
'มาร์ค'ซัดแผนบันได5ขั้นล้มรบ.ไร้สาระ
'อภิสิทธิ์' เชื่อ 'เสธ.อ้าย' ชุมนุมไม่ยืดเยื้อ แนะอยู่ในกรอบ กม. ซัดแผนบันได 5 ขั้นล้มรบ.ไร้สาระ ยันศึกซักฟอก 2 วันพอ เน้นคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ
27 ต.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สยาม ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ที่ส.ส.เพื่อไทย ระบุว่าเป็นความพยายามล้มรัฐบาล ส่วนตัวไม่กังวลกับการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สยาม เพราะทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปพูดคุยกับแกนนำผู้ที่จะจัดการชุมนุมซึ่งเป็นการแสดงออกตามสิทธิของกฏหมายแล้ว ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ หากทุกอย่างดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะสามารถดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้
ส่วนจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ เพราะการชุมนุมครั้งนี้อาจเป็นเพียงการโหมโรงนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบไม่น่าจะเป็นการชุมนุมต่อเนื่อง ยืดเยื้อ เพราะแกนนำผู้จัดการชุมนุมก็ได้กรอบระยะเวลาในการชุมนุมไว้ชัดเจนแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า มีขบวนการล้มรัฐบาลตามแผนบันได 5 ขั้น โดยมีการเปิดเผยชื่ออักษรย่อ พร้อมระบุเชื่อมโยงมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่อยู่บนข้อเท็จจริงยืนยันพรรคทำหน้าที่ตรวจสอบตามระบบ
ส่วนการถอดยศของนายอภิสิทธิ์นั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ก็ให้ดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง แม้ทางกระทรวงกลาโหมจะพยายามเดินหน้าเพื่อถอดยศ แต่หากการตรวจสอบและพบว่ามีการตั้งธงไว้อยู่แล้ว สุดท้ายตัวรัฐมนตรีกลาโหมก็จะมีปัญหาเสียเอง
'มาร์ค' ย้ำซักฟอก 2 วันพอ-รอดูชื่อ ครม. ชุดใหม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไว้วางใจรัฐบาลว่า ระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในระหว่างวันที่ 26-27 พย.แค่ 2 วัน มีความเหมาะสมและเพียงพอที่จะอภิปรายฯ โดยประเด็นที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะเน้นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ผิดพลาด และการเปิดช่องว่างให้มีการทุจริตคอรัปชั่น ทำให้มีผลกระทบหลายด้านตามมา ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านจะเน้นที่คุณภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เน้นที่ปริมาณว่าจะอภิปรายบรรดารัฐมนตรีจำนวนมาก แต่ต้องดูรายชื่อ อย่างไร แต่เบื้องต้นก็ไม่มีอะไรที่หนักใจในการทำหน้าที่ และยังยืนยันคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่อีกครั้งก่อนว่า รายชื่อผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้า ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่หรือในแต่ละกระทรวง จะกระทบหรือเกี่ยวโยงต่อข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ว่านายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาลที่บริหารประเทศ จะต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตำแหน่งอยู่แล้ว ขณะที่ตัวบุคคลผู้ที่จะอภิปรายในเรื่องต่างๆของพรรคนั้น เวลานี้ก็ได้มีการแบ่งกลุ่มที่จะอภิปรายไว้ชัดเจนแล้วเช่นกัน



