ข่าว

อยากได้มั้ย'สะพานแทรมโปลีน'

อยากได้มั้ย'สะพานแทรมโปลีน'

27 ต.ค. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : อยากได้มั้ย 'สะพานแทรมโปลีน'

                          เมื่อนวัตกรรมกลายเป็นต้นทุนสำคัญ ในการสร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่และรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่า ยุคนี้ใครมีของอะไร ก็ไม่เขินอายที่จะปล่อยออกมา เพราะไม่แน่นะว่า หากไปเตะตาโดนใจนายทุน หรือตลาดผู้บริโภคเข้า ก็มีสิทธิได้ทั้งเงินทั้งกล่องจนขนกันไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว

                          ล่าสุด บริษัทด้านการออกแบบแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ที่ชื่อว่า Atelier Zundel Cristea หรือเรียกง่ายๆ ว่า เอแซดซี ได้ส่งไอเดียแหวกๆ เข้าร่วมประกวดในเวทีการแข่งขันไอเดียสนุกๆ สำหรับการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของหนึ่งในสุดยอดเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ ด้วยการนำเสนอรูปแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแซน ที่น่าจะเรียกรอยยิ้มได้จากคนทุกเพศทุกวัย และที่แน่ๆ เพื่อสร้างความโดดเด่นที่เหนือกว่าสะพานข้ามแม่น้ำแซนเดิมทั้ง 37 แห่ง ซึ่งต่างระดมงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และสวยงามออกมาประชันกัน รองรับการสัญจรจากยานพาหนะมากมาย ทั้งรถ รถไฟ จักรยาน และแม้แต่เดินเท้า ข้ามจากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำไปอีกฝั่ง ของชาวปารีสและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการอย่างล้นหลามในแต่ละวัน

                          โดยสะพานที่ทางผู้ออกแบบตั้งชื่อให้ว่า "แทรมโปลีน" จะมีโครงสร้างเลียนแบบรูปทรงของโดนัท ใช้วัสดุการก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น เป็นสะพานเป่าลม รองรับการข้ามสะพานที่ไม่ใช่การเดินข้ามไปแบบธรรมดาๆ แต่คุณยังสามารถกระโดดไปมา หรือจะหกคะเมนตีลังกาก็ไม่มีใครว่า เพื่อความสนุกสนาน แต่แน่นอนว่าโครงสร้างต้องมั่นคงแข็งแรงด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานปลอดภัย

                          สะพานที่ยังเป็นพิมพ์เขียวแห่งนี้ จะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสะพาน Bir-Hakeim bridge ของกรุงปารีส โดยโครงสร้างหลักผลิตมาจากพีวีซี ที่ใช้ลมในการสูบเข้าไปถึง 3,700 ลูกบาศก์เมตร ส่วนทางเดินข้าม ประกอบด้วยแท่นกระโดดขนาดยักษ์ 3 แผ่นที่ผลิตมาจากเส้นใยผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง มาทอเป็นตาข่ายสำหรับกระโดด ด้านข้างแผ่นกระโดดจะมีวงแหวนลมสูงถึง 100 ฟุตเพื่อกันไม่ให้ลอยตัวออกไปนอกสะพาน

                          ทั้งนี้ มีการจิกกัดแบบขำๆ สไตล์ฝรั่งแถมมาด้วยว่า สะพานนี้อาจกลายเป็นคู่แข่งของ สะพานแกว่ง หรือ wobbly bridge ในลอนดอนก็ได้ใครจะรู้ ต่างกันก็แค่ว่า สะพานแกว่ง เป็นความผิดพลาดแบบไม่ตั้งใจของวิศวกรผู้ก่อสร้างสะพานแห่งสหัสวรรษ หรือมิลเลเนียม บริดจ์ สัญลักษณ์แห่งการก้าวสู่ศตวรรษใหม่ของชาวอังกฤษ ซึ่งด้วยความรีบเร่งเปิดให้ทันรับการก้าวเข้ามจาก ค.ศ. 2000 สู่ปี ค.ศ. 2001 ทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม 1 ปีหลังจากนั้นก็แก้ไขกู้หน้าได้เรียบร้อย และเปิดใช้งานมาจนทุกวันนี้

                          อ่านแค่นี้ ก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่า คงน่าตื่นเต้นเหมือนเราเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก และที่พิเศษยิ่งขึ้น ก็คือ ระหว่างกระโดด(บนสะพาน)ข้ามแม่น้ำ คุณยังจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวของหอไอเฟลอีกด้วย แต่ขอเตือนว่า อย่ามัวมองหอไอเฟลเพลิน จนกระโดดพลาดหล่นแม่น้ำแซนก็แล้วกันนะจะบอกให้