ข่าว

เร่งบูรณาการกม.ผังเมืองชู'โมเดล'แก้ปัญหา

เร่งบูรณาการกม.ผังเมืองชู'โมเดล'แก้ปัญหา

27 ต.ค. 2555

เร่งบูรณาการกฎหมายผังเมือง ชู 'โมเดล' แก้ปัญหาครบวงจร : สัมภาษณ์พิเศษ : มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

                         "เรื่องผังหมดอายุ มันเป็นการแก้ พ.ร.บ. ซึ่งต้องผ่านขั้นตอน ผ่านขบวนการต่างๆ ผมจึงต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรให้มันทะลุ คือเข้าสภา แล้วผ่านสภา เพื่อการประกาศใช้อย่างทันเหตุการณ์”

                          ขยับจากรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดี ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา  มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เริ่มเดินหน้าสานต่องานทันที อีกทั้งมีแนวนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการทั้งงานโยธาและงานผังเมือง โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของโครงสร้างผังเมืองให้มีประสิทธิภาพ เป้าหมายการบูรณาการดังกล่าว ประโยชน์สูงสุดนั้นเพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

                         อธิบดีมณฑล กล่าวถึงแนวทางการทำงานว่า นโยบายภาพรวมไม่แตกต่างจากที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ต้องทำคือการ ปรับแก้กฎหมาย หรือบูรณาการกฎหมายผังเมืองใหม่ ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีผังเมืองใช้ทั้งหมด 174 ผัง หมดอายุแล้ว 116 ผัง ยังไม่หมดอายุ 58 ผัง ส่วนผังที่กรมผังเมืองวางใหม่ อยู่ระหว่างขบวนการ 18 ขั้นตอน ซึ่งค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากติดขั้นตอนการออกเป็นกฎหมาย เพราะเป็นการออกกฎกระทรวง ทำให้การออกกฎผังเมืองใหม่ไม่ทันกับผังเมืองที่จะหมดอายุ

                        “เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งต้องคุยกับทีมงานเพื่อช่วยกันผลักดันแก้กฎหมายให้สำเร็จ เพราะความสำเร็จนั้นจะต้องทำในทุกระดับ ทุกองคาพยพ อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าในพื้นที่ที่ยังไม่มีผังใหม่ ผังเดิมนั้นก็ต้องมีผลบังคับใช้อยู่ เพราะโดยทั่วไปผังเมืองมีอายุ 5 ปี ต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี” อธิบดีมณฑล แจง

                        พร้อมระบุว่า ด้วยกระบวนการในการออกกฎหมายผังใหม่ที่ค่อนข้างล่าช้านั้น เลยทำให้มีผู้ประกอบการหรือนักลงทุนฉวยโอกาสจากช่องว่างนี้หาประโยชน์เพื่อตนเอง ดังนั้นจึงจำต้องเร่งรัดแก้กฎหมายดังกล่าว

                        "เรื่องผังหมดอายุ มันเป็นการแก้ พ.ร.บ.ซึ่งก็ต้องผ่านขั้นตอน ผ่านขบวนการต่างๆ ผมจึงต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรให้มันทะลุ คือเข้าสภา แล้วผ่านสภา เพื่อการประกาศใช้อย่างทันเหตุการณ์”

                        ส่วนผังเมืองกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม เป็นอีกเรื่องที่อธิบดีมณฑล ยอมรับว่าต้องเร่งดำเนินการ จึงเกิดแนวคิดวางผังเมืองนำร่อง เพื่อเป็นโมเดลในการแก้ปัญหา โดยเลือกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อน้ำท่วม อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ผังเมืองเดิมจะเป็นผังใช้ประโยชน์จากที่ดินและผังพัฒนาด้านการขนส่ง ส่วนผังใหม่ที่จะนำร่องในพื้นที่เสี่ยง จะบอกถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง มีกำหนดพื้นที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม หรือกำหนดพื้นที่ Flood ways รวมถึงรายละเอียดองค์ประกอบซึ่งจะแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ครบวงจร

                       "เริ่มได้เลย ต้องเรียกบุคลากรมาคุย แล้วตั้งคณะการทำงานขึ้นมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องทำเสร็จภายใน 3 เดือน แต่ว่าทำแล้วต้องยั่งยืนและเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด"

                        ส่วนการก่อสร้างถนนตามแนวผังเมือง แต่เดิมการจะสร้างถนนจะต้องตั้งงบเวนคืน ตั้งงบก่อสร้าง ทว่างบดังกล่าวปัจจุบันรัฐบาลมีภาระต้องนำไปใช้พัฒนาด้านอื่นๆ การตั้งงบเวนคืนจึงค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงเอาขบวนการจัดรูปที่ดินเข้าไปดำเนินการ ความหมายคือ การรวมแปลงที่ดินหลายๆ แปลง แล้วจัดให้อยู่ในรูปความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยประชาชนที่เข้าร่วมโครงการได้อุทิศที่ดินบางส่วนเพื่อสาธารณประโยชน์ ขณะที่กรมโยธาจะสร้างถนน หรือถนนซอย ให้ชาวบ้าน ประโยชน์ที่ได้รับคือมูลค่าที่ดินแถบนั้นจะเพิ่มขึ้น ภาครัฐไม่ต้องจ่ายค่าเวนคืน อีกทั้ง ชาวบ้านก็มีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกขึ้นด้วย

                       สำหรับงานด้านโยธา อธิบดีกรมโยธาคนใหม่ กล่าวว่า ได้ดำเนินการต่อเนื่องในหลายพื้นที่ อาทิ โครงการคลองระบายน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เดิมทีหัวหินมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากที่ผ่านมาฝนตกหนักครั้งใด น้ำจะท่วมเขตเมือง 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อทางกรมได้ปรับปรุงคลองดังกล่าวก็สามารถระบายน้ำลงทะเลได้ในเวลาอันสั้น

                      อีกทั้งมีโครงการอื่นอีกส่วนใหญ่เป็นโครงการที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ อาทิ อัมพวา จ.สมุทรสาคร ซึ่งจะเน้นมีส่วนร่วมปรับปรุงทัศนียภาพแม่น้ำ ท่าเทียบเรือ ลาดจอดรถ เป็นต้น เพื่อความสะดวกปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

                      ด้านงานโยธากับการป้องกันน้ำท่วมชุมชน เน้นให้ทุกจังหวัดรักษาพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น ศูนย์ราชการต่างๆ เพราะสถานที่เหล่านี้เปรียบเหมือนศูนย์บัญชาการ หากเกิดน้ำท่วมมูลค่าความเสียหายจะมหาศาล ดังนั้นจึงต้องมีนโยบายสร้างแนวป้องกัน ซึ่งกรมได้ทำแล้วในหลายจังหวัดโดยเฉพาะกับจังหวัดในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ นครสวรรค์ อุทัย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ

                      "อย่างน้ำท่วมใหญ่ปีที่ผ่านมาพื้นที่ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น้ำไม่ท่วม เนื่องจากมีระบบป้องกันน้ำท่วมของกรมโยธา ที่เริ่มจากวัดเทียนถวาย ซึ่งผมไปดำเนินการเอง ทำให้พื้นที่ปากเกร็ดรอดหมด"

                      สำหรับการดำเนินการในปี 2555 นั้น อธิบดีมณฑล กล่าวว่า ได้สร้างแนวป้องกันตามแนวพระราชดำริใหม่ (New King Drive) ความยาว 8.3 กิโลเมตร ตั้งแต่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์มาทางทิศตะวันตกถึงปากคลองรังสิต บริเวณหน้าวัดเทียนถวายถึงประตูน้ำคลองบ้านโพธิ์ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ธ.ค.2555

                      ด้านความร่วมมือของหน่วยงาน กรมได้พูดคุยกับกรมการป้องกันสาธารณภัย ในประเด็นดินโคลนถล่มที่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพ จากการพูดคุยจึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้ง 2 กรมจะร่วมมือกัน โดยเรื่องของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ทางกรมป้องกันอาจดูว่าพื้นที่ใดมีความจำเป็นก่อสร้างเพื่อป้องกันดินโคลนถล่ม ส่วนกรมโยธาจะช่วยด้านเทคนิคหรืออาจสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง

                     ทั้งมวลนี้คือแนวนโยบายเร่งด่วนภายใต้การบริหารงานของ มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งดำเนินการตามนิยามที่ว่างานผังเมืองกับงานโยธานั้นจะต้องสอดคล้องไปด้วยกันเสมอ

....................................................
(เร่งบูรณาการกฎหมายผังเมือง ชู 'โมเดล' แก้ปัญหาครบวงจร : สัมภาษณ์พิเศษ :  มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง)