
ชุดปราบภัยพาล'ติดปืนกลปะทะคนร้าย'
ชุด...ปราบภัยพาล 'ติดปืนกลปะทะคนร้าย' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
ในระยะเวลา 4-5 ปีมานี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญหลายต่อหลายครั้ง เช่น คดีปาหิน คดีเอเย่นต์ยาเสพติด "โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว" ซิ่งรถจักรยานยนต์ตามไล่ยิงเด็กเสียชีวิต และคดีปล้นรถขนเงิน จนทำให้ จ.พระนครศรีอยุธยาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่อันตราย ทั้งที่เป็นเมืองมรดกโลก
อาชญากรรมที่ค่อนข้างรุนแรงทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ ต้องมีแนวทางในการกำราบกลุ่มคนร้ายที่เข้มแข็ง เพื่อควบคุมไม่ให้คนร้ายก่อเหตุขึ้นได้ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จะมาบอกถึงมาตรการและแนวทางต่างๆ ในการกำราบคนร้ายให้อยู่หมัด
-ระยะหลัง "อยุธยา" ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมร้ายแรง มีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร
ผมยืนยันว่าตราบใดที่ผมทำหน้าที่ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา บรรดากลุ่มคนร้าย แก๊งมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล หรือใครก็แล้วแต่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนทั่วไป มีพฤติการณ์ทำผิดกฎหมาย จะต้องถูกกวาดล้างจับกุมทั้งหมด ทั้งนี้ ปัญหาอาชญากรรมหลักๆ ที่เกิดขึ้นใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่น แต่ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศ อย่าง คดีปาหิน คดีโจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว รวมถึงคดีปล้นรถขนเงิน ซึ่งแต่ละคดีพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายใช้วิธีการที่รุนแรงและสะเทือนขวัญ ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในเรื่องของสถิติการเกิดคดีอาชญากรรม ไม่ได้แตกต่างมากนัก อย่างไรก็ตาม ผมก็เน้นการป้องกันปราบปราม โดยจะมีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งผ่านการฝึกฝนในการจัดการกับคนร้ายโดยเฉพาะ ผมเรียกตำรวจชุดนี้ว่า "ชุดยุทธวิธีปราบภัยพาล" เป็นชุดปฏิบัติการนำร่อง เพื่อจัดส่งเข้าไปประจำใน 6 โรงพัก ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงการเกิดอาชญากรรม โดยตั้งเป้าว่าตำรวจชุดนี้จะกำราบแก๊งคนร้ายได้อยู่หมัด
- ตำรวจชุด "ยุทธวิธีปราบภัยพาล" มีหลักการทำงานอย่างไร
ตำรวจชุดนี้ จะมีทั้งหมด 24 นาย เป็นชุดปฏิบัติการนำร่อง ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว จะรับผิดชอบเฉพาะภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง ตำรวจชุดนี้จะผ่านการฝึกอบรมการต่อสู้และการใช้อาวุธมาอย่างดี มีปืนกลเล็ก ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงเป็นอาวุธประจำกาย พร้อมปะทะหากคนร้ายต่อสู้ขัดขืนหรือมีพฤติการณ์การก่อเหตุที่รุนแรง พร้อมกันนี้จะมีรถจักรยานยนต์ขนาด 150 ซีซี จำนวน 12 คัน เป็นพาหนะหลักเพื่อเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็ว
ตำรวจชุดนี้จะถูกส่งไปปฏิบัติการในพื้นที่นำร่อง 6 โรงพัก ซึ่งมีประวัติเกิดคดีอาชญากรรมบ่อยๆ คือ สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ.บางปะหัน สภ.อุทัย สภ.พระอินทร์ราชา สภ.บางปะอิน และ สภ.วังน้อย จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานโรงพักละ 4 นาย โดยยึดรถจักรยานยนต์เป็นหน่วยนับ คือโรงพักละ 2 คัน โดยได้แบ่งสายการทำงานเป็น 2 หน่วยปฏิบัติการ หน่วยแรกประกอบด้วย สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ.บางปะหัน และสภ.อุทัย ที่เหลือเป็นหน่วยปฏิบัติการที่สอง
ในยามปกติตำรวจชุดนี้จะตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยไปตามพื้นที่เสี่ยงเกิดคดีอาชญากรรมในคดีเป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบ อย่าง ร้านทอง และธนาคาร หากเกิดเหตุในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งชุดปฏิบัติการในพื้นที่นั้นจะเข้าระงับเหตุทันที ขณะที่ชุดปฏิบัติการที่เหลือจะเข้ามาสมทบในเวลาอันรวดเร็วเพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้ทันที โดยไม่ให้มีโอกาสหลบหนี แน่นอนว่าหากคนร้ายต่อสู้ตำรวจชุดนี้พร้อมปฏิบัติการตอบโต้ทันทีชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกทบทวนการต่อสู้และการใช้อาวุธให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและรอรับรถจักรยานยนต์ คาดว่าภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่ชุดนี้พร้อมปฏิบัติการทันที
- "แก๊งรถซิ่ง" ที่ผ่านมาอยุธยาขึ้นชื่อเรื่องนี้เหมือนกัน แก้ปัญหาอย่างไร
นโยบายการปราบปรามแก๊งรถซิ่งป่วนเมืองเป็นนโยบายหลักที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกพื้นที่เร่งปราบปรามโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน เพราะที่ผ่านมาแก๊งรถซิ่งป่วนเมืองสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนทั่วไปอย่างมากใน จ.พระนครศรีอยุธยา เอง มีการติดตามแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยตลอด พบว่าพฤติการณ์ของแก๊งซิ่งในจังหวัด จะแตกต่างจากพื้นที่อื่น คือกลุ่มวัยรุ่นจะนำรถจักรยานยนต์มารวมตัวกันแล้วขับวนไปตามถนนสายต่างๆ หากไม่พบว่ามีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อสลายกลุ่มพวกเขาก็จะสลายตัวไปเองในเวลาไม่เกิน 4 ทุ่ม แต่ถ้าเมื่อใดที่พบว่ามีตำรวจตั้งด่านหรือมีความพยายามในการสกัดกั้นพวกเขาก็จะมีพฤติการณ์ยั่วยุเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ
เรื่องนี้เราทราบปัญหาดี จึงเปลี่ยนวิธีการดำเนินการ โดยใช้มาตรการป้องปรามมากกว่าการกวาดจับ คือใช้ตำรวจสายตรวจตระเวนเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ เมื่อพบกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่อความวุ่นวายก็จะเข้าไปดำเนินการให้สลายตัวไป รายใดที่ไม่ให้ความร่วมมือก็จะเชิญตัวมาที่โรงพักแล้วเรียกผู้ปกครองมารับตัวกลับไป โดยทำประวัติไว้และตักเตือนทั้งตัวเขาและผู้ปกครองด้วย
- มีมาตรการอื่นนอกเหนือจากการใช้สายตรวจเข้าไปกดดันหรือไม่
มีการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก จัดส่งตำรวจเข้าไปทำโครงการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกในโรงเรียนและชุมชนต่างๆ ภายใต้หัวข้อที่ว่า "เราคนอยุธยา รักเมืองอยุธยา ต้องทำให้อยุธยาน่าอยู่" ภายใต้หลักการ 5 ไม่ 3 ต้อง ซึ่ง 5 ไม่ ประกอบด้วย 1.ไม่ทำผิดกฎหมาย 2.ไม่ทำลายการท่องเที่ยว 3.ไม่ยุ่งยาเสพติด 4.ไม่ผิดศีลธรรม และ 5.ไม่สร้างความวุ่นวาย ส่วน 3 ต้อง ประกอบด้วย 1.ต้องดูแลนักท่องเที่ยว 2.ต้องรักษาโบราณสถาน ต้องเสียสละเพื่อส่วนรวม และ 3.ต้องเป็นพลเมืองดี โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการรณรงค์แล้ว ทั้งการจัดทำโปสเตอร์ติดทั่ว จ.พระนครศรีอยุธยา จัดทำเป็นปฏิทินแจกในโรงเรียนและชุมชนต่างๆ ได้ทำไปพร้อมๆ กับการจัดส่งตำรวจเข้าไปรณรงค์โดยตรงทั้งในโรงเรียนและชุมชน - แล้วปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร
การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกพื้นที่ต้องเร่งจัดการ ผมได้สั่งการให้ตำรวจทุกคนใน จ.พระนครศรีอยุธยาตรวจสอบในพื้นที่รับผิดชอบ ให้เอกซเรย์หาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.นักค้าที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่ โดยให้เน้นตรวจสอบแหล่งที่พักต่างๆ เป็นพิเศษเนื่องจากระยะหลังพบว่าผู้ค้ารายใหญ่มักแฝงตัวอยู่ตามสถานที่พักต่างๆ มากเป็นพิเศษ 2.ผู้ค้ารายย่อย 3.ผู้เสพยาเสพติด ให้เน้นตรวจสอบตามโรงงานมากเป็นพิเศษ และ 4.บุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง อย่างเช่นพวกที่เที่ยวเตร่กลางคืน
ข้อมูลที่ได้จะถูกนำเข้าสู่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดประจำโรงพัก และศูนย์ปราบปรามยาเสพติดของภูธรจังหวัด เพื่อดำเนินการกวาดล้างปราบปราม ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง หากไม่เกินกำลังความสามารถสถานีตำรวจพื้นที่ดำเนินการปิดล้อมจับกุมเองได้ก็ให้ทำ แต่ถ้าทำไม่ได้เกินความสามารถจะมีชุดปฏิบัติการพิเศษจากศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดเข้าไปสนับสนุน, กลุ่มที่สาม เมื่อพบตัวจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด ตำรวจจะส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและฝ่ายปกครองรับไปดำเนินการ และกลุ่มที่ 4 จะเรียกผู้ปกครองมาบอกให้ทราบถึงพฤติการณ์ของลูกหลาน เพื่อหาทางไม่ให้กลุ่มนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
-พื้นที่ไหนที่ต้องเร่งแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน
ที่มีปัญหาหนักๆ จะพบอยู่ 10 ชุมชน ซึ่งเราได้ดำเนินการแก้ปัญหาเป็นโครงการนำร่องแล้ว ก่อนที่จะขยายไปยังชุมชนอื่น โดย 10 ชุมชนนี้เป็นทั้งที่พัก ที่กระจายยา และที่ระบาด โดย 10 ชุมชนที่ว่าอยู่ใน อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.อุทัย และ อ.บางปะหัน ผมไม่อยากเปิดเผยว่ามีชุมชนอะไรบ้าง เนื่องจากตอนนี้เราส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฝังตัวในพื้นที่เสี่ยงสูง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด ทันทีที่ได้ข้อมูลพร้อมก็จะเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทันที และเมื่อดำเนินการกวาดล้างจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็จะเปิดเกมรุกต่อ คือทำให้ชุมชนนั้นเป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดจากยาเสพติดต่อไป
...........
(หมายเหตุ :ชุด...ปราบภัยพาล 'ติดปืนกลปะทะคนร้าย' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



