
โลกแตก?
โลกแตก? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
เมื่อปีที่แล้วชาวโลกดูจะอกสั่นขวัญหายกับวันสิ้นโลกตามปฏิทินของชาวมายา และอ้างว่านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอวกาศสหรัฐ หรือนาซา ได้คำนวณไว้ล่วงหน้าว่าในปี 2555 นี้ น่าจะเกิดเหตุการณ์แปลกๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะทำงานผิดปกติ ซึ่งรวมถึงระบบควบคุมขีปนาวุธ และคอมพิวเตอร์ จะเกิดการอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือ ปลาวาฬ ระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์และสัตว์จะบกพร่อง จะเกิดอุบัติภัยทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด การเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม สนามแม่เหล็กโลกจะอ่อนกำลังลง ความร้อนจากรังสีและพลังแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะรุนแรงขึ้นถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก วัตถุจากอวกาศโคจรเข้ามาใกล้โลกได้ง่ายขึ้นและแรงดึงดูดของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ว่ากันว่านาซาได้ระบุว่าวันที่22 ธันวาคม 2555 โลกเราจะพลิกกลับขั้ว ซึ่ง ณ เวลานั้น โลกจะไม่มีสนามพลังงานแม่เหล็กทำให้ไม่สามารถป้องกันตัวเองจากพลังแม่เหล็กและรังสีต่างๆ จากอวกาศ และวันเดียวกันนี้ ดวงอาทิตย์ก็จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน ซึ่งปกติแล้วดวงอาทิตย์จะกลับขั้วทุก 11 ปี โดยกลับขั้วครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ.2544 และขณะที่กลับขั้ว ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็กและรังสีความร้อนมายังโลก ในจังหวะเดียวกับที่โลกไม่มีพลังแม่เหล็กป้องกัน จะทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกละลาย
สำหรับชาวมายานั้นเป็นที่ยอมรับว่ามีความสามารถระดับสูงในการคำนวณ และได้สร้างปฏิทินรายวันอย่างละเอียดขึ้นเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว รวมทั้งคำนวณการเดินทางของโลกรอบดวงอาทิตย์ว่าหนึ่งรอบเป็นระยะเวลา 365 วัน กับคำนวณระบบสุริยะจักรวาลไว้อย่างถูกต้อง แต่ที่น่าสนใจก็คือวันสุดท้ายในปฏิทินของชาวมายา คือวันที่ 22 ธันวาคม 2555 ตรงกันกับเรื่องที่นาซาคาดการณ์ไว้
เรื่องปฏิทินมายาและผลการคำนวณของนาซา จะมองว่าเป็นการมาพ้องกันโดยบังเอิญก็ได้ หรือจะมองว่าเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่วันสิ้นโลกโดยผู้มีความเชื่อในเรื่องนี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 คือเมื่อ 2 ปีที่แล้วสำนักข่าวเทเลกราฟของอังกฤษ ได้เสนอทฤษฎีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดวันสิ้นโลก ไว้ 10 ประการด้วยกัน ประการแรกเกิดจากการบุกรุกของมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ไม่มีการยืนยันเรื่องมนุษย์ต่างดาวเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ เพียง 0.1 จากคะแนนเต็ม 10 ประการที่สองเกิดจากดาวนิบิรู ซึ่งอยู่ในกาแล็กซี่เดียวกับโลก และมีโอกาสที่จะโคจรมาทับเส้นทางเดียวกับโลก แต่ข้อมูลเกี่ยวกับดาวดวงนี้มีน้อยมาก จึงมีความเป็นไปได้ 0.2 จากคะแนนเต็ม 10 ประการที่สามภัยพิบัติจากดวงอาทิตย์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ความเป็นไปได้ อยู่ที่ 0.3 จาก 10 ประการที่สี่การเปลี่ยนขั้วของโลก มีนักวิทยาศาสตร์หลายสำนักไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าโลกมีการกลับขั้วครั้งหลังสุดเมื่อ 7.8 แสนปีมาแล้วต่างหาก ดังนั้น จึงได้ความน่าเชื่อถือเพียง 1 ใน 10
ประการที่ห้าการระเบิดของภูเขาไฟครั้งรุนแรงที่สุด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหากมีการขยายตัวภายในของเปลือกโลกจนกระทั่งลาวาปะทุออกมา ก็จะเกิดการทำลายล้างอย่างมโหฬาร และมีความเป็นได้ 2 จาก 10 ประการที่หก ได้แก่สงครามโลกครั้งที่สาม โดยเฉพาะสงครามนิวเคลียร์ ทำให้ความเป็นไปได้ อยู่ที่ 1.5 จากเต็ม 10 ประการที่เจ็ด การก่อการร้าย สำนักข่าวอังกฤษค่อนข้างจะเชื่อว่า มีความเป็นไปได้ 2 ใน 10 ประการที่แปด วิกฤติการณ์น้ำมัน การที่น้ำมันใกล้จะหมดโลกและยังไม่มีการค้นพบพลังงานชนิดใหม่ที่จะมาทดแทน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งขั้นรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโลก และเรื่องนี้มีความน่าจะเป็น 4 จาก 10
ประการที่เก้าการสูญเสียของระบบนิเวศ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานมาจากปรากฏการณ์ของผึ้งในสหรัฐและยุโรป ที่ผึ้งงานเกือบครึ่งหนึ่งหายไปจากรัง ปล่อยให้นางพญาและตัวอ่อนอดตาย ซึ่งอาจจะเกิดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม การเกิดโรคระบาด ยาฆ่าแมลง พืชที่ตัดต่อพันธุกรรมไปปนเปื้อนในธรรมชาติ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการขาดตอนของวงจรสิ่งมีชีวิตและพืชพันธุ์ต่างๆ สุดท้ายมนุษย์ก็จะเผชิญกับปัญหาเรื่องอาหารและสภาวะแวดล้อมและมีความเป็นไปได้ 7 ใน 10 ส่วนประการสุดท้าย คือการล่มสลายของสิ่งมีชีวิตบนโลก ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน แล้วนำไปสู่ภัยพิบัติและความหายนะครั้งใหญ่ โดยมีความเป็นไปได้ 7 จาก 10
ครับอีกชั่วเวลาไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2555 แล้วล่ะครับ ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันครับว่าคนไทยจะยังคงทะเลาะกันจนโลกแตกไปเลยหรือเปล่า?



