
พท.วางเกม'ประชา'นั่งรมต.โต้ฝ่ายค้าน
เพื่อไทยวางเกมดัน “ประชา” นั่งรมช.มท.หวังโต้ฝ่ายในสภาฯ ชี้ ปะฉะดะ มาตลอด "นพดล" ดัน "ประเสริฐ " นั่งรมต.คนโคราชอ้างจังหวัดใหญ่ ขณะที่“ภูมิธรรม” พลาดเก้าอี้ รมต. เหตุต้องจัดระเบียบพรรค
27ต.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย กรณีการปรับครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ถึงเหตุผลที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ได้รับการเสนอชื่อเป็น รมช.มหาดไทย เนื่องจากแกนนำพรรคเห็นว่า จ.สมุทรปราการ มี ส.ส.เพื่อไทยถึง 6 คน แต่ไม่มีใครได้เป็นรัฐมนตรี จึงเกลี่ยโควตาให้ และที่ผ่านมานายประชาทำหน้าที่ปะฉะดะ คอยตอบโต้และชนกับฝ่ายค้านให้พรรคมาตลอด ขณะเดียวกันแกนนำต้องการให้นายประชาเข้ามามีบทบาทเป็นตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ในการชี้แจงตอบกระทู้ต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎร แทนนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ที่มีรายชื่อเป็น รมช.มหาดไทย ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนบุคลิกเงียบๆ พูดไม่เก่ง อาจไม่ทันเกมตอบโต้ในสภาของพรรคประชาธิปัตย์ จึงให้นายประชามาทำหน้าที่ตอบโต้ในสภาแทน
"นพดล"ดัน"ประเสริฐ"นั่งรมต.คนโคราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ที่ถูกวางตัวให้เป็น รมช.คมนาคมนั้น เป็นการสลับตำแหน่งในส่วนของโควตาภาคอีสาน โดยนายประเสริฐได้รับการผลักดันจากนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมา จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดใหญ่แต่ยังไม่มีรัฐมนตรีเลย อีกทั้งเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จ.นครราชสีมา ได้ ส.ส.ถึง 8 คน จึงทำให้แกนนำพรรคเห็นด้วยที่จะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีแก่ส.ส.กลุ่มโคราช
“ยุทธพงศ์”ทำงานเข้าตาโควตาโซน 6
ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ที่มีรายชื่อเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์นั้น เนื่องจากแกนนำพรรคเห็นว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์การจัดทำงบประมาณ และมีผลงานเข้าตาหลายเรื่องในการตรวจสอบการทุจริตโครงการต่างๆ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่น เรื่องรถดับเพลิง รถไฟฟ้า เขาแพง โครงการไทยเข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการเวียนตำแหน่งรัฐมนตรีในภาคอีสาน โซน 6 ได้แก่ จ.กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ซึ่งมีการตกลงกันว่า ให้สลับกันเป็นรัฐมนตรี ที่ผ่านมานางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ และนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้เป็นรัฐมนตรีมาแล้วคนละ 6 เดือน มาครั้งนี้จึงถึงคิวการได้โควตารัฐมนตรีของ จ.มหาสารคาม
ดันภูมิธรรมนั่งเลขาพท.คิดนโยบาย
สำหรับนายภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่มีรายชื่อเป็นรัฐมนตรีในครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ทั้งที่คาดว่า จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากพรรคต้องการวางตัวให้มาเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างพรรคใหม่ พร้อมเร่งหาสมาชิกพรรคเพิ่มเติมให้ได้ตามเป้าหมาย รวมถึงคอยช่วยคิดนโยบายต่างๆให้รัฐบาล หากมาเป็นรัฐมนตรีอาจจะไม่มีเวลามาทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่
"เสด็จพี่"หวิดหลุดโฆษกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยถึงการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันอังคารที่ 30 ตุลาคม ภายหลังจากที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ข้อสรุปแล้ว ว่า จะเสนอชื่อนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และเสนอชื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.พรรคเพื่อไทย มาเป็นเลขาธิการพรรค ส่วนตำแหน่งโฆษกพรรคเพื่อไทยนั้น มีความพยายามจากทีมงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคบางคนอยากให้เปลี่ยนตัวนายพร้อมพงศ์เป็นบุคคลอื่น เนื่องจากไม่พอใจบทบาทการทำงานที่ผ่านมาของนายพร้อมพงศ์ ที่ชอบออกมาพูดตอบโต้ประเด็นการเมืองรายวันเกินเหตุ จนเป็นการเปิดศึกหลายด้านให้รัฐบาลโดยไม่จำเป็น เพราะขณะนี้เป็นรัฐบาลไม่ควรพูดมาก แต่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จึงต่อสายหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้นายพร้อมพงศ์ทำหน้าที่ต่อไปเพราะทำงานให้พรรคมาตลอด ในที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณก็เห็นด้วยให้นายพร้อมพงศ์ทำหน้าที่โฆษกพรรคต่อ
ทั้งนี้ มีการวางหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่า ห้ามเป็นส.ส.เขต หรือส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงมีการขอให้ยกเว้นตำแหน่งโฆษกพรรคของนายพร้อมพงศ์ ไว้หนึ่งตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีความพยายามจากบางฝ่ายที่จะให้นายพร้อมพงศ์เขียนใบลาออกจากตำแหน่งส.ส.ไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ยังทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่า นายกฯ ชอบคนที่มีบุคลิกเงียบๆ ไม่พูดมาก สังเกตได้จากกรณีที่ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกรัฐบาล มีชื่อเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็มีบุคลิกที่เงียบๆ ไม่พูดเช่นกัน ต้องเงียบถึงจะได้ดี
ราชกิจจาประกาศ"ธีระ"ลาออกแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก โดยมีเนื้อหาว่า นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2555 ความเป็นรัฐมนตรีของนายธีระ วงศ์สมุทร จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2555 ตามความในมาตรา 182 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงนามโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี



