ข่าว

'ชุมชนอุ่นใจ'ตัดวงจร..เด็กติดยา

'ชุมชนอุ่นใจ'ตัดวงจร..เด็กติดยา

27 ต.ค. 2555

'ชุมชนอุ่นใจ' ตัดวงจร..เด็กติดยา : สารพันตำรวจ โดย...พัฐอร พิจารณโสภณ

               เมื่อเอ่ยถึงชุมชน "คลองเตย" เรามักจะนึกถึงแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดอันดับต้นๆ ของประเทศ แม้ว่าทุกรัฐบาลจะมีความพยายามในการแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าความพยายามเหล่านั้นจะไร้ผล อาจสะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหา..อะไรคือปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้ "ยาเสพติด" ยังอยู่ในชุมชน?!!
 
               "ป้าแก้ว" ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนคลองเตยมาค่อนชีวิต สะท้อนว่า ชุมชนแห่งนี้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2539 ยุคแรกๆ จะเป็นยาเสพติดประเภท "เฮโลอีน" แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น "ยาบ้า" ปัจจุบันเริ่มมี "ยาไอซ์" เข้ามา ส่วนสารระเหย อย่าง "กาว" ยังเป็นที่นิยมของเด็กและเยาวชนในชุมชน ที่สำคัญชุมชนที่นี่เป็นสังคมเปิด มีคนต่างถิ่นและคนในพื้นที่อาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัด การเข้า-ออกชุมชนเป็นไปอย่างเสรี ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
 
               "แต่ละวันมีคนเข้าออกไม่ซ้ำหน้า และไม่มีใครสนใจใครกันหรอก อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ ใครจะทำอะไรก็เรื่องของเขา พูดมากจะไม่ปลอดภัย ฉันเคยไปแจ้งตำรวจเรื่องยาเสพติดนะ ไม่นานก็ถูกขว้างหลังคาบ้าน ฉันแก่แล้วยอมรับว่ากลัวตาย เพื่อนบ้านหลายคนก็กลัวเหมือนกัน" ป้าแก้ว บอกถึงปัญหา
 
               ด้าน "ลุงเงิน" วัย 60 ปีเศษ อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนคลองเตย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเด็กติดยา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายกับเด็กไม่ค่อยจริงจัง ตำรวจจับไปไม่นานก็ปล่อย พอกลับมาก็มั่วสุมเสพยาเหมือนเดิม
 
               การแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ยังแพร่ระบาดในชุมชนคลองเตยนั้น ทำให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ต้องลงพื้นที่ในชุมชนคลองเตยอีกครั้ง ด้วยการเดินเคาะประตูบ้านเรียก "ลูกหลาน" ชาวชุมชนคลองเคยที่มีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ให้เข้ารับการบำบัดให้ครบทุกคนภายใน 3 เดือน ตามโครงการ "ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน"
 
               พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นำกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และตำรวจกว่า 100 นาย พร้อมสุนัขตำรวจอีก 2 ตัว ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย โดยเฉพาะชุมชน 70 ไร่ และล็อก 1-6 เพื่อเอกซเรย์หาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 10 กลุ่ม ออกไปค้นหาผู้ที่สมัครใจบำบัดตามบ้าน รวมถึงการพูดคุยทำความเข้าใจถึงผลดีของการนำลูกหลานออกจากชุมชนไปบำบัด จากปฏิบัติการครั้งนี้ พบเยาวชนอายุตั้งแต่ 12-25 ปี จำนวนกว่า 100 คน มีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติด
 
               "บอย" เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือ ยอมรับว่า ติดสารระเหย จากการชักชวนของเพื่อนที่นั่งจับกลุ่มดมกาวในยามค่ำคืน ซึ่งรู้ว่ามันไม่ดี จึงตั้งใจเข้ารับการบำบัด เพราะไม่อยากกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก
 
               ส่วน "จอย" หญิงสาววัย 25 ปี ยอมรับว่า ติดสารระเหยอย่างหนัก จนพ่อแม่ต้องล่ามโซ่ไว้ในบ้าน เพื่อไม่ให้ออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนซื้อกาวกระป๋องละ 40 บาท มานั่งสูดดมกันจนไม่ได้สติ แม้ว่าจะเข้ารับการบำบัดมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ตั้งใจจะเลิกให้ได้ 
 
               ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ผู้ที่เสพยาบ้าแต่ยังไม่ติดจะถูกส่งไปบำบัดที่ศูนย์สงเคราะห์และบำบัดรักษาฟื้นฟูวัดสะพาน เป็นเวลา 15 วัน ผู้ที่มีอาการติดยาแล้วจะส่งไปบำบัดที่กองแพทย์ทหารบก กองพล 9 จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 45-120 วัน แล้วแต่อาการ ส่วนผู้ติดสารระเหยจะส่งเข้าบำบัดฟื้นฟูที่สถาบันธัญญารักษ์ จ.ปทุมธานี ซึ่งต้องให้เวลารักษาค่อนข้างนานกว่าผู้ที่เสพยาบ้า เนื่องจากสมองจะถูกทำลายค่อนข้างมาก
 
               นอกจากมาตรการเคาะประตูบ้านเรียกลูกหลานให้สมัครใจเข้ารับการบำบัดยาเสพติดแล้ว..นับจากนี้ไป "ชุมชนคลองเตย" จะกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ด้วยการจัดทีมตำรวจคอยจับตาความเคลื่อนไหวในชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการนำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งไว้ภายในชุมชน 18 จุด เพื่อตรวจจับบุคคลต้องสงสัยพัวพันกับการค้ายาเสพติด ก่อนจะมีการขยายพื้นที่ปฏิบัติการไปยังพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติดอื่นๆ อีก 928 แห่งทั่วประเทศ


............

(หมายเหตุ : 'ชุมชนอุ่นใจ' ตัดวงจร..เด็กติดยา : สารพันตำรวจ โดยพัฐอรพิจารณโสภณ)