ข่าว

ม็อบ'เสธ.อ้าย'สลายจ่อมาใหม่บุกทำเนียบฯ

ม็อบ'เสธ.อ้าย'สลายจ่อมาใหม่บุกทำเนียบฯ

28 ต.ค. 2555

หกโมงเย็น ม็อบ 'พิทักษ์สยามฯ' สลายแล้ว จ่อชุมนุมใหญ่หน้าทำเนียบฯ ฮือขับไล่รัฐบาล ขณะที่ 'เสธ.อ้าย' อัด 'แม้ว' ดูถูกคนไทย-ชวนปชช.ร่วมฉันทามติไล่

                           28 ต.ค.55ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่สนามม้านางเลิ้งดำเนินมาถึงเมื่อเวลา 18.18 น. จึงได้สลายพร้อมอวยพรให้เดินทางกลับอย่างสวัสดิภาพ

“ประสงค์”อัดระบอบทักษิณทำประเทศวิกฤติ5ข้อ


              ทั้งนี้เมื่อเวลา 17.30น.น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขึ้นปราศรัยโดยมองว่าบ้านเมืองกำลังเผชิญวิกฤติ 5 ประการ คือ1.วิกฤติเศรษฐกิจ 2.วิกฤติทางสังคมและระบบราชการ 3.วิกฤติความมั่นคงแห่ง 4.วิกฤติการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีทั้งระบบนิติรัฐและนิติธรรม และ5.วิกฤติภาวะผู้นำประเทศที่ขณะนี้ผู้นำประเทศไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่สามารถที่จะตอบคำถามใดๆได้เลย มีเพียงแต่การอ้างว่า “หนูไม่รู้”เพียงอย่างเดียว  ให้ข้อมูลผิดๆถูกๆ ซึ่งตนรู้สึกสมเพชผู้นำประเทศคนนี้

   
“เฉลิม”ชี้มีนักการเมืองขนคนร่วมม็อบ



              เมื่อเวลา 18.25น.   ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  ตนได้รับรายงานตลอดวันก็ต้องขอขอบคุณกลุ่มผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และไม่ได้สร้างผลกระทบความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่นและไม่มีการกระทำใดๆที่ผิดกฎหมาย  ทั้งนี้ยอมรับว่าผู้ชุมนุมมากกว่าที่คาดการณ์ไว้  ซึ่งก็มีการเคลื่อนไหวของนักการเมืองบางคนเอามาแถม แต่ไม่เป็นไรมากน้อยไม่สำคัญถ้าชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธไม่ก็เหตุวุ่นวายก็เป็นสิทธิทำได้

              อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ระบุว่าการชุมนุมที่สนามม้านางเลิ้งนั้นยังไม่ใช่ของจริง ซึ่งจะมีของจริงตามมา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสายข่าวยังไม่ได้รับรายงาน

              "น.ต.ประสงค์เคยทำอะไรให้สังคมชื่นชอบบ้าง ถึงจะมีคนมาเห็นด้วย พวกผมมาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ค่อนประเทศ เพราะฉะนั้นจะมาแสดงอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชนั้นได้ แต่บอกให้รัฐบาลออกไม่ออกหรอก"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

              เมื่อถามว่าประเมินว่าการชุมนุมที่สนาม้านางเลิ้งครั้งนี้นั้นถือว่าจุดติดหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ติด เพราะตนสำรวจจากพี่น้องประชาชนซึ่งเขาไม่เห็นด้วย

              "พวกคุณไล่พวกผมมาครั้งเมื่อปี 49 เลือกตั้งใหม่ผมก็ชนะแล้วก็มายุบพรรคมาดำเนินการเอาคนของพวกผมไปรัฐบาล เลือกตั้งใหม่ผมก็ชนะอีก แล้วที่พูดนั้นของเก่าทั้งนั้นไม่จริงสักเรื่อง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

              ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าก่อนหน้านั้นเวลา 18.15น. เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ก็ได้เดินไปตรวจเยี่ยมแถวและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล


ผบ.ตร.รับประเมิน"ม็อบพิทักษ์สยาม"คลาดเคลื่อน



              เมื่อเวลา 17.30น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานความคืบหน้าแก่ร.ต.อ.เฉลิม ว่า สถานการณ์การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวน 7-8 พันคน ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์คาดเคลื่อน


จ่อชุมนุมใหญ่หน้าทำเนียบฯ

                           พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวถึงภาพรวมของการชุมนุมว่า พอใจที่ประชาชนมาเกินกว่าที่คาดคิดไว้ มากกว่าจำนวน 1 หมื่นคนที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก จากนี้จะขอให้ประชาชนแต่ละชักชวนคนมาเพิ่มในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 คน เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด ทั้งนี้ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมเครือข่ายเพื่อขอฉันทามติอีกครั้งว่าจะมีแนวทางเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอย่างไร เพราะขืนปล่อยให้รัฐบาลทำงานต่อไป จะทำให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้

                           ขณะที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวว่า ท่าทีต่อจากนี้จะได้ข้อสรุปภายในปลายสัปดาห์หน้าหลังจากมีการประชุมกับทางเครือข่ายที่เข้าร่วมแล้ว ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะหารือแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่พร้อมกำหนดวัน เวลาที่แน่ชัด แผนนี้เรียกว่าแผนบันได 2 ขั้น เมื่อได้ฉันทามติแล้วจะชุมนุมทันที คาดว่าจะใช้สถานที่ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามไม่กังวลว่าหากเป็นสถานที่เปิดจะเสี่ยงต่อการปะทะหรือไม่ เพราะมั่นใจว่าควบคุมได้ พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการข่มขู่จากแกนนำคนเสื่อแดงบางรายมาตลอด

                           นพ.ตุลย์ ยังกล่าวอีกว่า ขอเสนอทางเลือกให้รัฐบาล 2 ทาง คือ 1.ยุติแนวทางหรือนโยบายที่เป็นผลร้ายต่อประเทศ เช่น โครงการรับจำนำข้าว ที่ผลประโยชน์ไม่ตกถึงมือชาวนาได้จริงตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง 2.ให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ เนื่องจากบริหารงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้องค์การพิทักษ์สยามและเครือข่ายทำงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตั้งคณะทำงานไว้ 2 ชุด คือ 1.คณะตรวจสอบการละเมิดสถาบัน และ 2.การทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อเพิ่มข้อมูลว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานไร้ประสิทธิภาพอย่างไร

 

'เสธ.อ้าย'อัด'แม้ว'ดูถูกคนไทย-ชวนปชช.ร่วมฉันทามติไล่ 'รบ.ปู'

                           พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ได้ขึ้นเวทีปราศัยกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนัดชุมนุมว่า ที่เชิญประชาชนมารวมกันในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหยุดการทำงานของรัฐบาลนี้อย่างเด็ดขาด เพราะรัฐบาลนี้ปล่อยให้มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่มีการปราบปรามแต่ดูเหมือนจะยุยงให้มีการกระทำรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ดูถูกคนไทยที่จะเอาใครก็ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี

                           พล.อ.บุญเลิศ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้ไม่มีธรรมาภิบาลแต่มีการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ตนจึงเชิญให้วิทยากรมาชี้แจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ จากนั้นตนจะขอฉันทามติจากประชาชนว่าจะดำเนินการกับรัฐบาลชุดนี้อย่างไร ซึ่งมั่นใจว่าการรวมตัวของประชาชนในวันนี้ จะทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

                           "หากพี่น้องพอใจวันนี้ ผมจะขอฉันทามติพี่น้องประชาชนอีกครั้ง และจากวันนี้จะขอให้พี่น้องชักชวนเพื่อนฝูงมาอีก 100 เท่า และเมื่อถึงวันนั้นจะเป็นวันสิ้นสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์" พล.อ.บุญเลิศ ระบุ

 

'ผบ.ตร.' ยันสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง

                           วันเดียวกันพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตรวจความเรียบร้อนศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) ติดตามสถานการณ์การชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามและตรวจเยี่ยมกำลังพลกองร้อยควบคุมฝูงชนที่ประจำการอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล

                           พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสนามม้านางเลิ้งมีประมาณ 6,000-7,000 คนกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานยึดหลักการปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้ได้เตรียมกำลังพลสำรองไว้ในที่ตั้งอีกจำนวนหนึ่งรองรับหากกลุ่มผู้ชุมนุมมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น แต่ภาพรวมของการชุมนุมนั้นถือว่าปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และเชื่อว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน