
QEเริ่มพ่นพิษก่อสงครามการเงินกับฮ่องกงตีชิ่งกระทบจีน
QEเริ่มพ่นพิษก่อสงครามการเงินกับฮ่องกงตีชิ่งกระทบจีน : หน้าต่างอาเซียนโดยทนงขันทอง
เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงตกเป็นเป้าของการโจมตีพวกนักบริหารเงินขนเงินร้อนในรูปดอลลาร์สหรัฐที่พิมพ์ออกมาโดยธนาคารกลางสหรัฐผ่าน Quantitative Easing หรือQE เข้ามาเกาะฮ่องกงเพื่อซื้อดอลลาร์ฮ่องกงและทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น โดยหวังว่าจะกระแทกดอลลาร์ฮ่องกงให้ทะลุออกจากแนวแคบๆ ที่ทางการฮ่องกงกำหนดให้มีการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนนับว่าเป็นการเปิดฉากสงครามการเงินในเอเชีย
ทางธนาคารกลางของฮ่องกงต้องออกมาปกป้องค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงถึง4 ครั้งในสัปดาห์เดียว ใช้เงินไปเกือบ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้ค่าเงินแข็งขึ้นจนทะลุแบนด์ของการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้
ฮ่องกงใช้ระบบcurrency board หรือระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน โดยผูกดอลลาร์ฮ่องกงกับดอลลาร์สหรัฐอย่างเหนียวแน่นที่ 7.8 ฮ่องกงดอลลาร์ โดยจะแทรกแซงในตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อรักษาค่าเงินให้อยู่ระหว่าง 7.75 ฮ่องกงดอลลาร์และ 7.85 ฮ่องกงดอลลาร์ ต่อดอลลาร์สหรัฐตลอดเวลา ถ้าทางการฮ่องกงไม่เข้าไปแทรกแซงค่าเงินฮ่องกงจะแข็งทะลุ 7.75 ฮ่องกงดอลลาร์
ค่าเงินที่แข็งเกินไปจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมไม่มีความสามารถในการแข่งขันเงินร้อนจาก QE ที่ไหลเข้ามาจะเก็งกำไรในตลาดหุ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์
จังหวะของการโจมตีค่าเงินฮ่องกงเกิดขึ้นหลังการโต้วาทีระหว่างประธานาธิบดีบารักโอบามา และผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกันในช่วงการหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ต่างมีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อจีน นายมิตต์ รอมนีย์ ถึงกับขู่ว่าถ้าได้เป็นประธานาธิบดี จะประกาศว่าจีนเป็นนักปั่นค่าเงินในวันแรกของการทำงาน เพราะว่าจีนผูกค่าเงินหยวนกับดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินค่อนข้างอ่อน ได้เปรียบในการส่งออกและทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ามหาศาล
ทั้งโอบามาและรอมนีย์ต่างต้องการสยบจีนไม่ให้ผงาดขึ้นมาท้าทายความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐขณะนี้จีนกำลังถูกปิดล้อมทางทหารจากประเทศบริวารสหรัฐ ในภูมิภาคเอเชีย และการก่อสงครามการเงินกับฮ่องกงถือได้ว่าเป็นการลองของก่อน เพราะว่าฮ่องกงเป็นประตูสู่จีน โดยเป้าหลักคือการสกัดกั้นไม่ให้ค่าเงินหยวนของจีนได้แจ้งเกิดและทำให้เศรษฐกิจของจีนป่วนเป็นฟองสบู่จากเงินร้อน QE ที่แทบจะไม่มีต้นทุน เพราะว่าดอกเบี้ยสหรัฐ อยู่ที่ 0.25%
สหรัฐและญี่ปุ่นใช้นโยบายพิมพ์เงินหรือ QE เพื่อลดค่าเงินของตัวเอง และบังคับให้ค่าเงินของประเทศคู่ค้าสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกลุ่มบริกส์อันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้ ที่กำลังรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองกับสหรัฐ เหล่าบรรดานักการเงินใช้เงินดอลลาร์และเงินเยนเป็นเครื่องมือในการปั่นค่าเงินของประเทศอื่น เพราะกู้แบบถูกๆ อย่างแทบไม่มีต้นทุน แล้วไปซื้อเงินตราของประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลต่างดอกเบี้ยที่สูงกว่าและปั่นตลาดหุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำให้มีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่รวมทั้งประเทศไทยด้วยจากเงินร้อนของ QE
เราทราบกันดีฟองสบู่ทำให้รวยฟู่ฟ่าแต่ไม่นานให้หลังฟองสบู่จะแตกสร้างความฉิบหายให้เศรษฐกิจโดยรวม ฮ่องกงมีไม่กี่ทางเลือกที่จะปกป้องตัวเอง ประการแรกลดดอกเบี้ยเพื่อลดแรงจูงใจของเงินร้อนที่เข้ามาเก็งกำไร ประการที่สองขยายแบนด์ของการเคลื่อนไหวค่าเงินฮ่องกงในแต่ละวันให้ถ่างขึ้น ประการที่สามเลิกผูกค่าเงินตัวเองกับดอลลาร์สหรัฐแต่ไปผูกกับเงินหยวนแทน ถ้าจะออกกฎคุมการไหลเข้าไหลออกของเงินก็จะทำให้สูญเสียความเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคนี้
แน่นอนการถล่มฮ่องกงเป็นการท้าชกกับจีนเพราะฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ภายใต้อาณัติของจีน แต่จีนคงจะรอเลือกตั้งผู้นำใหม่หลังการประชุมสภาของพรรคคอมมิวนิสต์ก่อนที่จะมีท่าทีที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะนโยบายค่าเงินหยวนที่ต้องการจะปลดล็อกจากอิทธิพลค่าเงินดอลลาร์ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจีนทิ้งดอลลาร์ และลอยค่าเงินหยวนและชักชวนประเทศคู่ค้าหันมาใช้หยวนแทนดอลลาร์ที่นับวันมีแต่จะด้อยค่าเพราะการพิมพ์เงินอย่างไม่มีวินัยของเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่อเค้าว่ากำลังล้มละลายด้วยหนี้สินล้นพ้น



