้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เดี๋ยวชี้แจงให้นะคะเรื่องของภาคใต้ เพราะว่าจริงๆแล้วต้องเรียนว่ามีรายละเอียด อย่างไรก็ขออนุญาตรอผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วจะชี้แจงให้ทราบ
อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดก็ยังคงเดินหน้าอยู่ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป” ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้มาดำรงตำแหน่งรมช.พาณิชย์ เพื่อต้องการให้เป็นผู้ชี้แจงเรื่องของนโยบายจำนำข้าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่ เพราะว่าจริงๆแล้วนายณัฐวุฒิเองก็มีประสบการในด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็น่าจะมาช่วยเสริมในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ เรามองแบบนั้นมากกว่า ส่วนเรื่องการชี้แจงนั้นนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ก็ต้องเป็นผู้ชี้แจงอยู่แล้ว"
เมื่อถามว่า วันนี้มีแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการแต่งตั้งครม.ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะดูแลความเคลื่อนไหวในพรรคอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าข้อคิดเห็นต่างๆนั้นเราก็คุยกันในพรรคได้และก็เชื่อว่าสมาชิกทุกคนก็จะเข้าใจ เนื่องจากทุกอย่างต้องเรียนว่ามีผู้ที่มีความสามารถหลายคน และก็การทำงานนั้นทุกคนก็มีเจตนาในการช่วยเหลือประเทศ ดูแลประชาชน จริงๆแล้วไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเราก็ต้องช่วยกัน เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าการปรับครม.ใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการปรับเพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่เน้นเรื่องงานเป็นหลัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูหน้าตาของครม.ส่วนใหญ่ก็จะมีประสบการณ์ หรือว่ามีเนื้องานที่เกี่ยวข้องอันนี้เรามองในเรื่องของงานเป็นหลัก ไม่ได้มองในเรื่องของการตอบแทน ก็เชื่อว่าจะได้เห็นว่าผู้ที่เราเสนอเข้ามานั้นเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความเหมาะสม
เมื่อถามว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีความไม่พอใจกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเคยมีการคาดหวังว่าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เรียนว่าจริงๆแล้วนายจตุพร เป็นผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชนมาเยอะและเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ อย่างไรก็เชื่อว่านายจตุพร ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ยังคงทำภารกิจเดิมในการดูแลประชาชน ส่วนในการมอบหมายงานดูแลงานต่างๆก็เชื่อว่านายจตุพร ก็ยังคงจะช่วยกันในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอยู่ เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจ้องที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องการทุจริต จะมีการกำชับรัฐมนตรีชุดใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "แน่นอนค่ะ เรื่องปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องย้ำอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรีชุดไหน เราย้ำกันตลอดเวลาอยู่แล้ว"
'นายกฯ' ยันไม่หนีอภิปรายฯ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษณ์สยาม และภาคีเครือข่าย ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่่28ต.ค.ที่ผ่านมา เเละอาจกลับมาชุมนุมใหม่เพื่อขับไล่รัฐบาลว่า "เรียนว่าทั้งหมดถ้าการทำงานทั้งหมดเรียกร้องโดยที่เป็นประชาธิปไตย และโดยสงบก็เป็นสิทธิที่พึงกระทำได้แต่ก็ขออยากให้ใช้กลไกในระบอบของรัฐสภา ในการที่จะชี้แจงพูดคุยกันในเรื่องของการตรวจสอบรัฐบาล"
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเตรียมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีมีความพร้อมชี้แจงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ชี้แจงค่ะ ไม่หนีหรอกนะคะ” เมื่อถามต่อว่า จะเป็นการทำให้เสียสมาธิในการนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่บริหารประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่หรอกค่ะ ทุกอย่างก็ทำงานเหมือนเดิม ดิฉันเองก็มีความมุ่งมั่นในการที่จะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนเราก็ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ก็อยากขอเชิญชวนทุกอย่างให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยและก็ใช้กลไกของรัฐสภา”
'เฉลิม'เชื่อ'ตู่'ชวดเก้าอี้ รมต.ไร้ปัญหา
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า ส่วนตัวพอใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมทำงาน ส่วนกระแสข่าวที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจที่ไม่มีชื่อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ความจริงแล้วก็เป็นพวกเดียวกันทำความเข้าใจกันได้ นายจตุพรก็เป็นคนมีจิตใจนักเลงเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมา ไม่ได้เป็นคนแสวงหาตำแหน่ง ตนกับนายจตุพรก็รู้จักกันมานาน ชอบพอกันอยู่ และคงไม่มีแรงกระเพื่อมอะไร เชื่อว่าทำความเข้าใจกันได้ พี่ๆน้องๆกันทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิมปฏิเสธที่จะออกความเห็นกรณีที่ ส.ส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคเพื่อไทยบางคนไม่พอใจ ที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะเห็นว่าเป็นการข้ามอาวุโส
ผู้สื่อข่าวถามถึงการแบ่งงานของรองนายกฯที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตำแหน่ง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ ตนแสดงความเห็นไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีการเรียกหารือก่อน ทำงานมา 1 ปี 2 เดือน นายกฯเคยโทรหาตนแค่ 3 ครั้ง ส่วนตนก็ไม่เคยโทรหาเลย ส่วนข่าวที่ว่าตนจะได้ดูแลงานด้านความมั่นคงของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกฯนั้น ยังไม่ทราบ แต่ก็พอใจในงานปัจจุบัน ที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม ส่วนงานอื่นๆรอให้นายกฯมอบหมายอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับมอบหมายให้ดูแลงานความมั่นคง และแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้จริงๆ จะมีศักยภาพในการทำงานหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่มีศักยภาพ ภาวนาไปเถอะ”
เมื่อถามต่อว่า มองว่ารองนายกฯคนไหนที่สามารถดูแลงานในส่วนนี้ได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทำได้ทุกคน ยกเว้นตน อย่าง นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ก็ทำได้ ทั้งนี้ยังไม่มีโอกาสได้พบหรือได้รับการฝากฝังงานจาก พล.อ.ยุทธศักดิ์
ทั้งนี้เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะโจมตีว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่กล้าลงพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับมอบหมาย ฝ่ายค้านก็ด่าตนอยู่แล้วเป็นธรรมดา ที่ผ่านมาก็มักว่าตนลุแก่อำนาจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าตนทำอะไรที่ไม่ถูกกฎหมาย ส่วนจะลงภาคใต้เมื่อไรนั้น ยังกำหนดไม่ได้ เพราะยังไม่มีภารกิจ ขอให้ใจเย็นๆ ตนไปอยู่ภาคใต้ตั้งแต่พวกที่ว่าตน ยังนุ่งกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบอยู่เลย ตอนนี้นักการเมืองภาคใต้บางกลุ่มเหมือนผีโดนใบหนาด เพราะตำรวจบี้หนัก ทั้งน้ำมันเถื่อน หวยเถื่อน ของหนีภาษี เป็นอย่างนี้แล้วใครจะรักตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังการปรับ ครม.จะส่งผลให้การรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ของฝ่ายค้านง่ายขึ้นหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ที่มาบอกว่าปรับ ครม.หนีการอภิปรายก็ไม่เป็นความจริง เพราะอย่างจะอภิปรายโครงการจำนำข้าว กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้เปลี่ยนรัฐมนตรี หรือที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย จะอภิปรายตนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปไหนเหมือนกัน การกล่าวหาเรื่องทุจริตของฝ่ายค้านนั้นเป็นเพียงนามธรรม เพราะจะยื่นญัตติถอดถอนต้องมีหลักฐานอ้างอิง หาไม่แล้วก็เข้าข่ายยื่นความเท็จ อาจจะเป็นคดีความกันอีก
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนย้ำเสมอว่าหากพบทุจริตจำนำข้าวให้แจ้งเข้ามา จะดำเนินคดีให้ ตอนนี้ก็ให้ทางตำรวจไล่ค้นโกดังที่เหลืออีก 200 กว่าโกดัง หากพบว่ามีสูญหายอีกก็ให้จับ เหมือนกับที่ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งพบการกระทำผิด 203 ล้านบาท ส่วนที่อื่นยังไม่พบ นอกจากนี้กรณีที่กล่าวหาว่ามีการปลอมใบประทวน ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ยืนยันว่ามีขั้นตอนในการควบคุมอยู่ หรือที่มีนักวิชาการบอกว่าโครงการนี้ได้กันแต่หัวคะแนนพรรคเพื่อไทย ก็ต้องทำความเข้าใจว่าใครมีข้าวได้ร่วมโครงการทุกคน ถ้าหัวคะแนนทำนาก็มีสิทธิ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะพวกพ่อค้าส่งออกขาดรายได้เท่านั้น โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าวที่ทำให้ชาวนารวย ประชาชนพอใจ ฝ่ายค้านจึงกลัวว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะแพ้อีก จึงออกมาโจมตีกัน
'เฉลิม' สั่่ง ตร.ถอดเทป 'ม็อบพิทักษ์สยาม'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่มีการมองว่ารัฐบาลประเมิน ตัวเลขผู้ชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามผิดพลาดว่า ไม่ถือว่าประเมินพลาด เพราะตัวเลขผู้สนับสนุนองค์การพิทักษ์สยาม อย่างมากไม่เกิน 2,000 คน แต่มีเจ้าของบ่อนบางซื่อนำมาคนมาเติมอีกราว 2,000 คน และบรรดาผู้หญิงที่หน้าเวทีก็เป็นแฟนคลับ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เดิมว่าจะไม่มา แต่ก็เข้ามาร่วมด้วย ทางเจ้าหน้าที่ก็ประเมินตามข้อมูลที่มี มากน้อยไม่เป็นไร 50,000 ก็ได้ 100,000 คนก็ดี แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ส่วนที่ว่าจะมาอีกครั้ง คงไม่มาเพราะ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อาจจะป่วยซะก่อน เห็นเมื่อวานยืนปราศรัยก็มีไอแค่กๆเป็นระยะ แล้วตอนแรกว่าจะมีบันได 5 ขั้นล้มรัฐบาล หลังๆบอกเหลือ 2ขั้น แสดงว่าขึ้นขั้นที่ 3 ไม่ไหว
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ทั้งนี้ไม่ได้มีการประเมินผู้ชุมนุมต่ำเกินไป แต่เป็นการดูตามพื้นฐานความเป็นจริง ที่สำคัญเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวไม่มี หากทำอย่างนี้ได้ต่อไปก็ต้องเอารัฐบาลใส่โหลจับ หยิบพวกตัวเองมาเป็น พอพรรคเพื่อไทยเลือกตั้งชนะ ไม่ถูกใจก็มาไล่ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง แต่การชุมนุมโดยสงบถือว่าไม่มีความผิด ยืนยันว่ายุคตนไม่มีการใช้ความรุนแรงแน่นอน แต่ในการชุมนุมมีเนื้อหาการปราศรัยบนเวทีบางส่วนที่เข้าข่ายจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งได้ให้ทางตำรวจถอดเทปอยู่ในตอนนี้ หากพบความผิดต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า กล่าวว่า เรื่องพวกนี้เป็นบทเรียนในอดีต พันธมิตรฯก็ขึ้นศาลและอยู่ในชั้นอัยการหลายคดี ในยุคพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายเสื้อแดงก็เสียชีวิต 98 ศพเป็นคดีความกันอยู่ ดังนั้นตนขอไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายอีก สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครทำอะไรตามใจชอบไม่สำเร็จหรอก ตอนนี้งานของรัฐบาลก็ไปได้ด้วยดี แต่กลับมีคนมาสร้างเรื่องแบบนี้ ซึ่งกระทบเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว
“การปราศรัยแบบเมื่อวานนี้สำเร็จไม่ได้หรอก เพราะอยู่ๆมีคนมา 30,000 คนก็มาไล่รัฐบาลโดยไม่มีเหตุผล หรือถ้าไล่ได้แล้วจะเอาใครมาเป็นนายกฯ ใครเป็นรัฐบาล เพราะการจะเข้ามาต้องมีเสียงข้างมากในสภาฯ การชุมนุมเช่นนี้จึงไม่มีเหตุผล ขอให้พี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยมาต้องช่วยติดตามสถานการณ์ด้วย”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมมีผู้สนับสนุนค่อนข้างมาก จำเป็นต้องมีการประสานงานเจรจากับทางกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีใครห้ามทางกล่มผู้ชุมนุมได้ และคงไม่ส่งใครไปเจรจา ส่วนที่ตนกับ พล.อ.บุญเลิศนัดรับประทานอาหารกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีการคุยเรื่องการเมือง ส่วนตัวชอบการชุมนุมเพราะเป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย แต่เท่าที่ได้รับรายงานก็เชื่อว่าลักษณะนี้ไม่สำเร็จ และจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย หากอีกฝ่ายออกมาบ้างก็ไม่พ้นการเผชิญหน้า ซึ่งไม่เป็นประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่าหากไม่สามารถพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทยได้ภายในสมัยรัฐบาลนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้เป็นรัฐบาลในครั้งต่อไป ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอที่น่ารัก และคงไม่ถือเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยมา 15 ล้านเสียง การเมืองระบอบประชาธิปไตยต้องยึดเสียงมากเป็นหลัก และที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ไม่จงรักภักดีนั้น ก็จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียว ที่มีนายทหารตำรวจที่เป็นราชองครักษ์เวรมาแล้วเกือบ 100 คนเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งพรรคอื่นไม่มี จะโจมตีอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ไม่ควรนำเรื่องไม่จงรักภักดีมาใช้



