
'เฉลิม วงษ์ไพร'ผุดรง.คัดแยกขยะ
นายก'เฉลิม วงษ์ไพร'ผุดรง.คัดแยกขยะครบวงจร : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
สระบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลางของไทย เป็นเสมือนด่านผ่านระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และพรั่งพร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยว มี 13 อำเภอ 111 ตำบล 973 หมู่บ้าน จำนวนประชากร รวม 622,472 คน ส่วนใหญ่ยึดอาชีพด้านเกษตรกรรม และปศุสัตว์
สำหรับนโยบายการพัฒนาท้องถิ่นของ "นายเฉลิม วงษ์ไพร" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี (นายก อบจ.) ภายหลังได้รับการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งอีกสมัย และที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี สมัยสามัญ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2555 ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ย้ำว่ายังคงบริหารราชการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบกฎหมายที่ใช้ในการบริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต่อไป
"เราจะนำระบบการบริหารจัดการที่ดี การบริหารแบบมีส่วนร่วมของประชาชนมาปรับใช้ เพื่อให้การดำเนินภารกิจด้านต่างๆ มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับประชาชน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นภาพรวมของปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง" นายกเฉลิม แจงพร้อมได้สรุปนโยบายการพัฒนาพื้นที่ว่า
เริ่มจากด้านโครงสร้างพื้นฐาน เน้นพัฒนาระบบสาธารณูปโภค, สนับสนุนการสาธารณสุขชุมชน จัดสวัสดิการและการสงเคราะห์แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส, การสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ร้านค้าชุมชน เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรกลุ่มส่งเสริมอาชีพให้ใช้ประโยชน์, การดำเนินกิจกรรมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน, ให้ความร่วมมือในการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ฯลฯ
ด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จัดการศึกษาในโรงเรียนทุกระดับ เพื่อให้มีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย สนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุและสามเณร รวมทั้งเด็กและเยาวชน, สนับสนุนสถานที่เพื่อเรียนรู้และบริการสาธารณะ เช่น ศูนย์ดาราศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง สนามกีฬา ฯลฯ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยงานราชการอื่น จัดงานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์กำจัดขยะ โดยความร่วมมือกับ อปท. ปลูกฝัง และส่งเสริมเด็กเยาวชน ผู้นำชุมชนให้ช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือกับ อปท.ขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน กำจัดวัชพืช บำรุงรักษา ซ่อมแซมถนนที่มีฝุ่นละอองให้ประชาชนที่ใช้สัญจรไปมาได้สะดวกปลอดภัย สนับสนุนด้วยจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ตลอดจนสถานที่ เพื่อบริการสาธารณะที่ปลอดภัยจากมลภาวะ
และการจัดการองค์กร พัฒนาบุคลากร อบจ.ให้มีความรู้ ความสามารถ นำไปพัฒนาปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย, จัดอบรมศึกษาดูงาน และให้ทุนการศึกษาเพื่อให้ประสานกับ อปท. หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ
ล่าสุดกับโปรเจกท์การก่อส้รางเตาเผาขยะใช้ระบบรีไซเคิล รักษาสิ่งแวดล้อม ในโครงการนำร่องจัดการขยะชุมชนครบวงจรโดยวิธีทางกลและชีวภาพและการผลิตเชื้อเพลิงแข็งทดแทน ซึ่งได้ก่อสร้างโรงงานคัดแยกขยะที่หมู่ 8 ต.บ้านหมอ อ.บ้านหมอ โดยได้ลงนามเช็นสัญญากับนายศิระ ศรีศุกรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) และบริษัท เอสซีไอ อีโค่ เซอร์วิส จำกัด ในเครือเอสซีจี ซีเมนต์ เป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้ ก่อนดำเนินการนั้น ได้ทำประชาวิจารณ์ขึ้นในเทศบาล 5 แห่ง อบต. 4 แห่ง และประชาชน อ.บ้านหมอ ซึ่งบทสรุปต่างเห็นชอบร่วมกันให้ก่อสร้างโรงงานคัดแยกขยะชุมชนดังกล่าว ด้วยทุ่มงบกว่า 34 ล้านบาทเศษ คาดจะแล้วเสร็จ และกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการได้มกราคม 2556
"ขยะที่จะทำมารีไซเคิลที่โรงงานแห่งนี้ จะเป็นขยะในพื้นที่ อ.บ้านหมอ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พระพุทธบาท อ.หนองโดน อ.ดอนพุด จ.สระบุรี และ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยการคัดแยกขยะส่วนหนึ่งนำไปแลกขายเป็นเงิน อีกส่วนจัดทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ แจกจ่ายให้เกษตรกร" นายก แจง
พร้อมระบุว่าในส่วนพลาสติก เศษสิ่งที่ไม่จำเป็นจะอัดเป็นก้อนส่งเข้าเป็นเชื้อเพลิงบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) ขณะที่ขยะมีพิษจะมีบริษัทในกรุงเทพฯ นำไปเผาทำลายทิ้ง ทั้งนี้ ในหนึ่งวันจะคัดแยกขยะได้ไม่น้อยกว่า 10-20 ตัน หากโรงงานแห่งนี้ได้ผล อบจ.จะตั้งงบก่อสร้างไปยัง อ.หนองแซง อ.วังม่วง อ.มวกเหล็ก และทุกๆ อำเภอ เพื่อทำให้ จ.สระบุรี สะอาด ถูกสุขลักษณะ ทั้งเมืองปราศจากขยะ
ทั้งหมดนี้ นายกเฉลิม วงษ์ไพร ย้ำหนักแน่น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด มีวิถีชีวิตที่ปลอดภัย มีความสุขอย่างพอเพียงและยั่งยืน
....................................................
(นายก'เฉลิม วงษ์ไพร'ผุดรง.คัดแยกขยะครบวงจร : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



