ข่าว

กินใจ : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา

กินใจ : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา

29 ต.ค. 2555

กินใจ : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

                          หลายปีมาแล้วที่ความเบื่อและความเศร้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของฉัน จนฉันลืมไปแล้วว่าไอ้ความรู้สึกที่ว่ามันเป็นอย่างไรกัน ส่วน "ความคัน" นั้นยังมาๆ ไปๆ แล้วแต่วันอะไร (ของเดือน) อย่าคิดไปไกลฉันเป็นคนแพ้อาหารทะเล เผลอกินอะไรเข้าไปโดยไม่รู้ตัวมันก็คันบ้างไรบ้างเป็นบางส่วน กินยาแก้แพ้สักเม็ดก็หาย สาเหตุของความเศร้าของคนส่วนใหญ่มักมาจากความรัก คนรักเงินและงานอย่างฉันจึงไม่มีเวลาจะเศร้าด้วยเหตุผลนั้น ยิ่งเป็นความเบื่อแล้วช่างห่างไกลกันเหลือเกิน ใครจะบอกว่ายิ่งใกล้วัยทองของชีวิตมันก็จะออกปลงๆ ต้องเอาธรรมะเข้าข่มแล้วทำตัวให้คุ้นกับการนับถอยหลังเข้าฝั่ง ขอบอกว่า "ไม่" เลยสักนิด! ยิ่งเวลาเหลือน้อยจะให้ฉันมานั่งเอามือเท้าคางถอนหายใจแล้วบ่นว่าเบื่อๆๆๆ อยู่ไม่พ้นวันคงกลั้นใจตายไปเสียก่อน เพราะ… "เบื่อตัวเอง !" …เมื่อความเบื่อถูกตัดทิ้งไป ความรำคาญใจกลับเข้ามาแทนที่เสียนี่ ด้วยว่างานที่ฉันทำอยู่ในตอนนี้มันส่งผลอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ไม่เหมือนงานอีเว้นท์ที่ร้องจบงานก็เจ๊ากันไป ไม่มีอะไรตามมา ปกติก็ไม่ได้เป็นคนในสังคมออนไลน์แต่อย่างไร ออกจะโลว์เทคเสียด้วย แต่ก็มิวายที่นังนุชนาฎจะเอามากวนใจ มันว่า… "จึงเรียนมาเพื่อทราบ"

                         เออหนอ… คนในสังคมก็ชวนปวดหัวปวดตับกันอยู่แล้ว แต่คนที่อยู่ในสังคอมพ์ (สังคมในโลกออนไลน์) นันช่างน่าปวดติ่งเป็นที่สุด! หน้าตาก็ไม่เคยเห็นรากเหง้า ชาติตระกูล การศึกษาตลอดจนฐานะก็มิปรากฏ เป็นเพียงตัวหนังสือแทนตัวตน และล็อกอิน (Log In) ชื่อที่พ่อแม่ไม่ได้ตั้งให้เข้ามารวมกลุ่มกันสงสัย สนทนา วิพากษ์วิจารณ์ ชื่นชม และก่นด่าสารพัด ความคิดเห็นของบางคนก็น่าชื่นชมในความช่างคิดช่างพินิจพิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์อันก่อให้เกิดกำลังใจและความเข้าใจต่อ "ผู้ไม่รู้" อีกมากมาย ถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ส่วนบางคนนั้นคงเหมาะกับคำคำ เดียว "เพ้อ !" สะท้อนให้เห็นจิตใจอันยิ่งใหญ่และคับแคบที่ปะปนกันไป ราวกับมีอยู่จริงในโลกนี้ แต่ที่สุดแล้วทุกสิ่งในกระแสก็สลายไปตามกาลเวลา ถ้าความคิดเห็นนั้นไม่ได้เอาแค่ "ความจริง" แต่เอา "มัน" (สะใจ!)

                        ฉันเป็นเพียงแค่คนหลงทางที่เดินผ่านเข้าไปในความคิดหลายๆ ความคิดในเน็ตที่นังนุชนาฎส่งเข้ามาให้อ่าน อ่านจบก็ได้แต่ยกมือท่วมหัว … "จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย" จากนั้นแท็บเล็ต (Tablet) ที่เพิ่งถอยออกมาไม่ถึงเดือนก็ถูกเก็บเอาไว้ในตู้เฉยๆ ราวกับของต้องห้าม ไม่คิดจะเอามันออกมาทำอะไรอีก… กลับมาเป็นอย่างเดิม เป็นคนไม่สนกระแส ไม่ทันสมัย และไม่รู้อะไรนัก ชีวิตฉันก็ได้สัมผัสกับความสงบอีกครั้ง… ในช่วงกินเจก็ได้กินบ้างเป็นบางมื้อตามสมควร… ตามสะดวก… และที่สำคัญ "ตามอารมณ์" การทำความดีนี่มันยากกว่าการทำความชั่วจริงๆ นะ แม้ลีหมกโช้วจะชั่วร้าย แต่นางก็กินเจ ร้ายก็ส่วนร้าย ดีก็ส่วนดี ว่างี้ ฉันก็ต้องกินบ้างเป็นบางมื้อที่ทำไม่ได้ทุกมื้อไม่ได้เป็นเพราะจิตไม่มั่น แต่เป็นเพราะ "รอไม่เป็น" ความอดทนน้อยพอๆ กับความสวย (แปลว่าน้อยมากจนแทบจะไม่มี) วันหนึ่งตั้งใจดิบดีว่าจะกินเจ พอไปยืนอยู่หน้าร้านขายอาหารเจเจ้าอร่อยที่ผู้คนมุงกันยังกับงานเทกระจาด ยืนรอเกือบ 10 นาที ก็มิมีท่าทีว่าจะถึงคิวเราเสียที หิวจนหน้าจะมืด อย่าว่าจะกินอาหารเลย กินคนก็ได้แล้วเวลานี้! ฉันกัดฟันยืนรอต่ออีก 5 นาที ราวกับเทพเจ้าแห่งความดีสถิตอยู่ข้างๆ อือ… ยังไม่ได้กินอีก หิวกว่าเก่าด้วย หิวมากๆ เนี่ยนะมันจะเริ่มโมโห โมโหตัวเองว่า… มายืนทำอะไรตรงนี้! ในที่สุดฉันก็หันหัวไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อซะเลย เจ้านี้อร่อยมากแถมวันนี้ไม่ค่อยมีคนเพราะตรงกับเทศกาลกินเจ ฟาดไป 2 ชามใหญ่ อิ่มท้องแต่ไม่อิ่มบุญ มันทรมานแบบนี้นี่เอง

                       ฉันนับถือคนกินมังสวิรัติที่กินอย่างสม่ำเสมอและคนที่กินเจในเทศกาลเจได้จนครบ 10 วัน โดยไม่แตกเสียก่อน มันคือการกำหนดและบังคับตนให้อยู่ในความดีงาม อย่างน้อยการมีชีวิตอยู่นั้นก็มิได้เบียดเบียนชีวิตอื่นใด… ข้าน้อยทำไม่สำเร็จสักที แต่อย่างน้อยฉันก็รักษาศีล 5 ได้เกือบครบ จะขาดก็แค่ "มุสาฯ" จะให้รักษาได้ยังไงกันล่ะ คนชอบเดินมาทักแล้วถามฉันว่า "จำได้มั้ย ?" พอตอบไปตามตรงคนก็โกรธบ้าง เคืองบ้าง น้อยใจบ้าง หาว่าฉันไม่น่ารักบ้าง เฮ้อ! กู ทุกวันนี้ก็เลยต้องตอบถนอมน้ำใจกันว่า "จำได้" …โกหกคำโต ! ปีหนึ่งๆ เจอคนเป็นร้อยเป็นพัน แล้วกูจะจำหมดได้ยังไงล่ะคะ !… โกหกเป็นอาชีพ ไม่ได้โกหกจนเป็นนิสัยซะหน่อยนิ !

                      ฉบับนี้ขอสัพเพเหระกันสักหน่อยเถอะนะคะ เพราะที่ผ่านมา 5 ฉบับ สาระล้วนๆ คนไร้สาระอย่างฉันเครียดจนปวดมดลูกถ้าจะต้องเป็นสาระขนาดนั้น !… อย่างที่บอกว่าทำความดีมันยาก แต่ถ้ามันจะได้ทำก็เพราะเราพร้อมที่จะทำ… พร้อมโดยธรรมชาติและโอกาส ไม่ต้องใช้ความพยายามนัก หากความดีมันสถิตอยู่ในตัวอยู่แล้วแค่ไม่ต้องสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มก็ถือเป็นบุญ อันนี้ไม่ต้องไปมองไกลถึงเรื่องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอันใด เอาแค่… ไม่คิดร้ายกับใคร ไม่ใส่ร้ายใคร ไม่พูดให้ร้ายใคร ไม่มองใครในแง่ร้าย ไม่ตัดสินใครด้วยความคิดส่วนตัวของเรา แค่นี้ก็ทำให้ได้เสียก่อนเถอะแม่คู้น… พ่อคู้น! ยกเว้นเรื่องกอสซิปดาราอันนี้ขาดไม่ได้… ใช่มะ? ไฮไลท์ของชีวิตพวกเรายิ่งช่วงนี้ มุตตา มุนินทร์ เขามาแรง (ขาดพี่สาวคนโตอีกคนที่อยู่เมืองจีนยังไม่กลับ ฉันไง "มุสา") แย่งผอ.(ผัวคนอื่น) เมียหลวง เมียน้อยตบกัน เรตติ้งละครช่อง 3 ของพี่หน่อง อรุโณชา บรอดคาซท์กระฉูดทำไป 19 อุ๊ยตาย! ชีวิตมีสีสันสุดๆ ใครๆ ก็รู้ว่าในชีวิตจริงเราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไม่สวยและฉลาดเหมือนมุนินทร์คนพี่ที่กลับมาแก้แค้น ส่วนเมียหลวงในชีวิตจริงก็ไม่ได้สวยและรวยจนตามไปตบทิ้งตบขว้างได้ทุกสถานที่อย่างนพนภา ที่แสดงโดยธัญญาเรศ ละครจึงเป็นแค่จินตนาการ เป็นตัวระบายความรู้สึกที่ทำไม่ได้จริง มิใช่ตัวอย่างที่ใครๆ จะลุกขึ้นไปทำได้ทุกคนเสียเมื่อไหร่ สวยให้ได้ก่อนเถอะ !… เออ… จะอินเกินไป นอกเรื่องไปไกลกลับมาหาชีวิตจริงพื้นบ้านของฉันดีกว่า ช่วงเจแม้จะไม่เจจริงไรจริง แต่ก็มีอยู่หนึ่งมื้อที่ได้อิ่มบุญและอิ่มใจในเวลาเดียวกัน ฉันไปนั่งกินผัดหมี่เจช่วงเย็น ขณะรอผัดหมี่อยู่ก็มีลุงแก่อายุสัก 70 ตัวผอมๆ หัวหงอกๆ เดินถือเก้าอี้กับหินลับมีดมายืนหน้าร้าน ฉันอยากวิ่งกลับไปบ้านแม่เอามีดที่บ้านที่มีอยู่ 30-40 เล่ม แต่ไม่คมสักเล่ม ! มาให้ลุงลับให้หมดเลย ลุงจะได้มีรายได้ แต่บ้านแม่อยู่ไกล จะให้แกเอาหินมาลับหน้าฉันให้เล็กลงก็คงนั่งฝนอยู่สัก 3 เดือน เสียเวลากันทั้งคู่ ก็เลยถามลุงว่า "กินข้าวมั้ย? หนูจะเลี้ยง" ลุงตอบว่า "เอากลับบ้านได้มั้ย ?" ฉันถามอีกว่า "ที่บ้านมีกี่คน" แกตอบว่า "4 คน" ฉันเลยสั่งผัดหมี่ให้ 5 กล่อง ช่วงนั่งรอสั่งน้ำเก๊กฮวยให้ลุง 1 ขวด ลุงเดินมายกมือไหว้ ฉันยกมือไหว้กลับแทบไม่ทัน ชีวิตจะสั้นก็ตรงนี้แหละ หมดเทศกาลเจไป ฉันก็บอกตัวเองได้แค่… คนร้ายๆ อย่างฉันไม่เน้นกินเจ แต่เน้นที่… กินใจ!

.......................................
(กินใจ : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม)