
วรชัยปูด'ส.'ใกล้ชิด'ปู'ขวางแดงนั่งรมต.
"วรชัย"ปูด"ส."ใกล้ชิดนายกฯ บงการขวางแดงนั่งรมต.เตือนระวังจะพังเพราะคนใกล้ตัว ปชป. รอดูหน้าครม.ก่อนเคาะชื่อซักฟอก ซักฟอกรายบุคคล "ปู-บุญทรง" โดนแน่
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่เคยบอกว่ามีอำนาจพิเศษสกัดกั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ไม่ให้เป็นรัฐมนตรีนั้น ต้องขอแก้ไข เพราะไม่ใช่อำนาจพิเศษอะไร แต่เป็นคนกันเองขัดขวาง ทิ่มแทงกัน นอกจากนี้ยังมีความพยายามจะเขี่ยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ออกจากการเป็นโฆษกพรรคอีกด้วย ทั้งๆ ที่นายพร้อมพงศ์ก็ต่อสู้กับพรรคมา ไม่เหมือนบางคนที่ตอนยึดอำนาจก็โดดหนีเอาตัวรอดไปดื้อๆ แต่พอเราชนะก็กลับมาเสนอหน้าแบบไม่อาย ทั้งนี้ อยากเตือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ระวังคนใกล้ชิดชื่อย่อ "ส" จะเป็นคนที่มาทำลายพรรค มากกว่าจะมาช่วยเหลือพรรค
ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการปรับ ครม.ที่มีชื่อของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ว่าอาจจะได้ดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร จบแล้ว ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป
ลุ้น "ศิธา" รีเทิร์นเก้าอี้โฆษกรัฐบาลต่อจาก"ศันสนีย์"
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในกรณีที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีการดึงน.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น น.ส.ศันสนีย์อาจจะได้รับมอบหมายงานให้ดูแลงานที่ นางนลินี ทวีสิน ทำไว้ หลังจากหลุดออกจากตำแหน่ง อาทิ ดูแลนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กำกับดูแลสำนักโฆษก รวมทั้งอาจจะได้กำกับดูแลงานถนัดของนางสาวศันสนีย์ คือ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เนื่องจากช่วงที่น.ส.ศันสนีย์ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีหรือ เป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 นั้น น.ส.ศันสนีย์ ได้ใช้เวลาในการทำบุญ ปฏิบัติธรรมและทำรายการโทรทัศน์ซึ่งเป็นรายการทางด้านธรรมะอีกด้วย
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า การผลักดันน.ส.ศันสนีย์ขึ้นไปจะทำให้เก้าอี้ของโฆษกประจำสำนักนายกฯ หรือโฆษกรัฐบาลว่างลง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีความชำนาญและใกล้ชิดกับข้าราชการในสำนักโฆษกมากกว่า เป็นผู้ดำเนินการหาคนที่จะมาเป็นโฆษกรัฐบาลคนต่อไป
“ล่าสุดจึงมีการเสนอชื่อของ นาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี หรือผู้พันปุ่น อดีตโฆษกรัฐบาล ในรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี2545-2546 ซึ่งเป็นบ้าน111 อีกคนที่มีประสบการณ์ในตึกนารีสโมสรมาแล้ว และข้าราชการของสำนักโฆษกเองก็มีความคุ้นเคยกับผู้พันปุ่น รวมถึงสื่อมวลชนทประจำทำเนียบรัฐบาลเองก็สามารถประสานงานได้เพราะรู้จักมักคุ้นกันดี" แหล่งข่าว กล่าว
ปชป.รอดูหน้าครม.ก่อนเคาะชื่อซักฟอก
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะเป็นประเด็นเรื่องอะไรบ้างตนยังตอบไม่ได้ แต่จากรายชื่อการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ หากเป็นไปตามข่าวที่ออกมา ก็มีความเป็นไปได้ ที่อาจจะต้องปรับญัตติใหม่บางส่วนให้เหมาะสม สำหรับข้อมูลที่จะอภิปรายนั้น มีทั้งนโยบายรับจำนำข้าว และเรื่องสินค้าราคาแพง เพราะเป็นทั้งเสียงสะท้อนของประชาชน กับข้อมูลและดุลพินิจที่พรรคมีอยู่ด้วย ซึ่งต้องพิจารณาว่าประเด็นอะไรที่สมควรจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเมื่อยื่นญัตติไปแล้ว ก็ต้องให้เหตุผลด้วยว่า ทำไมถึงหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูด รัฐบาลไม่สมควรไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน ในประเด็นนี้ต่อไปเพราะอะไร เพราะพูดโดยไม่มีเหตุผลน้ำหนักก็จะเสียไป และอาจจะถูกตำหนิเอาได้
เมื่อถามว่า จะยื่นอภิปรายใครบ้าง นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องรอการปรับ ครม.ด้วย ว่าหน้าตา ครม.ออกมาเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านมีอยู่ ดูแล้วเหมือนยอมรับว่าไม่สามารถเอาผิดรัฐบาลได้ แสดงว่าไม่มีเรื่องการถอดถอนใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายว่า ประเด็นของการอภิปรายจะมีการยื่นถอดถอนด้วยหรือไม่ แต่ตนอธิบายให้ทราบในแง่ของรัฐธรรมนูญว่า หากประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวข้องกับ 1.ผิดปกติ 2.ทุจริต 3.ทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าเข้าข่าย 3 ประเด็นนี้จะอภิปรายเลยไม่ได้ เพราะจะต้องไปยื่นถอดถอนรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหากับวุฒิสภาก่อน เพื่อให้ประธานวุฒิสภาส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้พรรคจะได้ข้อสรุปวันอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว คือวันที่ 27-29 พฤศจิกายน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะยื่นซักฟอกใครบ้าง เนื่องจากต้องรอ 1.รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในครม.ยิ่งลักษณ์ 3 และ 2.การหาข้อมูลค่อนข้างยาก เนื่องจากข้าราชการไม่กล้าให้ข้อมูลฝ่ายค้าน ส่วนหนึ่งมาจากการที่มองว่าแนวโน้มการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้จะอยู่นาน
ซักฟอกรายบุคคล"ปู-บุญทรง"โดนแน่
แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคเตรียมยื่นต่อประธานสภาในวันพุธที่ 31 ตุลาคม ว่า จะเป็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยผู้ที่จะโดนยื่นอภิปรายแน่นอนคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ผู้รับผิดชอบโครงการจำนำข้าว
อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องจำนำข้าวแล้ว คณะทำงานย่อยของพรรคได้ไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมด้วยว่ามีการดำเนินการผิดพลาด หรือมีความไม่โปร่งใสตรงไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งตามขั้นตอนคณะทำงานย่อยจะเสนอข้อมูลเหล่านั้นมาที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นประธานวิปฝ่ายค้านด้วย ก่อนที่จะมีการหารือกับแกนนำของพรรคว่า ในที่สุดจะเลือกอภิปรายใครบ้าง
"ตอนนี้ข้อมูลครบหมดแล้ว เหลือเพียงเคาะว่าจะอภิปรายใครบ้าง แต่ที่แน่ๆ นายกฯกับ รมว.พาณิชย์โดนแน่ๆ" แหล่งข่าวกล่าว



