ข่าว

'ยะไข่ปะทะ'ปรับยอดตายเหลือ67คน

'ยะไข่ปะทะ'ปรับยอดตายเหลือ67คน

27 ต.ค. 2555

รัฐบาลพม่าปรับลดยอดผู้เสียชีวิต จากความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างชาวพุทธยะไข่กับชาวมุสลิมโรฮิงญาจาก 112 ราย เป็น 67 ราย

               27ต.ค.2555 สถานีโทรทัศน์ทางการของรัฐบาลพม่ารายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงญาใน 7 เมือง ในรัฐยะไข่มีแค่  67 คน จากเดิมที่รายงานว่ามี 112 คน บาดเจ็บ 95 คน บ้านเรือนถูกเผากว่า 2,800 หลัง ขณะที่สถานการณ์เริ่มคืนสู่ความสงบแล้วแม้จะมีการปะทะประปรายในบางพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีน้อย จึงดูแลไม่ทั่วถึง 

               ทั้งนี้นายวิน เมียง โฆษกของรัฐยะไข่ บอกว่า รายงานที่มีออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีผู้เสียชีวิต112 รายนั้นเป็นตัวเลขที่ผิดพลาด ปรับลดตัวเลขลงเหลือ 64 ราย ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่สถานีโทรทัศน์ของทางการรายงาน แม้เขาบอกว่า สถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ชาวบ้านหลายคนบอกว่า ยังมีการปะทะกันอยู่ในบางพื้นที่ พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีค่อนข้างน้อย

               ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างชาวพุทธยะไข่และชาวมุสลิมโรฮิงญา ทำให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกเผา และทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากนานาชาติ ให้รัฐบาลพม่าดูแลความสงบเรียบร้อยด้านประธานาธิบดีเต็ง เส่งเตือนเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ในช่วงที่กำลังปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตย

               ความรุนแรงเมื่อเดือนมิถุนายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 90 ราย และทำให้บ้านเรือนมากกว่า 3 พันหลังได้รับความเสียหาย มีชาวบ้านทั้งมุสลิมโรฮิงญา และชาวพุทธยะไข่กว่า 7 หมื่น 5 พันคน ยังอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพ ในหลายพื้นที่ยังคงมีการบังคับใช้เคอร์ฟิว และขยายไปในหลายพื้นที่หลังการปะทะรอบใหม่

               ความตึงเครียดยังคงคุกรุ่นในพื้นที่ เพราะรัฐบาลพม่าล้มเหลวที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว และยังคงใช้วิธีแยกทั้ง 2 กลุ่มออกจากกัน

               เว็บไซต์อิระวดีรายงานว่า มีเรือที่บรรทุกผู้อพยพชาวโรฮิงญา ราว 40 ลำ ทยอยเดินทางมาถึงเมืองสิตะเว เมืองหลวงของรัฐยะไข่ เมื่อวันพฤหัสบดี แม้จะมีประกาศจากทางการพม่าว่า จะไม่รับผู้อพยพเพิ่มเติม  สหประชาชาติประเมินว่า มีชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่าราว 8 แสนคน แต่รัฐบาลไม่ยอมรับว่าเป็น 1 ในกลุ่มชาติพันธุ์ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติในพม่า