ข่าว

'จีน' (ต่อ) สำหรับคมชัดลึก

'จีน' (ต่อ) สำหรับคมชัดลึก

29 ต.ค. 2555

'จีน' (ต่อ) สำหรับคมชัดลึก : คอลัมน์มองโลกแบบวิกรม : http://www.facebook.com/VikromKromadit\

                          ผมได้เข้ามาถึงประเทศจีนแล้วผ่านทางด่านตงชิน (Dongxing) ที่อยู่ในเมืองกวางสี(Guangxi) ถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านที่ติดกับชายแดนของเวียดนาม และเป็นเมืองค้าขายหน้าด่านกับอาเซียน เพราะที่นี่มีตลาดที่เรียกว่าเป็นตลาดระหว่างจีนกับอาเซียน ที่ผ่านมาเนื่องจากกวางสีเป็นเขตที่ติดกับทะเล จึงเป็นพื้นที่ที่จีนขายอาหารทะเลให้แก่ลาวและเวียดนามที่เข้ามาในแผ่นดิน 

                          ต่อจากนั้นเป็นเมืองที่ชื่อว่าฉงจั่ว (Chongzuo) ที่เป็นเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลกวางสี มณฑลกวางสีถือว่าเป็นเมืองน้ำตาลทราย เพราะมีการผลิตน้ำตาลทรายมากที่สุดในประเทศจีน หรืออาจเรียกได้ว่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ใช้อยู่ในประเทศจีนนั้นผลิตจากในมณฑลนี้ รวมทั้งน้ำตาลที่ทำมาจากหัวผักหวานด้วยนั้นปีหนึ่งมีประมาณ 14 ล้านตัน แต่ปรากฏว่าจีนผลิตน้ำตาลที่ใช้ในประเทศได้ประมาณ 11 ล้านตันเท่านั้น  ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2-3 ล้านตันนั้นยังคงต้องนำเข้ามา และน้ำตาลของจีนที่พัฒนามาได้เช่นนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จของบริษัทน้ำตาลไทยชื่อ "มิตรผล"

                          มิตรผลได้เข้ามาที่เมืองกวางสี  ที่เมืองฉงจั่วเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว แต่เดิมมิตรผลเข้ามาเป็นผู้ริเริ่มและผลิตน้ำตาลทรายที่ประเทศจีน โดยมิตรผลมีกำลังการผลิตต่อปีประมาณ 1 ล้านตัน แต่ระยะหลังนั้นรัฐบาลจีนได้ส่งเสริมบริษัทน้ำตาลของรัฐบาล  น้ำตาลของรัฐบาลจีนจึงกลายเป็นเบอร์หนึ่งที่ใหญ่กว่ามิตรผลเล็กน้อย  ถือว่าเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของเมืองกวางสี ที่บริษัทของไทยเป็นบริษัทที่เข้ามาเริ่มให้มีการผลิตน้ำตาลอย่างเป็นรูปธรรม

                           ต่อจากฉงจั่ว ผมได้เข้าไปที่เมืองหนานหนิง(Nann?ng) ที่ถือเป็นเมืองหลวงของกวางสี ผมได้ไปบรรยายให้แก่นักเรียนที่เรียนภาษาไทยในโรงเรียนที่มหาวิทยาลัยกวางสี มีนักเรียนเข้ามาฟังเกือบ 900 คน นักเรียนของที่นี่ให้ความสนใจมาก เพราะกวางสีถือเป็นมณฑลที่ติดกับอาเซียน ฉะนั้น ที่นี่มีนักเรียนเรียนภาษาไทยง่ายกว่านักเรียนไทยที่มาเรียนภาษาจีน  เพราะภาษาจีนมีประวัติศาสตร์มานานกว่า 5,000 ปี  ขณะที่ภาษาไทยมีประมาณ 800 ปีจึงเรียนง่ายกว่า

                          ในขณะเดียวกันผมได้พูดให้แก่นักธุรกิจจีนในกวางสีฟังว่า อนาคตของอาเซียนนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อมีการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในอีก 2 ปี 9 เดือนข้างหน้าเท่านั้น  นักธุรกิจจีนให้ความสนใจมาก เพราะจีนมองอาเซียนเป็นพันธมิตร เป็นคู่ค้า และเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระยะยาว ที่จีนกับอาเซียนนั้นจะร่วมมือกัน ตามที่เราเห็นว่าประเทศไทยนั้นส่งออกมาประเทศจีนในปี 2011 มีการขยายตัวถึง 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปีทีเดียว  และนี่คือสิ่งที่นักธุรกิจจีนสนใจในประเทศไทย  และนักธุรกิจไทยสนใจในประเทศจีนนั่นเอง

............................................
('จีน' (ต่อ) สำหรับคมชัดลึก : คอลัมน์มองโลกแบบวิกรม : http://www.facebook.com/VikromKromadit\)